วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 8 : พระเอกตัวจริงของซีรี่ย์มาครอส マクロスの本当の主人公

 สวัสดีครับ ช่วงนี้มีข่าวดีว่าทาง Disney+ คว้าลิขสิทธิ์นำมาครอสทุกภาคมาฉายบนบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง(รู้สึกจะยกเว้นมาครอสภาคแรกกับหนังใหญ่ Do you remember love เพราะยังติดลิขสิทธิ์กับทางบริษัทเจ้าปัญหาทางอเมริกาอยู่) ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้มีโอกาสดูมาครอสนอกญี่ปุ่นได้แบบถูกลิขสิทธิ์ละนะ ว่าแล้วก็มาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับมาครอสกันหน่อยดีกว่า หลังจากที่ผมดูมาครอสครบทุกภาคแล้ว ผมก็รู้สึกว่าจริงๆแล้วพระเอกมาครอสตัวจริงมันไม่ใช่พระเอกประจำภาคที่เป็นหนึ่งในความรักสามเศร้าแต่กลับเป็นผู้ชายคนหนึ่งต่างหาก คนๆนั้นก็คือ ....  Maximilian Jenius เฮียแม็กซ์ของเรานั่นเอง ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้นมาลองดูกันครับ


 

*** Spoiler Alert : จะมีการสปอยล์เนื้อเรื่องของมาครอสหลายภาคอยู่นะครับ ใครยังไม่ได้ดูก็ไปดูกันก่อนก็ได้นะครับ


1. เฮียแม็กซ์หล่อกว่าพระเอกทุกภาคเสียอีก

อย่างแรกเลยคือเฮียแม็กซ์เป็นคนเดียวที่ลินน์มินเมย์ชมว่าหล่อในตอนที่ฮิคารุพาแม็กซ์กับคาคิซากิมาอวดว่าตัวเองมีลูกน้องในสังกัดแล้วในงานวันเกิดของมินเมย์ ซึ่งในซีรี่ย์มาครอสคนที่ถูกสาวๆนางเอกตัวหลักชมว่าหล่อนี่เท่านี่จำได้ก็มีแต่เฮียแม็กซ์คนเดียวนี่แหละ(ยกเว้นอัลโตที่โดนรันกะชมว่าสวยอะนะ!!) แสดงว่าแกต้องหน้าตาดีมากกว่าเหล่าพระเอกประจำภาคเยอะเลยละ ขนาดว่าตอนมีลูกสาวเจ็ดคนอายุน่าจะเกือบๆ60แล้วได้เป็นกัปตันยาน Macross 7 สาวๆบนสะพานเดินเรือก็ยังแอบกรี๊ดเฮียแกอยู่เลย



2.เฮียแม็กซ์ไม่เคยถูกยิงตกเลยสักครั้ง

ไม่ทราบว่าทุกท่านสังเกตุหรือเปล่าว่าตัวเอกในแต่ละภาคจะต้องโดนยิงเครื่องตกสักครั้งนึงแหละ และก็จะเป็นเหตุให้นางเอกมาเยี่ยมดูอาการที่โรงพยาบาล แต่ด้วยความเป็นนักบินอัจฉริยะของเฮียแม็กซ์แกเลยไม่เคยโดนยิงจนถึงขั้นเครื่องตกโหม่งโลกเลยสักครั้ง ตั้งแต่ภาคแรกที่ถ้าไม่นับตอนที่แอบไปช่วยป้ามิสะออกมาจากการโดนพวกเซ็นทราดี้จับไปแล้วโดนยิงจนเครื่องไม่ทำงานแล้วก็ระเบิดไป แกก็ไม่เคยโดนยิงจนร่วงในการต่อสู้กลางอากาศเลยสักครั้ง แม้แต่ในภาคมาครอสเซเว่นในฉากสุดท้ายที่ทุกคนโดนยิงร่วงกันเป็นว่าเล่นแต่เฮียแม็กซ์ก็ขับเครื่องหลบหลีกได้สะบายๆ ขนาดพระเอกอย่างบาซาร่าที่ว่าขับวาลคีรี่ไปร้องเพลงไปได้ก็ยังโดนเสียบจนเครื่อง VF-19 Fire  Valkyrie ยังระเบิดเป็นชิ้นๆไปด้วยซ้ำ รวมไปถึงภาคเดลต้าหนังใหญ่ Zettai Live ก็มีฉากที่เฮียแม็กซ์(ซึ่งอายุน่าจะเกิน80ไปแล้ว)ซ้อมรบกับพวกหลานๆเจนแซด ก็ยังไม่มีใครยิงแกโดนสักคน เรียกได้ว่าบินให้เด็กมันดูหน่อยละนะ

 


3. เฮียแม็กซ์เป็นสุดยอดปาป๋า

นอกจากความเป็นนักบินอัจฉริยะแล้วแกยังมีความเป็นแฟมิลี่แมนสูงด้วย ในภาคแรกจะมีฉากที่ฮิคารุกับมิสะจะไปเยี่ยมบ้านของแม็กกับมิเรีย เฮียแกก็ถามว่าหัวหน้าอยากกินอะไรบอกมาได้เลย ผมทำได้หมดแหละ อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่งอิตาลี่อะไรก็ว่ามา จะเห็นได้ว่าแกเป็นผู้ชายที่ทำกับข้าวกับปลาเป็น(รู้สึกเหมือนว่าจะเคยทำงานพิเศษในร้านอาหารมาก่อนด้วยนะ) เรียกได้ว่าใครได้เป็นสามีนี่สะบายไปทั้งชาติแหละ เฮอๆ แถมยังเป็นพ่อลูกดกมีลูกสาวตั้งเจ็ดคน (ตรงนี้ก็มีคนว่าเพราะเลือดพวกเมลทราดี้น่าจะข่มเลือดของมนุษย์โลก ถ้าผู้ชายมนุษย์โลกแต่งงานกับเมลทราดี้ก็จะได้แต่ลูกสาว เท็จจริงประการใดไม่ทราบแต่เท่าที่ดูในเรื่องก็มีลูกๆของแม็กซ์กับมิเรีย7คนเป็นลูกสาวหมด รันกะ มิราจก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น) แถมดูๆไปแล้วลูกสาวคนสุดท้องอย่างมิเลนก็ยังสนิทสนมกับปาป๋าแม็กซ์มากกว่ามาม๋ามิเรียด้วยซ้ำ อย่างตอนที่แอบตามบาซาร่าไปเจอเขากำลังพยายามร้องเพลงปลุกซิวิลอยู่ แทนที่มิเลนจะไปฟ้องแม่ที่เป็นนายกเทศมนตรีแต่กลับไปบอกพ่อแทนอะนะ แถมในภาคเดลต้าเฮียแกก็ยังอุตส่าห์แบกสังขารกลับมาช่วยหลานมิราจตอนกำลังเดือดร้อนด้วย


