แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ macross แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ macross แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568

Anime Special 19 : Macross Heroine Audition 新マクロス超時空歌姫オーディション2025

 สวัสดีครับ วันนี้ก็มีข่าวอัพเดทเกี่ยวกับอนิเมะเรื่องโปรดของผม นั่นก็คือซีรี่ย์มาครอสครับ ตอนนี้มีการประกาศรับสมัครออดิชันนักร้องที่จะมารับบทเป็นนักร้องในซีรีย์มาครอสภาคต่อไปครับ

Image courtesy of Bigwest

รายละเอียดที่พอจะทราบก็คือเขารับสมัครนักร้องหญิงอายุ 13 - 22 ปี(นับถึงวันที่ 1 เมษา 2025)เป็นผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเขาจะให้ร้องเพลงเดโมที่แต่งขึ้นมาใหม่สำหรับซีรี่ย์นี้โดยเฉพาะคือเพลง Ai to Ai พร้อมทั้งรูปถ่ายแล้วส่งเข้าประกวดภายในวันที่ 2 มีนาจนถึงวันที่ 30 เมษา โดยการตัดสินรอบสองจะจัดขึ้นตอนปลายเดือนมิถุนายน(น่าจะออนไลน์) และรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นปลายเดือนกรกฎาคมที่โตเกียว(แบบเจอหน้ากรรมการ)


สำหรับแฟนๆมาครอสน่าจะพอรู้ข่าวกันแล้วว่า ภาคใหม่นี่เขาจะให้สตูดิโอ Sunrise (ที่ทำกันดัม กินทามะน่ะแหละ)เป็นคนรับผิดชอบงานภาพ ส่วนงานด้านดนตรีก็จะเป็น Lantis กับ Flying Dog เช่นเคยกับภาคที่แล้ว (ไม่แน่ใจว่าเหล่าแฟนพันธุ์แท้จะรับได้หรือเปล่า เพราะไม่รู้ว่าผู้กำกับโชจิคาวาโมริจะรับหน้าที่กำกับอยู่หรือเปล่านะ ถ้าแกไม่รับงานเดี๋ยวภาคใหม่นี่ก็อาจจะมีชะตาเดียวกับภาค Macross II อะนะ) 

 


    สำหรับเนื้อเรื่องแนวทางของมาครอสภาคใหม่จะเป็นยังไงนั้นก็ยังไม่มีข่าวอะไรหลุดออกมาแต่อย่างใด  แต่พอฟังเพลง Ai to Ai แล้วนี่ผมรู้สึกว่ามันมีกลิ่นไอความเป็นร็อกอยู่พอสมควร ทั้งเสียงกีต้าร์ที่เด่นออกมา ก็เลยพลอยจะอดคิดไม่ได้ว่าหรือมันจะเป็นเพลงที่ให้ลูกสาวของบาซาร่าร้องหรือเปล่าหว่า ?? ยิ่งท่อนแรกร้องว่า 渾身の歌をきけーー!(จงฟังเพลงที่ร้องสุดใจนี่ซะ) มันดูคล้ายๆคำพูดติดปากของบาซาร่าที่ว่า 俺の歌をきけーー!!(จงฟังเพลงของข้าซะ) อยู่นะแต่ก็นั่นแหละนะ บาซาร่าถ้าจะกลับมาในภาคต่อไปก็คงอายุปาไปสัก 40-50 ปีแล้ว แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็น่าจะได้อยู่แหละ เดาๆมั่วๆกันไป เฮอๆ 

สำหรับใครที่เป็นสุภาพสตรีแล้วอยู่ที่ญี่ปุ่นก็ลองสมัครเข้าประกวดได้นะครับ เพราะเขาก็ไม่ได้ระบุสัญชาติด้วยว่าต้องเป็นคนญี่ปุ่นหรือเปล่าอะนะ หวังว่าจะได้รับชมมาครอสภาคใหม่ในเร็ววันนี้นะครับ 

Audition Website -> https://macross-aud.jp

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 14 : มาครอสกับประวัติศาสตร์ในชีวิตจริง 現実の歴史とマクロス

 สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาพูดถึงอนิเมะเรื่องโปรดของผมกันอีกครั้งนั่นคือเรื่องมาครอส วันนี้ก็จะขอรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ที่ผมคิดว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อเนื้อเรื่องของมาครอส เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาดูกันเลยครับ

*** Spoiler Alert !! มีการสปอยล์เนื้อเรื่องด้วยนะครับ ใครยังไม่ได้ดูมาครอสครบทุกภาคก็ไปดูกันก่อนได้เลย อนึ่งเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ถูกผิดไม่ถูกใจประการใดก็ต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี้ด้วย

 



1. สงครามเย็นกับมาครอส

    เนื่องด้วยมาครอสภาคแรกนี่ถูกสร้างขึ้นประมาณช่วงเวลาที่สงครามเย็นใกล้ๆจะจบ(มาครอสออกฉายปี 1982 ส่วนโซเวียตล่มสลายประมาณปี 1991) ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นได้ว่าพวกมนุษย์ต่างดาวชาวเซ็นทราดี้นี่จะออกแนวบ้าสงคราม ไม่มีวัฒธรรมของตัวเอง ไม่รู้จักดนตรีการบันเทิงเริงรมย์ ผมเลยพออนุมาณได้ว่าเขาออกแบบเซ็นทราดี้ให้เป็นตัวแทนของพวกคอมมิวนิสต์นี่แหละ เพราะภาพลักษณ์ของคอมมิวนิสต์นี่คือการไม่เอาวัฒนธรรมไม่เอาศาสนาใดๆ (นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขมรตอนที่เขมรแดงเรืองอำนาจก็กวาดล้างแหล่งวัฒนธรรมของตัวเองจนแทบไม่เหลืออะไรไว้เลย ตอนนี้ถึงชาวกัมพูชาจะพยายามจะฟื้นคืนวัฒนธรรมตัวเองขึ้นมาแต่ก็สับสนไปแล้วว่าวัฒนธรรมตัวเองดั้งเดิมจริงๆแล้วเป็นยังไงกันแน่ เขาถึงชอบมาเครมของบ้านเราเอานี่แหละ) อีกอย่างหนึ่งถ้าดูเครื่องแบบของพวกเซ็นทราดี้ให้ดีก็จะเห็นว่ามันออกโทนเขียวๆแดงๆ เทาๆ ซึ่งก็เป็นโทนเดียวกับเครื่องแบบของทหารโซเวียตนะแหละ(ซึ่งผมว่าพวกซีออนในเรื่องกันดัมก็ดูจะใส่โทนนี้เหมือนกันนะ) ซึ่งแน่นอนพวกมนุษย์โลก UN Spacy ก็จะเป็นตัวแทนของโลกเสรี เรามีวัฒธรรมทั้งภาพยนต์ ดนตรี ไอดอล เหมือนกับที่พวกอเมริกันพยายามสร้างภาพขายของ American Pop Culture ในช่วงสงครามเย็น  ซึ่งในเนื้อเรื่องตอนจบพวกเซ็นทราดี้ก็จะยอมแพ้และเข้าร่วมกับพวกมนุษย์ คล้ายๆกับเป็นการทำนายว่าสุดท้ายสงครามเย็นจะจบลงและฝ่ายโลกเสรีจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งสุดท้ายกำแพงเบอร์ลินก็ถูกทำลาย(ปี1989) โซเวียตก็ล้มสลายตามลงมาจริงๆ (หรือจะมองว่ามาครอสเป็นโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่งของอเมริกากับญี่ปุ่นที่ร่วมมือกันก็อาจจะมองได้อะนะ แต่เรื่องแนวไซไฟหุ่นยนต์รบสมัยนั้นก็มาแนวๆนี้แหละอย่างกันดัมเป็นต้น) 