    ลูกสาวทั้งเจ็ดคน(ก็น่าจะล้อเลียนคนแคระทั้งเจ็ดของสโนไวท์แหละ) ก็จะมีรายชื่อกับปีเกิดดังนี้

   1. Komilia Maria Fallyna Jenius - 2011 (เป็นลูกครึ่งมนุษย์โลกกับเมลทราดี้คนแรก ในซีรี่ย์มาครอสภาคแรกจะได้เห็นตอนยังเป็นทารกอยู่)
   2. Miracle Jenius - 2017
   3. Muse Jenius - 2022 (ฝาแฝด)
   4. Therese Jenius - 2022 (ฝาแฝด)
   5. Emilia Jenius - 2024 (จะโผล่มาในมาครอสเซเว่นภาคหนังใหญ่ The Galaxy is calling me )
   6. Miranda Jenius - 2026 (คนนี้คือแม่ของมิราจครับ ในรูปคือคนที่จับเบาะอยู่มุมล่างซ้ายนะ)
   7. Mylene Flare Jenius - 2031 (ลูกสาวคนสุดท้องนางเอกจอมเหวี่ยงในมาครอสเซเว่น สังเกตุว่าหล่อนแหกคอกผมสีชมพูอยู่คนเดียว ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

นอกจากนี้ก็ยังมีรับลูกบุญธรรมอีกคนคือ Moaramia Fallyna Jenius (น่าจะเป็นเนื้อหาในเกม) แล้วก็มีหลานที่ทราบชื่ออีกหนึ่งคนคือ Mirage Farina Jenius ลูกสาวของมิรันดาเกิดปี 2049 ขอรับ

(ลูกๆของแม็กซ์กับมิเรียถ้าไม่มีบทในอนิเมะก็จะมีบทบาทในเกมหรือนิยายภาคแยกครับ)

 

4. เฮียแมกซ์เป็นคนรักเดียวใจเดียว

 พระเอกมาครอสนี่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโลเลไม่รู้จะเด็ดบัวตูมบัวบานอยู่นั่นนะแหละ แต่เฮียแม็กซ์ไม่ใช่คนแบบนั้น ตั้งแต่เห็นมิเรียที่ร้านเกมอาเขตแกก็รู้ตัวเลยว่านี่คือรักแรกพบ แล้วก็ขอเดทขอแต่งงานทันทีเลยด้วย(คนเลยมักจะจำว่าแกเป็นมนุษย์โลกคนแรกที่แต่งงานกับมนุษย์ต่างดาว) เรียกได้ว่าไม่ใช่ผู้ชายประเภทเจ้าชู้คบสาวๆไปทั่วจนเลือกไม่ถูกแน่ๆ (ทั้งๆที่แกหล่อเลือกได้อะนะ) ถึงแม้หลังจากนั้นจะมีข่าวลือว่าทั้งคู่ระหองระแหงกันมีข่าวว่าจะหย่ากันไม่รู้กี่รอบ (ทั้งในภาค Macross 7 และภาค Delta แถมมีข่าวว่าแอบมีเมียน้อยในมังงะ Macross 7 Trash ซะอีก) แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ข่าวลือนะแหละ  ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าแกนับถือคริสต์คาโทริกก็เลยอาจจะหย่าไม่ได้หรือไม่อยากจะหย่าเองก็ได้อะนะ (อนึ่งถ้านับตามไทม์ไลน์การสร้างซีรี่ย์มาครอส เฮียแมกซ์จะจัดว่าเป็นคนยุคเบบี้บูมเมอร์ซึ่งก็เป็นคนยุคที่มีความอดทนสูง ไม่ใช่เอะอะทะเลาะกันก็หย่ากันง่ายๆเหมือนคนยุคนี้แหละนะ) 

 

ก็เอาเป็นว่าที่ได้กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงคิดว่าเฮียแมกซ์นี่แหละคือพระเอกตัวจริงของซีรี่ย์มาครอส ไม่รู้ว่าภาคที่กำลังจะสร้างใหม่นี่จะยังมีบทของแกอยู่ด้วยหรือเปล่าแต่ก็อยากให้แกยังอยู่อะนะ ว่าที่จริงตอนแรกผมคิดว่าคาแร็คเตอร์ของเฮียแมกซ์น่าจะได้รับอิทธิผลจาก Pete Mitchell จากเรื่อง Top Gun ที่เฮียทอมครุยซ์เล่นหรือเปล่า เพราะก็เป็นคนหล่อใส่แว่นกันแดดขับเครื่องบินรบเก่งเหมือนกัน แต่พอไปดูปีที่หนัง Top Gun ฉายปรากฎว่าหนังเข้าโรงปี 1986 ส่วนมาครอสภาคแรกฉายปี 1982 เลยกลายเป็นว่า Pete Mitchell นั่นแหละที่อาจจะได้อิทธิพลจากเฮียแมกซ์แทน !! (ความเห็นส่วนตัวนะเท็จจริงประการใดก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน) สำหรับใครที่อยากรู้จักเฮียแมกซ์ให้มากขึ้น แนะนำให้หามาครอสภาคแรกฉบับที่ฉายทีวีมาดูก็จะรู้ว่าเฮียแกเก่งแกอัจฉริยะขนาดไหนละนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมนะครับ


ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.32 : Campfire Cooking in Another World with My Absurd Skill とんでもスキルで異世界放浪メシ スイの大冒険

 สวัสดีครับ ต่อเนื่องเรื่องการทำอาหารกันต่อเลยดีกว่า สำหรับวันนี้ก็ขอแนะนำอนิเมะแนวต่างโลกที่เกี่ยวกับการทำอาหารชื่อว่า Campfire Cooking in Another World with My Absurd Skill とんでもスキルで異世界放浪メシ スイの大冒険 (ชื่อภาษาไทยว่า"สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก"  ชื่อยาวเฟื้อยอีกตามเคยตามสไตล์แนวต่างโลก) เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาลองดูกันครับ

 


Ataya's Star :    ★★★☆☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ มุโคดะ สึโยชิ ผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมายังต่างโลกแต่กลับมีแค่สกิล"เน็ตซูเปอร์"ที่ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการต่อสู่กับจอมมาร ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจจะขอตัวออกจากปาร์ตี้ผู้กล้าไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่ชายแดนแทน ระหว่างทางเขาได้พบกับ เฟล สัตว์เทพในตำนานที่อยากกินอาหารที่มุโคดะทำจนถึงขั้นขอทำสัญญาเป็นอสูรรับใช้ ทั้งคู่จึงออกเดินทางไปแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆในการทำอาหารนั่นเอง



 


ความคิดเห็น :

    ก่อนอื่นสำหรับสกิล"เน็ตซูเปอร์"ที่ว่าก็คือ interNet Supermarket ซึ่งก็หมายถึงการสั่งของออนไลน์นะแหละ พูดง่ายๆเรื่องนี้ก็คือเน้นขายของนะแหละครับ ไทอินทั้งซอสทั้งของกินของหวาน คาดว่าน่าจะได้สปอนเซอร์จากเน็ตซูเปอร์ของห้างอีออนในญี่ปุ่นละครับ พระเอกก็สามารถสั่งของกินของใช้จากโลกของเราไปใช้ในต่างโลกได้ จะว่าแปลกก็แปลก จะว่าขายของตรงๆเลยมันก็ได้

ข้อด้อย :

     ถ้าไม่นับการขายของตรงๆของสกิลเน็ตซูเปอร์แล้วละก็ เนื้อเรื่องก็แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยนอกจากการไปล่ามอนสเตอร์ของเฟลเพื่อเอาเนื้อมาทำอาหารโดยใช้ซอสที่สั่งจากเน็ตซูเปอร์นี่แหละ จะว่าออกจะน่าเบื่อไปหน่อยก็คงจะได้

    อย่างไรก็ดี ด้วยที่ว่าเนื้อหามันไม่ได้ยากจนเกินไป มีมุขตลกแทรกสอดอยู่บ้าง ก็เลยอาจจะเหมาะให้เด็กๆดูได้ ไม่มีพิษมีภัยอะไรมากมาย อาหารที่ทำก็วาดออกมาได้น่ากินดี เห็นแล้วก็อาจจะอยากลองสั่งซอสมาลองทำอาหารดูบ้างก็ได้ ก็หวังว่าซีซันสองอาจจะมีอาหารใหม่ๆหรือมีเนื้อหาที่เข้มข้นมากขึ้นก็ได้นะครับ

    

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.31 : Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ

 สวัสดีครับ สำหรับวันนี้ก็จะมาในทีมของอนิเมะแนวกินแหลกในสไตล์สบายๆชิลๆของเหล่าสาวน้อยจากเรื่อง Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ (ชื่อภาษาไทย สาววัยใสหัวใจนักชิม) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของ เรียว มาจิโกะ สาวน้อยม.ต้นผู้สูญเสียคุณยายไปได้ไม่นาน ทำให้เธอรู้สึกว่าทำกับข้าวกับปลาได้ไม่อร่อยเหมือนเคยจนอาจจะเป็นเจ้าสาวที่ดีในอนาคตไม่ได้ จนกระทั้งวันหนึ่ง คิริน มาริโนะ ลูกพี่ลูกน้องผู้ที่อายุเท่าๆกับเรียวตัดสินใจอยากจะสอบเข้าเรียนม.ปลายโรงเรียนศิลปะที่โตเกียวเลยต้องเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนพิเศษที่เดียวกับที่เรียวเรียนอยู่ทุกวันอาทิตย์ ทั้งคู่จึงได้ทำความรู้จักกันผ่านทางการเรียนรู้การทำอาหารต่างๆนาๆด้วยกันนั่นเอง



 

ความคิดเห็น :

     เรื่องนี้ดูแล้วก็เป็นแนวชีวิตประจำวัน เรื่อยๆเปื่อยๆ ไม่ได้มีแอคชันดราม่าอะไรมากมาย เหมาะสำหรับดูคลายเครียดฆ่าเวลาก็ว่าโอเคละครับ ในเรื่องก็จะเป็นโชว์สกิลการทำอาหารแนวที่คนญี่ปุ่นทำกินกันในบ้านทั่วๆไปของเรียวนั่นแหละครับ ดูแล้วก็อาจจะหิวๆอยากจะลองทำกินดูบ้างก็ได้ คาดว่าเป็นเมนูที่ไม่ยากเกินไปสำหรับคนทั่วไป

ข้อด้อย :

    เนื้่อเรื่องดูจะเอื่อยๆไปสักนิด บางทีก็ใส่ฉากเซอร์วิสเข้ามาทั้งที่ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่โดยรวมก็ว่าเป็นอนิเมะที่ยังถือว่าดูได้สนุกดีละครับ อาหารก็วาดออกมาดูสมจริงน่ากินทีเดียวเลยอาจจะไม่เหมาะกับคนที่กำลังอดอาหารลดน้ำหนักอยู่ก็ได้ เดี๋ยวจะตบะแตกเอา

    โดยรวมก็เป็นอนิเมะแนวใสๆทำอาหารไปกินไปอร่อยจุงเบย ตัวละครก็น่ารักดี จะว่าเป็นแนวยูริก็คงจะได้เพราะไม่มีตัวละครชายเลย ถ้าไม่รวมฉากเซอร์วิสก็ถือว่าดูได้ทุกเพศทุกวัยละนะครับ ยังไงก็ลองหามาดูกันได้นะครับ


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->



 

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 7 : จงฟังเพลงของฉันซะ !! 俺の歌を聴け!!

 สวัสดีครับ วันนี้ก็เป็นการกลับมาเขียนถึงอนิเมะเรื่องโปรดของผมอีกครั้งครับ นั่นก็คือซี่รี่ย์มาครอสนั่นเอง สำหรับมาครอสนั้นจะต้องมีองค์ประกอบของ สงคราม รักสามเศร้า และเสียงเพลง สำหรับวันนี้ผมว่าจะลองมาชวนผู้อ่านทุกท่านมาฟังเพลงจากซีรีย์มาครอสกัน โดยผมจะเลือกเพลงที่ผมคิดว่าเด่นที่สุดในแต่ละภาค(เน้นเฉพาะ4ภาคหลักที่เป็นซีรีย์ฉายทางทีวีนะครับ) มาลองฟังกันดูนะครับ

*** Spoiler Alert : เช่นเคยจะมีการสปอยล์เนื้อหาหน่อยๆ ใครยังไม่ได้ดูมาครอสก็ไปดูให้ครบก่อนก็ได้นะครับ


1. Macross ภาคแรก

    สำหรับมาครอสภาคแรก เสียงร้องของลินน์มินเมย์(นักร้องตัวจริงคือคุณมาริ อิจิม่า)เป็นเสียงใสๆวัยรุ่นชอบ(วัยรุ่นสมัยนั้นอะนะ) ส่วนตัวผมว่าคาแร็คเตอร์ลินน์มินเมย์น่าจะได้รับอิทธิพลจากเติ้งลี่จวินมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะสมัยนั้นคุณเติ้งลี่จวินก็ไปร้องเพลงญี่ปุ่นอยู่เหมือนกันแล้วก็ดังมากๆด้วย จริงเท็จเช่นไรผมก็หาหลักฐานอะไรไม่ได้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานส่วนตัวนะครับ

    สำหรับเพลงที่ผมเลือกมาหนึ่งเพลงสำหรับภาคนี้ก็คือเพลง 私の彼はパイロット Watashi no kare wa pilot (My Boyfriend Is A Pilot แฟนหนูเป็นนักบิน) เนื้อหาจะเป็นแนวพ่อแง่แม่งอน ประมาณว่าแฟนของฉันเป็นนักบินแต่เขารักเครื่องบินของเขามากกว่าฉันเสียอีก ในซี่รี่ย์จะเป็นเพลงเดบิวท์ของลินมินเมย์แล้วก็น่าจะเป็นเพลงที่มีคนเอามาโควเวอร์ภายหลังมากที่สุดในซี่รี่ย์มาครอสก็ว่าได้ (เท่าที่จำได้ก็มีมิเลนที่ร้องตอนไปถ่ายหนัง รันก็กะก็เอาไปร้องตอนประกวดมิสมาครอสฟรอนเทียร์ แล้วก็แม้แต่เอ็กเซดอนก็เคยลุกขึ้นมาร้องเพลงนี้เหมือนกัน) ลองมาฟังกันดูครับ

 


2.Macross Seven

    สำหรับมาครอสเซเว่นจะเป็นแนวร็อค ออกๆแนวร็อคแบบยุค60-70 เสียงร้องของเนคคิบาซาร่าจะเป็นคุณโยชิกิ ฟุคุยามา(ผมเห็นแกแล้วก็นึกถึงพี่เสกโลโซทุกทีอะนะ) เสียงร้องของมิเลนจีเนียสนี่ก็เป็นคุณจิเอะ คาจิอุระ สำหรับตัวเนคคิบาซาร่าตอนแรกดีไซน์จะไม่มีแว่นตาแต่ดูเหมือนผู้กำกับจะเปลี่ยนให้ใส่แว่นกลมๆบวกกับนิสัยที่บาซาร่าเป็นคนที่เกลียดสงครามความขัดแย้งด้วยแล้วมันก็ทำให้ผมคิดว่าต้นแบบของบาซาร่านี่ก็คงไม่ใช่ใครแต่เป็นคุณ John Lennon เป็นแน่แท้ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ) แถมให้อีกนิดนึง ผมเคยอ่านเจอว่าทางผู้กำกับ โชจิ คาวาโมริ เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนสักแห่งว่าแกพอใจในคาแร็คเตอร์ของเนคคิบาซาร่ามากๆ และคิดว่าคงจะไม่สร้างซีรี่ย์มาครอสที่มีตัวเอกเป็นนักร้องชายอีกแล้วเพราะคงจะสร้างคาแร็คเตอร์ที่เหนือกว่าบาซาร่าอีกไม่ได้อีกแล้วละ เท็จจริงประการใดไม่ทราบแต่ทุกวันนี้นักร้องชายคนเดียวในซีรี่ย์มาครอสก็มีแต่บาซาร่านี่แหละ

    ว่าแล้วเพลงที่ผมเลือกมาสำหรับมาครอสเซเว่นก็คือเพลง Remember 16 เนื้อหาจะเป็นการระลึกความหลังความรักครั้งเก่าคำสัญญาที่ยังไม่ลืม เพลงนี้จะเป็นเพลงที่บาซาร่าแต่งขึ้นเพื่อจะใช้ดึงความทรงจำของทหารที่โดนพวกโปรโตเดวิลล้างสมองให้เป็นนักบินฝั่งตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่เล่นตอนที่แกมลินเอาของขวัญที่ฟิสิก้าฝากไว้ไปให้เมียแล้วพบว่าเธอมีผัวใหม่ไปแล้ว เรียกได้ว่าอารมณ์เพลงมาเต็มๆ นอกจากนี้จะมีร้องในเวอร์ชันอะคูสติกในเวอร์ชั้นหนังใหญ่ Macross 7 The Movie : Ginga ga ore wo yondeiru  หรือแม้แต่ในมาครอสเดลต้าก็จะมีฉากที่เด็กๆร้องเพลงนี้ส่งวิญญาณให้กับเมสเซอร์เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเพลงคลาสสิคเพลงนึงของมาครอสเลยก็ว่าได้