 

2. เหตุการณ์รอสเวลกับมาครอส

     ประมาณปี 1947 มีเหตุการณ์ยานบินประหลาดตกที่รอสเวลรัฐนิวแม็กซิโกในบริเวณฐานทัพอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา จนเป็นข่าวล่ำลือกันว่าที่ตกนั้นเป็นยาน UFO จากต่างดาวและนั่นเองเป็นสาเหตุให้อเมริกามีเทคโนโลยีการบินและการทหารล้ำหน้ากว่าชาติอื่นๆเพราะได้ชำแหละซากยานอวกาศแล้ววิเคราะห์เอาเทคโนโลยีมนุษย์ต่างดาวมาใช้งาน แม้ภายหลังทางกองทัพจะออกมาปฎิเสธว่าเป็นเพียงบอลลูนวิเคราะห์สำรวจสภาพอากาศตกก็เหอะ แต่ชาวบ้านก็จินตนาการไปไหนต่อไหนกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่รอสเวลนี่ก็น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับยานมาครอสที่เป็นยานต่างดาวที่ตกลงมาบนโลกเช่นกัน และทำให้มนุษย์ชาติรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีิวิตต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาร่วมถึงยังเอาเทคโนโลยีจากยานมาครอสมาพัฒนาอาวุธยุทธโธปกรณ์ต่างๆจนได้เป็นเครื่องบินรบแปลงร่างได้อย่าง Valkyrie VF0 (ปรากฎตัวในมาครอสเซโร่) โดยเขาจะใช้ศัพท์การเอาเทคโนโลยีต่างดาวมาเป็นของตัวเองอย่างนี้ว่า Over Technology ซึ่งก็น่าจะมีที่มาจากเรื่องมาครอสนี่แหละครับ  



 3. ระเบิดนิวเคลียร์กับมาครอส

    อย่างที่ทราบกันว่า(ณ.ตอนที่เขียนบทความนี้ในปี 2024) ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่โดนทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถึงสองลูกที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิตอนใกล้จบสงครามโลกครั้งที่2 ความหายนะและสิ่งเลวร้ายในตอนนั้นก็คงจะส่งผลกระทบกับจิตใจคนญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย แม้แต่ในมาครอสก็จะมีเนื้อเรื่องตอนที่เอะอะสู้ไม่ได้แล้วก็จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ซะเลยดีกว่า (ถ้าจำไม่ผิดจะมีในมาครอสเซโร่ที่ดูเหมือนจะสู้มนุษย์นกไม่ได้แล้วก็งัดเอาระเบิดนิวเคลียร์ออกมายิง หรือในมาครอสเซเว่นก็มีคำสั่งให้แม็กซ์เอาระเบิดนิวเคลียร์ไประเบิดดาวของพวกโปรโตเดวิลทิ้งซะ แล้วก็ในมาครอสฟรอนเทียร์ก็จะมีการวางแผนล่อให้งัดระเบิดนิวเคลียร์ออกมาจัดการพวกวาจูร่า หรือแม้แต่ในมาครอสเดลต้าก็จะมีการทิ้งระเบิดมิติที่เป็นสาเหตุทำให้พวกวินด์เดอรเมียร์โกรธแค้นมนุษย์โลก) แน่นอนว่าในเนื้อเรื่องจะไม่พูดว่าเป็นระเบิดนิวเคลียร์หรอกเพราะมันคงกระทบจิตใจคนดูที่เป็นคนญี่ปุ่น เขาก็จะเปลี่ยนชื่อเป็นระเบิดปฏิภาคเอยระเบิดมิติเอยนะแหละ (แต่คนดูก็รู้ว่ามันเป็นระเบิดนิวเคลียร์ละนะ) หรือแม้แต่มาครอสภาคแรกจะมีฉากที่มาครอสพยายามจะเปิดบาเรียแบบคลุมทั้งตัวแต่ผิดพลาดทำให้เมืองระเบิดหายไปทั้งเมือง ทำให้คากิซากิหนีไม่ทันก็ตายไปตอนนั้นด้วย ซึ่งถ้าดูให้ดีมันก็คือการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์นะแหละ ซึ่งจะว่าไปเมสแซสที่ผู้เขียนบทมาครอสต้องการสื่อสารก็อาจจะเป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์แบบพร่ำเพรื่อโดยไม่สนใจผลที่จะตามมามันเป็นเรื่องเลวร้ายมากกว่าที่คิดก็เป็นได้ 

 