3. Macross Frontier 

    ภาคนี้เรียกได้ว่าจัดไอดอลสองคนไปเลยทีเดียว เสียงร้องของเชอริลก็คือคุณ May'n ส่วนของรันกะก็คือคุณเมกุมิ นากาจิมะ(รู้สึกว่าคุณเมกุมิจะทั้งร้องและพากย์ด้วยนะ) ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นภาคที่มีเพลงไพเราะมากแทบทุกเพลง สมัยฉายใหม่ๆดังๆนี้่สาวคนไหนที่ว่าร้องเพลงเก่งเวลาไปคาราโอเกะก็ต้องร้องเพลง Lion ไม่ก็ Northern Cross เป็นการข่มขวัญกันเลยทีเดียว เพราะมันเป็นเพลงที่ทั้งเร็วทั้งต้องใช้พลังและก็ร้องยากมากๆด้วย  ส่วนตัวผมว่ามาครอสฟรอนเทียร์มันเหมือนกับการเอามาครอสภาคแรกมารีเมคใหม่เสียมากกว่า บทบางตอนถ้าเคยดูมาครอสภาคแรกจะรู้เลยว่าเขาล้อเลียนตอนนี้นี่หว่า สำหรับคาแร็คเตอร์ของเชอริลน่าจะได้อิทธิพลจากเจ๊มาดอนน่าผสมๆกับเทเลอร์สวิฟนะแหละ  ส่วนของรันกะก็น่าจะเป็นไอดอลสาวญี่ปุ่นทั่วๆไปนะแหละนะ

    สำหรับเพลงภาคนี้ที่ผมจะเลือกมาก็คือเพลง Aimo Tori no Hito (ไอโมมนุษย์นก)ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเพลงกล่อมเด็กเพลงเดียวที่รันกะจำได้ เนื้อหากล่าวถึงทะเลท้องฟ้าและมนุษย์ที่เมื่อก่อนเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ผมชอบเพลงนี้เพราะจริงๆแล้วมันเพลงที่เชื่อมมาครอสฟรอนเทียร์กับมาครอสเซโร่เข้าด้วยกัน คนที่สอนเพลงนี้ให้รันกะน่าจะเป็นมาโอะโนมซึ่งตอนนั้นก็เป็นคุณยายของเชอริลด้วย ดูแล้วก็น่าจะเป็นเพลงของชนเผ่ามายันนะแหละ แล้วมันก็สำคัญมากถึงขนาดเวอร์ชันหนังใหญ่เขาก็เขียนบทให้เชอริลเองก็ร้องเพลงนี้ได้ด้วย มาลองฟังกันครับ


      

4.Macross Delta

    มาครอสเดลต้านี่ก็เอาเป็นวงไอดอล 5 คนไปเลย แต่ที่เด่นๆจริงๆจะเป็นนางเอกเฟรย่าวีออนซึ่งได้เสียงพากย์และเสียงร้องโดยคุณมิโนริ ซูซูกิ(เข้าใจว่าสำเนียงแปลกๆของเฟรย่าน่าจะเป็นสำเนียงไอจิของเธอนะแหละ แถมคุณมิโนรินี่ก็ชอบแอปเปิลมากๆเหมือนกับเฟรย่าด้วย รู้สึกว่าเธอจะได้รับเลือกบทเฟรย่าจากผู้สมัครออดิชันตั้งเกือบ8000คนเชียวนะ) ส่วนอีกคนก็คือมิกุโมะที่ได้เสียงร้องของคุณ JUNNA ที่มีเสียงที่เข้มแข็งลุ่มลึกดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ สำหรับต้นแบบของวง Walkure ส่วนตัวผมว่าน่าจะเป็นวงไอดอลหญิงที่มีการให้แต่งตัวแบบสีใครสีมันเหมือนพวกขบวนการมนุษย์ไฟฟ้าซูเปอร์เซ็นไต เท่าที่ผมนึกออกก็คงจะเป็นวง Momoiro Clover Z ละนะ

    สำหรับเพลงที่ผมจะเลือกมาจากภาคนี้ก็คือเพลง いけないボーダーライン  Ikenai BorderLine ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงเปิดตัวของวง Walkure ก็ว่าได้  จริงๆแล้วเนื้อหาของเพลงมันออกจะสองแง่สองง่ามหน่อยๆแหละ ตรงท่อนฮุกที่ว่าด้วยเรื่องของจุด G ซึ่งมันก็หมายถึงจุดนั้นของผู้หญิงหรืออาจจะหมายถึงแรง Gravity ที่นักบินทนได้ก่อนจะสลบอะนะ ฉนั้นแล้วทำไมพวกวินเดอร์เมียร์ถึงได้บอกว่าเพลงของพวกวาลคิวเร่นั่นแสนจะต่ำช้า ถ้าคนดูไม่รู้ความหมายของเพลงก็อาจจะงงๆก็ได้ว่ามันไปไม่ชอบอะไรตรงไหนกัน ว่าแล้วก็ลองฟังดูนะครับ


     จริงๆในมาครอสแต่ละภาคก็มีเพลงหลักเพลงเสริมที่น่าฟังทุุกเพลงละครับ แต่ที่นำเสนอในวันนี้เป็นเพลงที่ผมคิดว่ามีความสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องด้วยแล้วถ้าคนดูไม่รู้ความหมายของเพลงเลยก็อาจจะขาดอรรถรสในการรับชมไปบ้างก็เลยเลือกมานำเสนอ ถ้ามีโอกาศหน้าผมจะมาเขียนกับเพลงอื่นๆที่ผมชอบอีกนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมนะครับ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.30 : Mieruko-chan 見える子ちゃん

 สวัสดีครับ ตอนนี้ก็เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับประเทศไทย จะว่าไปช่วงหน้าร้อนที่ญี่ปุ่นนอกจะมีอีเว้นท์ไปเที่ยวทะเลเที่ยวภูเขาเที่ยวงานเทศกาล ก็ยังเป็นช่วงที่รายการเล่าเรื่องผีชอบออกอากาศตอนดึกๆด้วย ว่ากันว่าพอฟังเรื่องสยองขวัญแล้วเกิดอาการเสียวสันหลังแล้วจะรู้สึกเย็นๆคลายร้อนได้(ซึ่งผมก็ว่ามันอีหยังหว่าอยู่เหมือนกัน) วันนี้ก็เลยขอรีวิวเรื่องผีๆกับเรื่องนี้เลยครับ  Mieruko-chan 見える子ちゃん (ชื่อภาษาไทยว่า มิเอรุโกะจัง ใครว่าหนูเห็นผี) เรื่องราวจะสยองขวัญสั่นประสาทเช่นไรมาลองดูกันครับ เฮอๆๆ

Source : https://mierukochan.jp/


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของ มิโกะ โยทซึยะ สาวน้อยม.ปลายธรรมดาทั่วไปที่จู่ๆวันหนึ่งเธอเกิดเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นขึ้นมาได้ นั่นคือเหล่าภูตผีวิญญาณทั้งหลาย ด้วยความกลัวว่าคนรอบข้างรวมถึง ฮานา ยูริคาวะ เพื่อนสนิทจะตกใจกลัวไปด้วย เธอจึงตัดสินใจจะไม่บอกใครว่าเธอเห็นผีได้ แต่กลับทำเป็นเมินเฉยพวกมันราวกับว่าเธอไม่ได้เห็นพวกมันแต่ด้วยความน่ากลัวของเหล่าผีๆที่เธอได้เจอ บางครั้งมันก็อดจะร้องไห้ออกมาไม่ได้เหมือนกัน เรื่องราวจึงเป็นการดำเนินชีวิตของคนเห็นผีที่ต้องอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ควรมองเห็นนี่เอง

 


ความคิดเห็น :

     เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นการรวมเรื่องเล่าสยองขวัญที่มักจะได้ยินในรายการเล่าเรื่องผีของญี่ปุ่นเอาไว้นะแหละ ว่าที่จริงดูเหมือนคนไทยกับคนญี่ปุ่นนี่จะคิดเหมือนกันว่าเวลาได้ยินได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นก็ให้เงียบๆทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเอาไว้อย่าไปทักไม่งั้นของจะเข้าตัว อย่างไรก็ดีตัวเนื้อเรื่องไม่ได้เน้นที่ความสยองขวัญเท่าไรแต่ออกเป็นแนวคอมเมดี้ตลกนิดๆเสียมากกว่า ฉากแบบฆ่ากันเลือดสาดก็ไม่มี(ยกเว้นฉากที่ผีกินกันเอง)แต่ที่ได้เรท18+เพราะมันดันไปเน้นที่ฉากวาวหวิบหรือเรือนร่างของสาวๆซะอะนะ

 ข้อด้อย:

    ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขามาเที่ยววัดไทยแล้วเอาพวกรูปปั้นเปรตพวกสัมภเวสีไปเป็นแรงบันดาลใจหรือเปล่าเพราะดูแล้วมันออกแนวนั้นนั่นแหละ แต่เพราะมันเป็นอนิเมะก็เลยไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น(อาจเพราะผมโตมากับหนังโหดๆแหวะๆอย่าง HellRaiser เฟรดดี้ครูเกอร์ เจสันยังไม่ตาย จูออน the ring ก็เลยไม่ได้กลัวแนวผีเปรตผีโผล่อะไรแบบนี้เท่าไรอะนะ)แต่ถ้าให้เด็กน้อยดูแล้วก็อาจจะกลัวก็ได้ เรื่องนี้เลยไม่เหมาะสำหรับเด็กละนะครับ

    กล่าวโดยสรุปได้ว่าเรื่องนี่เป็นแนวคนเห็นผีที่ดูได้สนุกดี เนื้อเรื่องไปเรื่อยๆแต่ก็มีหักมุมเหนือความคาดหมายอยู่เหมือนกัน หลายตอนดูแล้วก็ประทับใจดีมีข้อคิดแฝงอยู่ด้วยเหมือนกัน ตัวละครก็น่ารักดี ดูไปแล้วก็อดสงสารมิโกะจังไม่ได้ ถ้าใครเบื่อๆแนวไปต่างโลกแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาดูแนวภูติผีวิญญาณที่ไม่สยองจนเกินไปก็ขอแนะนำเรื่องนี้ละนะครับ ดูแล้วก็ขอให้นอนหลับฝันดีอย่าได้เห็นผีกันก็แล้วกันนะครับ เฮอๆๆๆๆ 

Official Anime Website -> https://mierukochan.jp/

 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

Anime No.29 : Super Spacetime Fortress Macross 超時空要塞マクロス

 สวัสดีครับ ในที่สุดก็มาถึงการรีวิวซีรี่ย์มาครอสภาคที่เหลืออยู่เป็นภาคสุดท้าย นั่นก็คือมาครอสภาคแรก Super Spacetime Fortress Macross 超時空要塞マクロス ผมจำได้ว่าเคยดูเรื่องนี้สมัยตอนยังเป็นเด็กๆ ตอนนั้นน่าจะเอามาฉายที่ช่อง 5 แต่เปลี่ยนชื่อเป็น Robotech เป็นการเอามาครอสไปย้อมขาว(White Washing)ที่อเมริกาแบบที่ชอบทำกับอนิเมะหรือเกมที่มาจากญี่ปุ่นในสมัยนั้นน่ะแหละ จำได้ว่าพระเอกดันชื่อว่าริคฮันเตอร์ไม่ใช่อิจิโจฮิคารุ ส่วนเนื้อหานี่เรียกได้ว่าจำอะไรไม่ได้เท่าไร(เพราะยังเด็กมากอยู่แหละ)จำได้ว่ามันเป็นเรื่องของรักสามเศร้า มีอาหมวยร้องเพลง มีเครื่องบินที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แล้วก็มีมนุษย์ต่างดาวยักษ์บุกโลก ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ


 