4.ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์กับมาครอส

    อันนี้ไม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในชีวิตจริงแต่อย่างใด แต่เป็นข้อสันนิษฐานส่วนตัวของผมเองแหละ คืออย่างที่แฟนๆมาครอสน่าจะทราบว่ามาครอสภาคหลักๆเนี่ยเขาจะสร้างซีรี่ย์แบบฉายทางทีวีก่อนแล้วต่อมาก็จะสร้างฉบับภาพยนตร์หนังโรงออกมาฉาย ซึ่งภาคหนังโรงเนี่ยก็แทบจะมีเนื้อหาเหมือนภาคทีวีเลย (ก็เดาได้ว่าตอนเป็นซีรีย์ภาคทีวีเนี่ยมีเวลาสร้างจำกัดคงมีการเผางานไปบ้างไม่มากก็น้อย ก็เลยค่อยมาเรียบเรียงเนื้อหาแล้วทำภาคหนังโรงที่คุณภาพสูงกว่าออกมาทีหลังละนะ) ตอนแรกผมก็ว่าภาคหนังใหญ่มันก็คงเป็นการรีเมคเนื้อหาเฉยๆนะแหละ แต่พอดูภาคหนังโรง Macross 7 : Galaxy is calling me แล้วเนี่ย ผมก็เอ๊ะอะไรบางอย่างขึ้นมา ในตอนที่บาซาร่าพูดคุยกับเอมิเลีย(พี่สาวของมิเลน) เธอบอกว่าเธอเคยดูหนังเรื่องราวของมินเมย์ตอนที่เธอเป็นเด็กๆแล้วก็เกิดประทับใจต่อไอดอลนักร้องที่หยุดสงครามได้ก็เลยอยากจะเป็นนักร้องนักดนตรีบ้าง พอผมไปย้อนดูมาครอสภาคแรกทั้งที่เป็นซีรีย์หรือภาคหนังใหญ่ Do you remember love แล้วก็รู้สึกว่ามินเมย์ไม่เคยเล่นหนังที่เกี่ยวกับสงคราม Space war I เลยนี่หว่า มีแต่เล่นหนังแอ็คชันกังฟูไอ้หนุ่มมังกรขาวน้อย 小白龍(シャオパイロン) แค่นั้นแหละ ก็เลยคิดได้ว่า หรือจริงๆแล้วภาคหนังใหญ่เนี่ยก็คือภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทำจากเรื่องที่เกิดขึ้นจากภาคทีวีซีรีย์ละหว่า ? คือสมมุติว่าภาคทีวีซีรีย์นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในไทม์ไลน์จริง เสร็จแล้วก็มีคนเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วมาทำเป็นหนังใหญ่ออกฉายละ ? ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหนังที่เอมิเลียได้ดูตอนเด็กๆจริงๆก็คือหนังใหญ่ Macross : Do you remember love ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเป็นประวัติศาสตร์จากมาครอสทีวีซีรีย์ภาคแรกแล้วละก็น่าจะสมเหตุสมผลหรือเปล่า (เหมือนเกิดสงครามโลกครั้งที่สองไปแล้วก็มีคนเอามาทำเป็นหนัง Saving private ryan อะไรแบบนั้นแหละ) ถ้ามันเป็นยังงั้นจริงๆก็อาจจะเป็นอารมณ์แบบว่ามีผู้กำกับหนังที่ไปเจรจาซื้อลิขสิทธ์จากใครสักคนในเรื่อง เช่น มินเมย์ รันกะ เชอร์ริล วงวาลคิวเร่ แล้วเอามาเขียนบทใหม่ให้จบแบบประทับใจเพิ่มเพลงใหม่ๆทำเป็นภาพยนตร์ออกมาฉาย เราเลยอาจจะได้นั่งดูหนังใหญ่พร้อมๆกับตัวละครที่ขายลิขสิทธิ์ไปทำหนังก็ได้ (งงมัยครับเนี่ย)  หมายความว่าในไทม์ไลน์จริงๆแล้วทั้งรันกะ เชอร์ริล แอลโต้ ก็เหมือนตอนจบภาคทีวีคือทั้งสามคนก็อยู่สะบายดี(อยู่กันสามคนผัวเมีย) แค่พอผู้กำกับซื้อลิขสิทธิ์เนื้อเรื่องเอาไปทำเป็นหนังใหญ่แล้วเขาอาจจะเขียนบทให้ตอนจบเป็นว่าเชอร์ริลนอนเป็นผัก แอลโต้หายสาบสูญ เหลือแต่รันกะ พอดูหนังจบออกจากโรงหนังตัวเชอร์ริลอาจจะบ่นๆว่าอะไรวะตูกลายเป็นผักหรอเนี่ย ก็เป็นไปได้นะ (ส่วนสาเหตุที่มาครอสเซเว่นไม่มีหนังใหญ่แบบรีเมคก็คงเป็นเพราะว่าตอนท้ายเรื่องรักสามเศร้าทั้งสามคน บาซาร่า มิเลน แกมลินดันหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ ผู้กำกับหนังก็เลยไม่รู้จะไปซื้อลิขสิทธิ์หนังกับใครหรือเปล่า เฮอๆ)  แต่ก็นั่นแหละครับ ทั้งหมดก็คือการมโนของผมเองล้วนๆ เอาเข้าจริงดูเหมือนว่าภาคต่อๆของมาครอสจะสร้างต่อจากภาคหนังใหญ่มากกว่าจะเป็นภาคทีวีซีรีย์ละนะ (ยกตัวอย่างเช่น ตัวละครอย่างเอ็กเซลดอนในมาครอสภาคแรกฉบับทีวีซีรีย์จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ธรรมดาเลย แต่พอในภาคหนังใหญ่ Do you remember love จะกลายเป็นตัวสีเขียวหัวสมองใหญ่ๆ พอไปปรากฎตัวเป็นที่ปรึกษาในมาครอสเซเว่นก็จะมีรูปร่างตัวเขียวๆหัวใหญ่ๆเหมือนที่อยู่ในภาคหนังใหญ่นะแหละ) 




สำหรับวันนี้ก็คงจะเขียนประมาณนี้นะครับ อย่างที่บอกว่าเนื้อหาที่เขียนผมมโนปะติดปะต่อเอง อาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ใครที่เป็นแฟนมาครอสเหมือนผมอ่านแล้วคิดเห็นประการใดก็บอกกล่าวกันได้นะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมนะครับ

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 9 : เพลงเพราะๆที่ตัวเอกมาครอสไม่ได้ร้อง マクロス主人公の歌ではないいい曲

 สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาเขียนเกี่ยวกับอนิเมะเรื่องโปรดของผมอีกครั้ง นั่นก็คือซี่รี่ยมาครอสนั่นเอง ช่วงนี้ก็นั่งฟังเพลงจากมาครอสอยู่หลายๆเพลง มันก็เลยคิดสนุกลองคิดดูดีๆว่ามีเพลงที่ตัวเอกไม่ได้ร้องแต่เป็นเพลงที่ไพเราะบ้างหรือเปล่า ว่าแล้วก็ลองรวบรวมมาดูลองมาฟังกันดูนะครับ

*** Spoiler Alert : มีการสปอยล์เนื้อหาจากซี่รี่ย์มาครอสอยู่บ้างนะครับ ใครยังไม่ได้ดูไปดูมาก่อนก็ได้นะครับ


1. Macross ภาคแรก : Runner

มาครอสภาคแรกนี่มีนักร้องอยู่คนเดียวก็คือลินน์มินเมย์ ก็น่าจะมีเพลงของเธอคนเดียวแต่จริงๆแล้วเพลงเปิดและเพลงปิดของมาครอสร้องโดยนักร้องชาย เพลงเปิด "超時空要塞マクロス" มีคุณมาโกโตะ ฟุจิฮาระ เป็นคนร้อง อารมณ์เพลงเหมือนเพลงปลุกใจทหารหน่อยๆแหละ ก็ว่าเป็นแนวที่ชอบแต่งให้อนิเมะหุ่นรบยักษ์สมัยยุค 70-80 สำหรับเพลงปิดเป็นเพลงบัลลาดเศร้าๆ ランナー Runner ขับร้องโดยคุณมาโกโตะ ฟุจิฮาระเช่นกัน เนื้อหาเป็นการบอกว่าขอยอมแพ้ไม่วิ่งตามเงาของเธอผู้ห่างไกลไปเสียแล้ว ซึ่งก็เข้ากับความรู้สึกของฮิคารุที่คิดว่ามินเมย์กลายเป็นไอดอลที่เขาไม่อาจจะเอื้อมมือไปถึงแล้ว เพลงไพเราะเนื้อหากินใจมาก สำหรับภาพประกอบก็เป็นมือของคนจริงๆคนหนึ่งกำลังเปิดอัลบัมรูป(ซึ่งจริงๆเป็นอัลบัมรูปของฮิคารุที่เก็บรูปของลินล์มินเมย์ในเนื้อเรื่องน่ะแหละ) เรียกได้ว่ามันกลายเป็นแนวเพลงปิดสำหรับซี่รี่ย์มาครอสไปเลย คือจะต้องเอาภาพจริงๆเข้ามาประกอบ อาจจะเป็นฉากหลังในชีวิตจริง สิ่งของจริงๆหรือภาพนักร้องตัวจริงมาใส่ มาครอสภาคหลังๆก็จะทำเพลงปิดตามแนวนี่ละนะ