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

     เรื่องเริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ 1999 เมื่อมียานอวกาศขนาดยักษ์ตกลงมาบนโลก เมื่อสหประชาชาติ U.N Spacy ได้เข้าไปตรวจสอบจึงได้ทราบว่าเป็นยานของมนุษย์ต่างดาว จึงได้ทำการฟื้นฟูและศึกษาเทคโนโลยี่ต่างๆที่อยู่ในยานเพื่อนำมาพัฒนายุทโธปกรณ์ของตัวเอง เวลาผ่านไปถึงปี 2009 ในงานเปิดตัวยานที่ฟื้นฟูเสร็จ(ให้ชื่อว่า Macross SDF-1) ฮิคารุ อิจิโจ นักบินผลเรือนก็ได้เข้าป่วนงาน ตอนนั้นเองยานมาครอสก็จับสัญญานการรุกรานจากห้วงอวกาศได้จึงทำการยิงปืนใหญ่ใส่กลุ่มกองยานอวกาศ การปะทะกันกับมนุษย์ต่างดาวจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จับพลัดจับผลูฮิคารุก็ได้ขับเครื่องบินรบที่ถูกพัฒนาให้แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ Valkyrie VF1  ระหว่างความวุ่นวายฮิคารุได้ไปช่วย ลินน์ มินเมย์ หลานสาวเจ้าของร้านอาหารจีนเข้า ตอนที่จะพามินเมย์อพยพเข้ายานมาครอสนั่นเองที่เขาได้พบกับ มิสะ ฮายาเสะ โอเปอเรเตอร์สุดเฮียบของมาครอส เมื่อทั้งคู่เข้ามาในมาครอสได้กัปตันก็ได้สั่งให้ทำการโพล์ด(วาร์ป)หนีแต่เพราะไม่เคยทำการโพล์ดมาก่อนจึงเกิดการผิดพลาดไปโผล่ที่ดาวพลูโต ยานมาครอสจึงต้องหาทางกลับมายังโลกให้จงได้นั่นเอง

 



ความคิดเห็น :

    ต้องบอกว่ามาครอสเป็นอนิเมะแนวไซไฟเรื่องแรกที่ผมดูแล้วประทับใจ เพราะอนิเมะแนวหุ่นยนต์สู้รบสมัยนั่นก็มีไม่ใช่น้อย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวสู้กันลูกเดียว ตัวดีก็ดีตัวร้ายก็ร้าย (ถ้านึกไม่ออกก็นึกถึงพวก Transformers หรือกันดัมนะแหละครับ) แต่มาครอสนี่มาแปลกคือนอกจากเป็นแนวสงครามอวกาศแล้วยังใส่ความเป็นรักสามเศร้า ทำให้เราลุ้นไปกับฮิคารุว่าเขาจะเลือกใครระหว่างสาวน้อยไอดอลมินเมย์หรือคุณป้าสายทหารอย่างมิสะ นอกจากนี้ยังใส่เสียงเพลงเพราะๆของคุณ มาริ อิจิมะ มาร้องเป็นลินน์มินเมย์อีก (ส่วนแนวเพลงในภาคนี้จะเป็นแนว City Pop แนวดนตรีสังเคราะห์มีเสียงเบสหนุมหนับชัดเจนเรียกได้ว่าเป็นแนวตะวันตกที่ฮิตในยุคสมัยนั้นนะแหละ ถ้าเทียบกับบ้านเราก็น่าจะเป็นวงคอมโบสตริงอย่าง The Impossible หรือ Pink Panther นั่นแหละนะ) เรียกได้ว่ามาครอสเป็นอะไรที่ผสมทุกอย่างอย่างลงตัว ดูแล้วก็ไม่น่าเบื่อ คนที่ไม่ได้ชอบไซไฟจ๋าก็พอดูได้ละครับ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมาครอสภาคแรกนี่ฉายประมาณปี 1982 ซึ่งมันก็เก่ามากๆแล้ว ถ้าไปดูในแบบซีรี่ย์บางทีจะเห็นรอยแผ่นอครีลิกที่เขาวาดภาพลงไปด้วยซ้ำไป ภาพตัวละครบางทีก็วาดมาไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร  พล็อตเรื่องบางอย่างก็ดูตลกๆไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง ถ้าใครขี้เกียจดูก็ให้ดูภาคหนังใหญ่ Macross : Do you remeber love ? เอาก็ได้ (ผมคิดว่าตอนที่เขาสร้างภาคซีรีย์นี่ผู้กำกับอาจจะยังอายุน้อยก็เลยเขียนบทขาดๆเกินๆไปนิด พอเขาทำหนังใหญ่ก็เลยเอาโครงเรื่องเดิม ตัดมุกตลก ตัดบทที่ไม่สำคัญออกไปแล้วเขียนบทให้สมจริงสมจังนะแหละ มันเลยกลายเป็นธรรมเนียมสำหรับมาครอสในภาคต่อๆมาที่จะมีภาคหนังใหญ่ที่บทก็คล้ายๆกับภาคซีรีย์อาจจะแค่ปรับบทหรือเพิ่มเพลง พอน้องๆหนูๆที่ไม่เข้าใจมาดูก็จะบ่นว่าทำไมมันเหมือนกับที่ดูในซีรีย์เลยไม่เห็นต่างอะไรอะนะ)

    สำหรับภาคหนังใหญ่ Do you remember love อีกสิ่งที่สุดยอดคือมันเป็นการวาดด้วยมือทั้งหมดเพราะสมัยนั้นยังไม่มีCGอะไรทั้งนั้น จะเห็นความสุดยอดของอนิเมะไซไฟยุค80-90ที่สมัยนี้แทบไม่มีใครทำกันแล้ว แต่ถ้าใครอยากได้ความลึกของเนื้อหาก็ให้ลองดูเวอร์ชันซีรี่ย์ฉายทีวีนะครับ อย่างเช่นเรื่องของเฮียแม็กสมัยหนุ่มๆว่าเก่งกาจขนาดไหนแล้วไปได้กับมิเรียได้ยังไง(ซึ่งในเวอร์ชันหนังใหญ่ตัดออกไปเกือบหมดละนะ)  อีกอย่างตอนผมเด็กๆดูเรื่องนี้แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ชอบวาลคีรี่ชอบมาครอสไปตามประสาเด็กน้อย แต่พอเป็นผู้ใหญ่แล้วมาดูอีกรอบกลายเป็นว่าเรื่องนี้มันซ่อนมุกอะไรๆที่มีแต่ผู้ใหญ่ดูแล้วถึงจะขำอยู่พอสมควร รวมถึงความลึกซึ้งที่เด็กๆดูไปก็คงไม่เข้าใจ     

    ว่าที่จริงมาครอสนี่มีอะไรลึกซึ้งซ่อนๆไว้อีกเพียบ ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะเขียนถึงอีกทีหลังนะครับ  

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

Anime No.28 : Kaguya-sama: Love Is War かぐや様は告らせたい ~天才たちの恋愛頭脳戦~

 สวัสดีครับ เนื่องในโอกาสเดือนแห่งวันวาเลนไทน์ ถ้าให้นึกถึงอนิเมะเรื่องราวรักๆใคร่ๆที่อยากจะแนะนำสำหรับวันแห่งความรักแล้วละก็ ให้นึกไวๆตอนนี้ที่นึกออกก็คือเรื่อง Kaguya-sama: Love Is War  かぐや様は告らせたい ~天才たちの恋愛頭脳戦~ (ชื่อภาษาไทย"สารภาพรักกับคุณคางุยะซะดี ๆ ~สงครามประสาทความรักของเหล่าอัจฉริยะ~ ")ละครับ เพราะว่าพึ่งดูไปหมาดๆ แถมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันคล้ายๆกับชีวิตผมสมัยมัธยมปลายยังไงชอบกล จะเป็นยังไงมาลองดูกันครับ


Source : https://dubbing.fandom.com/wiki/Kaguya-sama:_Love_is_War

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

         เรื่องราวความรักวุ่นๆในโรงเรียนชูจิิอิงระหว่างประธานนักเรียนหนุ่ม มิยุคิ ชิโรกาเนะ กับรองประธานนักเรียนสาว คากุยะ ชิโนะมิยะ ซึ่งทั่งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกันแต่ด้วยความที่ทั้งสองคนขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะจึงมีทิฐิมีความทะนงตนไม่ยอมจะเป็นฝ่ายสารภาพรักก่อน ต่างฝ่ายต่างก็งัดยุทธวิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายสารภาพรักออกมาก่อนและกลายเป็นฝ่ายผ่ายแพ้ให้จงได้ เรื่องราวความวุ่นวายชวนฮาจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง



ความคิดเห็น :

    ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นแนวตลกโป๊กฮา ส่งมุกกันโป๊ะเป๊ะๆ เรียกได้ว่าดูแล้วขำน้ำมูกน้ำตาไหลแน่นอน เนื้อเรื่องก็ค่อนข้างจะเข้ายุคเข้าสมัย พล็อตเรื่องก็จะเป็นแนวๆวันนี้ประธานชิโรกาเนะกับรองประธานชิโนมิยะจะสู้อะไรกันแล้วใครเป็นฝ่ายแพ้ฝ่ายชนะ ใครเครียดๆมาดูเรื่องนี้แล้วก็รับรองว่าจะหายเครียดแน่นอนละครับ

    เรื่องนี้นอกจากจะโด่งดังมากและมีภาคต่อมาเรื่อยๆ  ก็ยังมีเวอร์ชันคนแสดงด้วยตามระเบียบละครับ



ข้อด้อย : 

    ข้อด้อยก็คงจะเป็นที่มุกตลกบางทีก็พูดกันเร็วเกินไป บางครั้งอ่านซับไตเติลไม่ทันก็จะไม่ทันมุกได้เหมือนกัน (ขนาดว่าฟังภาษาญี่ปุ่นออกบ้างก็ยังมีที่ฟังไม่ทันอยู่เหมือนกัน)  หรือที่ใช้วิธีเขียนมุกให้อ่านเอาเองนั่นก็อ่านไม่ทันหรือตัวเล็กจนอ่านไม่ออกอยู่เหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้อยากให้เขาอ่านออกเสียงจะดีกว่าให้อ่านเอาเองละนะ

    จะว่าไปนางเอกอย่างรองประธานชิโนมิยะนี่ก็จัดเป็นประเภทยันเดเระ(ประเภทแอบคลั่งรักแบบโหดๆใครมาแตะคนที่ชอบไม่ได้) ซึ่งอนิเมะหลังๆมาก็ดูเหมือนชอบให้นางเอกเป็นยันดาเระกัน ก่อนหน้านี้นางเอกประเภทซึนเดเระ(ประเภทชอบพระเอกแต่กลับชอบพูดร้ายๆแดกดันแทน)จะเป็นที่นิยมมาก่อน ส่วนนางเอกประเภทน่ารักอ่อนหวานใสซื่อนี่ดูเหมือนว่าสมัยนี้จะสูญพันธุ์ไปหมดแหละครับ

    ส่วนที่ว่าเรื่องนี้ดูไปแล้วมันคล้ายๆเรื่องสมัยมัธยมของผม ก็เพราะว่าผมเองก็เคยเป็นประธานนักเรียนที่ปั่นจักรยานไปโรงเรียนแถมยังมีน้องสาวตัวแสบและฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนกันซะอีก เรียกได้ว่าพอดูเรื่องท่านคากุยะไปซักพักแล้วมันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านี่คนเขียนแอบเอาเรื่องของผมไปเขียนหรือเปล่าหว่า? แต่ก็คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญละนะครับ เฮอๆ   

ใครอยากรู้ว่าสมัยมัธยมผมเป็นเช่นไรลองมาอ่านมังงะที่ผมเขียนขึั้นมาก็ได้นะครับ เรื่องจะเก่าๆหน่อยเพราะมันย้อนไปปี 1999 นู้นแหละ อ่านแล้วมีความเห็นเช่นไรก็บอกกล่าวกันได้นะครับ  ->