 


 

2. Macross 7 : Galaxy

    มาครอสเซเว่นเป็นภาคที่มีเพลงประกอบหลากหลายมากที่สุด ไม่เฉพาะเพลงของวง Fire Bomber  แต่มีเพลงของนักร้องอื่นๆที่อาจจะไม่ได้มีบทอะไรเท่าไรก็มี สำหรับเพลงที่ผมประทับใจก็คือเพลง Galaxy ของ Alice Holiday (ผมไม่ทราบว่านักร้องตัวจริงชื่ออะไรอะนะ) ซึ่งในเนื้อหาของมาครอสเซเว่นอลิสจะเป็นนักร้องที่มิเลนชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากจะเป็นนักร้องนักดนตรีด้วย ในอนิเมะจะเห็นอลิสร้องอยุ่แค่ประโยคท้ายๆ "Hmm~ Again~" น่ะแหละนะ แต่พอไปหาฟังทั้งเพลงดูปรากฎว่าเป็นเพลงที่ไพเราะมาก เนื้อหาประมาณว่าคิดถึงคนรักที่ห่างไกลจากกันและหวังว่าเราจะได้มาเจอกันอีกครั้ง มาลองฟังกันดูนะครับ


 3. Macross Frontier : Ninjin Love You Yeah !

        มาครอสฟรอนเทียร์นี่มีไอดอลอยู่สองคนคือเชอริลกับรันกะ เรียกได้ว่าสองคนนี้ก็เหมาร้องเพลงประกอบหมดทั้งเรื่องแหละ ไม่มีนักร้องคนอื่นโพล่มาในเรื่องเลย (จะมีเพลงของบาซาร่ามาเปิดประกอบบ้างนิดหน่อย เพราะฮอสม่าชอบวง Fire Bomber อะนะ)  ผมเลยเลือกเพลงที่ไม่ใช่เพลงหลักมาให้เพลงหนึ่งนั่นก็คือเพลง Ninjin Love You Yeah ! (人参 Ninjin = แครอท ร้องโดยคุณเมกุมิ นากาจิมะ คนพากษ์คนร้องเป็นรันกะนะแหละครับ) เป็นเพลงที่รันกะร้องตอนเป็นไอดอลฝึกหัดแล้วต้องมาขายแครอทเจ็ดสีแต่ก็ไม่มีใครอยากจะกินแครอทเลยสักคน เนื้อหาเป็นเหมือนเพลงเด็กว่าแครอทดียังงั้นยังงี้กินแล้วจะมีพลัง ผมก็ว่ามันก็น่ารักดีละนะ ว่าแล้วก็มาลองฟังกันดูนะครับ


4. Macross Delta : AXIA

    สำหรับมาครอสเดลต้าก็มีนักร้องอยู่แค่วงเดียวนั่นก็คือวงวัลคิวเร่(ถ้าไม่นับองค์ชายที่เป็นนักร้องแห่งสายลมอะนะ) ดังนั้นถ้าให้เฟรย่ากับมิกุโมะเป็นนักร้องหลักแล้วละก็ผมจะขอเลือกเพลงที่ไม่ใช่นักร้องหลักเป็นคนร้อง นั่นก็คือเพลง AXIA ของคานาเมะสมาชิกชุดสีเหลืองผู้อาวุโสสุดในวง(ขับร้องโดยคุณคิโยโนะ ยาสุโนะ) เนื้อหาเป็นการคิดถึงคนรักที่ทำให้ทั้งรักทั้งเกลียด เป็นเพลงโซโล่ของคานาเมะและเพลงโปรดของเมเซอร์ด้วย ยิ่งมาร้องประกอบตอนที่เมเซอร์ตายด้วยแล้วยิ่งมีความหมายกินใจเข้าไปใหญ่ ลองฟังกันดูนะครับ 


     หลักๆก็คงจะประมาณนี้ ผมไม่ได้รวมเพลงจากภาคพิเศษหรือภาคหนังใหญ่เพราะว่าพอเพลงมันฟังแค่รอบเดียวแล้วเวลาเปิดเพลงมันก็น้อยกว่าภาคซีรี่ย์ก็เลยทำให้ติดหูยากหน่อยละครับ (ถ้าฉากประกอบมันไม่อลังการแล้วเปิดเพลงนานๆเหมือนเพลง 愛おぼえていますか Do you remember love แล้วละก็) ไว้โอกาสหน้าผมจะมาเขียนเกี่ยวกับมาครอสอีกนะครับ หวังว่าจะยังไม่เบื่อกัน

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 8 : พระเอกตัวจริงของซีรี่ย์มาครอส マクロスの本当の主人公

 สวัสดีครับ ช่วงนี้มีข่าวดีว่าทาง Disney+ คว้าลิขสิทธิ์นำมาครอสทุกภาคมาฉายบนบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง(รู้สึกจะยกเว้นมาครอสภาคแรกกับหนังใหญ่ Do you remember love เพราะยังติดลิขสิทธิ์กับทางบริษัทเจ้าปัญหาทางอเมริกาอยู่) ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้มีโอกาสดูมาครอสนอกญี่ปุ่นได้แบบถูกลิขสิทธิ์ละนะ ว่าแล้วก็มาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับมาครอสกันหน่อยดีกว่า หลังจากที่ผมดูมาครอสครบทุกภาคแล้ว ผมก็รู้สึกว่าจริงๆแล้วพระเอกมาครอสตัวจริงมันไม่ใช่พระเอกประจำภาคที่เป็นหนึ่งในความรักสามเศร้าแต่กลับเป็นผู้ชายคนหนึ่งต่างหาก คนๆนั้นก็คือ ....  Maximilian Jenius เฮียแม็กซ์ของเรานั่นเอง ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้นมาลองดูกันครับ


 

*** Spoiler Alert : จะมีการสปอยล์เนื้อเรื่องของมาครอสหลายภาคอยู่นะครับ ใครยังไม่ได้ดูก็ไปดูกันก่อนก็ได้นะครับ


1. เฮียแม็กซ์หล่อกว่าพระเอกทุกภาคเสียอีก

อย่างแรกเลยคือเฮียแม็กซ์เป็นคนเดียวที่ลินน์มินเมย์ชมว่าหล่อในตอนที่ฮิคารุพาแม็กซ์กับคาคิซากิมาอวดว่าตัวเองมีลูกน้องในสังกัดแล้วในงานวันเกิดของมินเมย์ ซึ่งในซีรี่ย์มาครอสคนที่ถูกสาวๆนางเอกตัวหลักชมว่าหล่อนี่เท่านี่จำได้ก็มีแต่เฮียแม็กซ์คนเดียวนี่แหละ(ยกเว้นอัลโตที่โดนรันกะชมว่าสวยอะนะ!!) แสดงว่าแกต้องหน้าตาดีมากกว่าเหล่าพระเอกประจำภาคเยอะเลยละ ขนาดว่าตอนมีลูกสาวเจ็ดคนอายุน่าจะเกือบๆ60แล้วได้เป็นกัปตันยาน Macross 7 สาวๆบนสะพานเดินเรือก็ยังแอบกรี๊ดเฮียแกอยู่เลย



2.เฮียแม็กซ์ไม่เคยถูกยิงตกเลยสักครั้ง

ไม่ทราบว่าทุกท่านสังเกตุหรือเปล่าว่าตัวเอกในแต่ละภาคจะต้องโดนยิงเครื่องตกสักครั้งนึงแหละ และก็จะเป็นเหตุให้นางเอกมาเยี่ยมดูอาการที่โรงพยาบาล แต่ด้วยความเป็นนักบินอัจฉริยะของเฮียแม็กซ์แกเลยไม่เคยโดนยิงจนถึงขั้นเครื่องตกโหม่งโลกเลยสักครั้ง ตั้งแต่ภาคแรกที่ถ้าไม่นับตอนที่แอบไปช่วยป้ามิสะออกมาจากการโดนพวกเซ็นทราดี้จับไปแล้วโดนยิงจนเครื่องไม่ทำงานแล้วก็ระเบิดไป แกก็ไม่เคยโดนยิงจนร่วงในการต่อสู้กลางอากาศเลยสักครั้ง แม้แต่ในภาคมาครอสเซเว่นในฉากสุดท้ายที่ทุกคนโดนยิงร่วงกันเป็นว่าเล่นแต่เฮียแม็กซ์ก็ขับเครื่องหลบหลีกได้สะบายๆ ขนาดพระเอกอย่างบาซาร่าที่ว่าขับวาลคีรี่ไปร้องเพลงไปได้ก็ยังโดนเสียบจนเครื่อง VF-19 Fire  Valkyrie ยังระเบิดเป็นชิ้นๆไปด้วยซ้ำ รวมไปถึงภาคเดลต้าหนังใหญ่ Zettai Live ก็มีฉากที่เฮียแม็กซ์(ซึ่งอายุน่าจะเกิน80ไปแล้ว)ซ้อมรบกับพวกหลานๆเจนแซด ก็ยังไม่มีใครยิงแกโดนสักคน เรียกได้ว่าบินให้เด็กมันดูหน่อยละนะ

 


3. เฮียแม็กซ์เป็นสุดยอดปาป๋า

นอกจากความเป็นนักบินอัจฉริยะแล้วแกยังมีความเป็นแฟมิลี่แมนสูงด้วย ในภาคแรกจะมีฉากที่ฮิคารุกับมิสะจะไปเยี่ยมบ้านของแม็กกับมิเรีย เฮียแกก็ถามว่าหัวหน้าอยากกินอะไรบอกมาได้เลย ผมทำได้หมดแหละ อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่งอิตาลี่อะไรก็ว่ามา จะเห็นได้ว่าแกเป็นผู้ชายที่ทำกับข้าวกับปลาเป็น(รู้สึกเหมือนว่าจะเคยทำงานพิเศษในร้านอาหารมาก่อนด้วยนะ) เรียกได้ว่าใครได้เป็นสามีนี่สะบายไปทั้งชาติแหละ เฮอๆ แถมยังเป็นพ่อลูกดกมีลูกสาวตั้งเจ็ดคน (ตรงนี้ก็มีคนว่าเพราะเลือดพวกเมลทราดี้น่าจะข่มเลือดของมนุษย์โลก ถ้าผู้ชายมนุษย์โลกแต่งงานกับเมลทราดี้ก็จะได้แต่ลูกสาว เท็จจริงประการใดไม่ทราบแต่เท่าที่ดูในเรื่องก็มีลูกๆของแม็กซ์กับมิเรีย7คนเป็นลูกสาวหมด รันกะ มิราจก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น) แถมดูๆไปแล้วลูกสาวคนสุดท้องอย่างมิเลนก็ยังสนิทสนมกับปาป๋าแม็กซ์มากกว่ามาม๋ามิเรียด้วยซ้ำ อย่างตอนที่แอบตามบาซาร่าไปเจอเขากำลังพยายามร้องเพลงปลุกซิวิลอยู่ แทนที่มิเลนจะไปฟ้องแม่ที่เป็นนายกเทศมนตรีแต่กลับไปบอกพ่อแทนอะนะ แถมในภาคเดลต้าเฮียแกก็ยังอุตส่าห์แบกสังขารกลับมาช่วยหลานมิราจตอนกำลังเดือดร้อนด้วย


    ลูกสาวทั้งเจ็ดคน(ก็น่าจะล้อเลียนคนแคระทั้งเจ็ดของสโนไวท์แหละ) ก็จะมีรายชื่อกับปีเกิดดังนี้

   1. Komilia Maria Fallyna Jenius - 2011 (เป็นลูกครึ่งมนุษย์โลกกับเมลทราดี้คนแรก ในซีรี่ย์มาครอสภาคแรกจะได้เห็นตอนยังเป็นทารกอยู่)
   2. Miracle Jenius - 2017
   3. Muse Jenius - 2022 (ฝาแฝด)
   4. Therese Jenius - 2022 (ฝาแฝด)
   5. Emilia Jenius - 2024 (จะโผล่มาในมาครอสเซเว่นภาคหนังใหญ่ The Galaxy is calling me )
   6. Miranda Jenius - 2026 (คนนี้คือแม่ของมิราจครับ ในรูปคือคนที่จับเบาะอยู่มุมล่างซ้ายนะ)
   7. Mylene Flare Jenius - 2031 (ลูกสาวคนสุดท้องนางเอกจอมเหวี่ยงในมาครอสเซเว่น สังเกตุว่าหล่อนแหกคอกผมสีชมพูอยู่คนเดียว ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

นอกจากนี้ก็ยังมีรับลูกบุญธรรมอีกคนคือ Moaramia Fallyna Jenius (น่าจะเป็นเนื้อหาในเกม) แล้วก็มีหลานที่ทราบชื่ออีกหนึ่งคนคือ Mirage Farina Jenius ลูกสาวของมิรันดาเกิดปี 2049 ขอรับ

(ลูกๆของแม็กซ์กับมิเรียถ้าไม่มีบทในอนิเมะก็จะมีบทบาทในเกมหรือนิยายภาคแยกครับ)

 

4. เฮียแมกซ์เป็นคนรักเดียวใจเดียว

 พระเอกมาครอสนี่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโลเลไม่รู้จะเด็ดบัวตูมบัวบานอยู่นั่นนะแหละ แต่เฮียแม็กซ์ไม่ใช่คนแบบนั้น ตั้งแต่เห็นมิเรียที่ร้านเกมอาเขตแกก็รู้ตัวเลยว่านี่คือรักแรกพบ แล้วก็ขอเดทขอแต่งงานทันทีเลยด้วย(คนเลยมักจะจำว่าแกเป็นมนุษย์โลกคนแรกที่แต่งงานกับมนุษย์ต่างดาว) เรียกได้ว่าไม่ใช่ผู้ชายประเภทเจ้าชู้คบสาวๆไปทั่วจนเลือกไม่ถูกแน่ๆ (ทั้งๆที่แกหล่อเลือกได้อะนะ) ถึงแม้หลังจากนั้นจะมีข่าวลือว่าทั้งคู่ระหองระแหงกันมีข่าวว่าจะหย่ากันไม่รู้กี่รอบ (ทั้งในภาค Macross 7 และภาค Delta แถมมีข่าวว่าแอบมีเมียน้อยในมังงะ Macross 7 Trash ซะอีก) แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ข่าวลือนะแหละ  ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าแกนับถือคริสต์คาโทริกก็เลยอาจจะหย่าไม่ได้หรือไม่อยากจะหย่าเองก็ได้อะนะ (อนึ่งถ้านับตามไทม์ไลน์การสร้างซีรี่ย์มาครอส เฮียแมกซ์จะจัดว่าเป็นคนยุคเบบี้บูมเมอร์ซึ่งก็เป็นคนยุคที่มีความอดทนสูง ไม่ใช่เอะอะทะเลาะกันก็หย่ากันง่ายๆเหมือนคนยุคนี้แหละนะ) 

 

ก็เอาเป็นว่าที่ได้กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงคิดว่าเฮียแมกซ์นี่แหละคือพระเอกตัวจริงของซีรี่ย์มาครอส ไม่รู้ว่าภาคที่กำลังจะสร้างใหม่นี่จะยังมีบทของแกอยู่ด้วยหรือเปล่าแต่ก็อยากให้แกยังอยู่อะนะ ว่าที่จริงตอนแรกผมคิดว่าคาแร็คเตอร์ของเฮียแมกซ์น่าจะได้รับอิทธิผลจาก Pete Mitchell จากเรื่อง Top Gun ที่เฮียทอมครุยซ์เล่นหรือเปล่า เพราะก็เป็นคนหล่อใส่แว่นกันแดดขับเครื่องบินรบเก่งเหมือนกัน แต่พอไปดูปีที่หนัง Top Gun ฉายปรากฎว่าหนังเข้าโรงปี 1986 ส่วนมาครอสภาคแรกฉายปี 1982 เลยกลายเป็นว่า Pete Mitchell นั่นแหละที่อาจจะได้อิทธิพลจากเฮียแมกซ์แทน !! (ความเห็นส่วนตัวนะเท็จจริงประการใดก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน) สำหรับใครที่อยากรู้จักเฮียแมกซ์ให้มากขึ้น แนะนำให้หามาครอสภาคแรกฉบับที่ฉายทีวีมาดูก็จะรู้ว่าเฮียแกเก่งแกอัจฉริยะขนาดไหนละนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมนะครับ


ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 7 : จงฟังเพลงของฉันซะ !! 俺の歌を聴け!!

 สวัสดีครับ วันนี้ก็เป็นการกลับมาเขียนถึงอนิเมะเรื่องโปรดของผมอีกครั้งครับ นั่นก็คือซี่รี่ย์มาครอสนั่นเอง สำหรับมาครอสนั้นจะต้องมีองค์ประกอบของ สงคราม รักสามเศร้า และเสียงเพลง สำหรับวันนี้ผมว่าจะลองมาชวนผู้อ่านทุกท่านมาฟังเพลงจากซีรีย์มาครอสกัน โดยผมจะเลือกเพลงที่ผมคิดว่าเด่นที่สุดในแต่ละภาค(เน้นเฉพาะ4ภาคหลักที่เป็นซีรีย์ฉายทางทีวีนะครับ) มาลองฟังกันดูนะครับ

*** Spoiler Alert : เช่นเคยจะมีการสปอยล์เนื้อหาหน่อยๆ ใครยังไม่ได้ดูมาครอสก็ไปดูให้ครบก่อนก็ได้นะครับ


1. Macross ภาคแรก

    สำหรับมาครอสภาคแรก เสียงร้องของลินน์มินเมย์(นักร้องตัวจริงคือคุณมาริ อิจิม่า)เป็นเสียงใสๆวัยรุ่นชอบ(วัยรุ่นสมัยนั้นอะนะ) ส่วนตัวผมว่าคาแร็คเตอร์ลินน์มินเมย์น่าจะได้รับอิทธิพลจากเติ้งลี่จวินมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะสมัยนั้นคุณเติ้งลี่จวินก็ไปร้องเพลงญี่ปุ่นอยู่เหมือนกันแล้วก็ดังมากๆด้วย จริงเท็จเช่นไรผมก็หาหลักฐานอะไรไม่ได้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานส่วนตัวนะครับ

    สำหรับเพลงที่ผมเลือกมาหนึ่งเพลงสำหรับภาคนี้ก็คือเพลง 私の彼はパイロット Watashi no kare wa pilot (My Boyfriend Is A Pilot แฟนหนูเป็นนักบิน) เนื้อหาจะเป็นแนวพ่อแง่แม่งอน ประมาณว่าแฟนของฉันเป็นนักบินแต่เขารักเครื่องบินของเขามากกว่าฉันเสียอีก ในซี่รี่ย์จะเป็นเพลงเดบิวท์ของลินมินเมย์แล้วก็น่าจะเป็นเพลงที่มีคนเอามาโควเวอร์ภายหลังมากที่สุดในซี่รี่ย์มาครอสก็ว่าได้ (เท่าที่จำได้ก็มีมิเลนที่ร้องตอนไปถ่ายหนัง รันก็กะก็เอาไปร้องตอนประกวดมิสมาครอสฟรอนเทียร์ แล้วก็แม้แต่เอ็กเซดอนก็เคยลุกขึ้นมาร้องเพลงนี้เหมือนกัน) ลองมาฟังกันดูครับ

 


2.Macross Seven

    สำหรับมาครอสเซเว่นจะเป็นแนวร็อค ออกๆแนวร็อคแบบยุค60-70 เสียงร้องของเนคคิบาซาร่าจะเป็นคุณโยชิกิ ฟุคุยามา(ผมเห็นแกแล้วก็นึกถึงพี่เสกโลโซทุกทีอะนะ) เสียงร้องของมิเลนจีเนียสนี่ก็เป็นคุณจิเอะ คาจิอุระ สำหรับตัวเนคคิบาซาร่าตอนแรกดีไซน์จะไม่มีแว่นตาแต่ดูเหมือนผู้กำกับจะเปลี่ยนให้ใส่แว่นกลมๆบวกกับนิสัยที่บาซาร่าเป็นคนที่เกลียดสงครามความขัดแย้งด้วยแล้วมันก็ทำให้ผมคิดว่าต้นแบบของบาซาร่านี่ก็คงไม่ใช่ใครแต่เป็นคุณ John Lennon เป็นแน่แท้ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ) แถมให้อีกนิดนึง ผมเคยอ่านเจอว่าทางผู้กำกับ โชจิ คาวาโมริ เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนสักแห่งว่าแกพอใจในคาแร็คเตอร์ของเนคคิบาซาร่ามากๆ และคิดว่าคงจะไม่สร้างซีรี่ย์มาครอสที่มีตัวเอกเป็นนักร้องชายอีกแล้วเพราะคงจะสร้างคาแร็คเตอร์ที่เหนือกว่าบาซาร่าอีกไม่ได้อีกแล้วละ เท็จจริงประการใดไม่ทราบแต่ทุกวันนี้นักร้องชายคนเดียวในซีรี่ย์มาครอสก็มีแต่บาซาร่านี่แหละ

    ว่าแล้วเพลงที่ผมเลือกมาสำหรับมาครอสเซเว่นก็คือเพลง Remember 16 เนื้อหาจะเป็นการระลึกความหลังความรักครั้งเก่าคำสัญญาที่ยังไม่ลืม เพลงนี้จะเป็นเพลงที่บาซาร่าแต่งขึ้นเพื่อจะใช้ดึงความทรงจำของทหารที่โดนพวกโปรโตเดวิลล้างสมองให้เป็นนักบินฝั่งตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่เล่นตอนที่แกมลินเอาของขวัญที่ฟิสิก้าฝากไว้ไปให้เมียแล้วพบว่าเธอมีผัวใหม่ไปแล้ว เรียกได้ว่าอารมณ์เพลงมาเต็มๆ นอกจากนี้จะมีร้องในเวอร์ชันอะคูสติกในเวอร์ชั้นหนังใหญ่ Macross 7 The Movie : Ginga ga ore wo yondeiru  หรือแม้แต่ในมาครอสเดลต้าก็จะมีฉากที่เด็กๆร้องเพลงนี้ส่งวิญญาณให้กับเมสเซอร์เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเพลงคลาสสิคเพลงนึงของมาครอสเลยก็ว่าได้


3. Macross Frontier 

    ภาคนี้เรียกได้ว่าจัดไอดอลสองคนไปเลยทีเดียว เสียงร้องของเชอริลก็คือคุณ May'n ส่วนของรันกะก็คือคุณเมกุมิ นากาจิมะ(รู้สึกว่าคุณเมกุมิจะทั้งร้องและพากย์ด้วยนะ) ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นภาคที่มีเพลงไพเราะมากแทบทุกเพลง สมัยฉายใหม่ๆดังๆนี้่สาวคนไหนที่ว่าร้องเพลงเก่งเวลาไปคาราโอเกะก็ต้องร้องเพลง Lion ไม่ก็ Northern Cross เป็นการข่มขวัญกันเลยทีเดียว เพราะมันเป็นเพลงที่ทั้งเร็วทั้งต้องใช้พลังและก็ร้องยากมากๆด้วย  ส่วนตัวผมว่ามาครอสฟรอนเทียร์มันเหมือนกับการเอามาครอสภาคแรกมารีเมคใหม่เสียมากกว่า บทบางตอนถ้าเคยดูมาครอสภาคแรกจะรู้เลยว่าเขาล้อเลียนตอนนี้นี่หว่า สำหรับคาแร็คเตอร์ของเชอริลน่าจะได้อิทธิพลจากเจ๊มาดอนน่าผสมๆกับเทเลอร์สวิฟนะแหละ  ส่วนของรันกะก็น่าจะเป็นไอดอลสาวญี่ปุ่นทั่วๆไปนะแหละนะ

    สำหรับเพลงภาคนี้ที่ผมจะเลือกมาก็คือเพลง Aimo Tori no Hito (ไอโมมนุษย์นก)ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเพลงกล่อมเด็กเพลงเดียวที่รันกะจำได้ เนื้อหากล่าวถึงทะเลท้องฟ้าและมนุษย์ที่เมื่อก่อนเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ผมชอบเพลงนี้เพราะจริงๆแล้วมันเพลงที่เชื่อมมาครอสฟรอนเทียร์กับมาครอสเซโร่เข้าด้วยกัน คนที่สอนเพลงนี้ให้รันกะน่าจะเป็นมาโอะโนมซึ่งตอนนั้นก็เป็นคุณยายของเชอริลด้วย ดูแล้วก็น่าจะเป็นเพลงของชนเผ่ามายันนะแหละ แล้วมันก็สำคัญมากถึงขนาดเวอร์ชันหนังใหญ่เขาก็เขียนบทให้เชอริลเองก็ร้องเพลงนี้ได้ด้วย มาลองฟังกันครับ


      

4.Macross Delta

    มาครอสเดลต้านี่ก็เอาเป็นวงไอดอล 5 คนไปเลย แต่ที่เด่นๆจริงๆจะเป็นนางเอกเฟรย่าวีออนซึ่งได้เสียงพากย์และเสียงร้องโดยคุณมิโนริ ซูซูกิ(เข้าใจว่าสำเนียงแปลกๆของเฟรย่าน่าจะเป็นสำเนียงไอจิของเธอนะแหละ แถมคุณมิโนรินี่ก็ชอบแอปเปิลมากๆเหมือนกับเฟรย่าด้วย รู้สึกว่าเธอจะได้รับเลือกบทเฟรย่าจากผู้สมัครออดิชันตั้งเกือบ8000คนเชียวนะ) ส่วนอีกคนก็คือมิกุโมะที่ได้เสียงร้องของคุณ JUNNA ที่มีเสียงที่เข้มแข็งลุ่มลึกดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ สำหรับต้นแบบของวง Walkure ส่วนตัวผมว่าน่าจะเป็นวงไอดอลหญิงที่มีการให้แต่งตัวแบบสีใครสีมันเหมือนพวกขบวนการมนุษย์ไฟฟ้าซูเปอร์เซ็นไต เท่าที่ผมนึกออกก็คงจะเป็นวง Momoiro Clover Z ละนะ

    สำหรับเพลงที่ผมจะเลือกมาจากภาคนี้ก็คือเพลง いけないボーダーライン  Ikenai BorderLine ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงเปิดตัวของวง Walkure ก็ว่าได้  จริงๆแล้วเนื้อหาของเพลงมันออกจะสองแง่สองง่ามหน่อยๆแหละ ตรงท่อนฮุกที่ว่าด้วยเรื่องของจุด G ซึ่งมันก็หมายถึงจุดนั้นของผู้หญิงหรืออาจจะหมายถึงแรง Gravity ที่นักบินทนได้ก่อนจะสลบอะนะ ฉนั้นแล้วทำไมพวกวินเดอร์เมียร์ถึงได้บอกว่าเพลงของพวกวาลคิวเร่นั่นแสนจะต่ำช้า ถ้าคนดูไม่รู้ความหมายของเพลงก็อาจจะงงๆก็ได้ว่ามันไปไม่ชอบอะไรตรงไหนกัน ว่าแล้วก็ลองฟังดูนะครับ


     จริงๆในมาครอสแต่ละภาคก็มีเพลงหลักเพลงเสริมที่น่าฟังทุุกเพลงละครับ แต่ที่นำเสนอในวันนี้เป็นเพลงที่ผมคิดว่ามีความสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องด้วยแล้วถ้าคนดูไม่รู้ความหมายของเพลงเลยก็อาจจะขาดอรรถรสในการรับชมไปบ้างก็เลยเลือกมานำเสนอ ถ้ามีโอกาศหน้าผมจะมาเขียนกับเพลงอื่นๆที่ผมชอบอีกนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมนะครับ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

Anime No.29 : Super Spacetime Fortress Macross 超時空要塞マクロス

 สวัสดีครับ ในที่สุดก็มาถึงการรีวิวซีรี่ย์มาครอสภาคที่เหลืออยู่เป็นภาคสุดท้าย นั่นก็คือมาครอสภาคแรก Super Spacetime Fortress Macross 超時空要塞マクロス ผมจำได้ว่าเคยดูเรื่องนี้สมัยตอนยังเป็นเด็กๆ ตอนนั้นน่าจะเอามาฉายที่ช่อง 5 แต่เปลี่ยนชื่อเป็น Robotech เป็นการเอามาครอสไปย้อมขาว(White Washing)ที่อเมริกาแบบที่ชอบทำกับอนิเมะหรือเกมที่มาจากญี่ปุ่นในสมัยนั้นน่ะแหละ จำได้ว่าพระเอกดันชื่อว่าริคฮันเตอร์ไม่ใช่อิจิโจฮิคารุ ส่วนเนื้อหานี่เรียกได้ว่าจำอะไรไม่ได้เท่าไร(เพราะยังเด็กมากอยู่แหละ)จำได้ว่ามันเป็นเรื่องของรักสามเศร้า มีอาหมวยร้องเพลง มีเครื่องบินที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แล้วก็มีมนุษย์ต่างดาวยักษ์บุกโลก ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ


 

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

     เรื่องเริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ 1999 เมื่อมียานอวกาศขนาดยักษ์ตกลงมาบนโลก เมื่อสหประชาชาติ U.N Spacy ได้เข้าไปตรวจสอบจึงได้ทราบว่าเป็นยานของมนุษย์ต่างดาว จึงได้ทำการฟื้นฟูและศึกษาเทคโนโลยี่ต่างๆที่อยู่ในยานเพื่อนำมาพัฒนายุทโธปกรณ์ของตัวเอง เวลาผ่านไปถึงปี 2009 ในงานเปิดตัวยานที่ฟื้นฟูเสร็จ(ให้ชื่อว่า Macross SDF-1) ฮิคารุ อิจิโจ นักบินผลเรือนก็ได้เข้าป่วนงาน ตอนนั้นเองยานมาครอสก็จับสัญญานการรุกรานจากห้วงอวกาศได้จึงทำการยิงปืนใหญ่ใส่กลุ่มกองยานอวกาศ การปะทะกันกับมนุษย์ต่างดาวจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จับพลัดจับผลูฮิคารุก็ได้ขับเครื่องบินรบที่ถูกพัฒนาให้แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ Valkyrie VF1  ระหว่างความวุ่นวายฮิคารุได้ไปช่วย ลินน์ มินเมย์ หลานสาวเจ้าของร้านอาหารจีนเข้า ตอนที่จะพามินเมย์อพยพเข้ายานมาครอสนั่นเองที่เขาได้พบกับ มิสะ ฮายาเสะ โอเปอเรเตอร์สุดเฮียบของมาครอส เมื่อทั้งคู่เข้ามาในมาครอสได้กัปตันก็ได้สั่งให้ทำการโพล์ด(วาร์ป)หนีแต่เพราะไม่เคยทำการโพล์ดมาก่อนจึงเกิดการผิดพลาดไปโผล่ที่ดาวพลูโต ยานมาครอสจึงต้องหาทางกลับมายังโลกให้จงได้นั่นเอง

 



ความคิดเห็น :

    ต้องบอกว่ามาครอสเป็นอนิเมะแนวไซไฟเรื่องแรกที่ผมดูแล้วประทับใจ เพราะอนิเมะแนวหุ่นยนต์สู้รบสมัยนั่นก็มีไม่ใช่น้อย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวสู้กันลูกเดียว ตัวดีก็ดีตัวร้ายก็ร้าย (ถ้านึกไม่ออกก็นึกถึงพวก Transformers หรือกันดัมนะแหละครับ) แต่มาครอสนี่มาแปลกคือนอกจากเป็นแนวสงครามอวกาศแล้วยังใส่ความเป็นรักสามเศร้า ทำให้เราลุ้นไปกับฮิคารุว่าเขาจะเลือกใครระหว่างสาวน้อยไอดอลมินเมย์หรือคุณป้าสายทหารอย่างมิสะ นอกจากนี้ยังใส่เสียงเพลงเพราะๆของคุณ มาริ อิจิมะ มาร้องเป็นลินน์มินเมย์อีก (ส่วนแนวเพลงในภาคนี้จะเป็นแนว City Pop แนวดนตรีสังเคราะห์มีเสียงเบสหนุมหนับชัดเจนเรียกได้ว่าเป็นแนวตะวันตกที่ฮิตในยุคสมัยนั้นนะแหละ ถ้าเทียบกับบ้านเราก็น่าจะเป็นวงคอมโบสตริงอย่าง The Impossible หรือ Pink Panther นั่นแหละนะ) เรียกได้ว่ามาครอสเป็นอะไรที่ผสมทุกอย่างอย่างลงตัว ดูแล้วก็ไม่น่าเบื่อ คนที่ไม่ได้ชอบไซไฟจ๋าก็พอดูได้ละครับ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมาครอสภาคแรกนี่ฉายประมาณปี 1982 ซึ่งมันก็เก่ามากๆแล้ว ถ้าไปดูในแบบซีรี่ย์บางทีจะเห็นรอยแผ่นอครีลิกที่เขาวาดภาพลงไปด้วยซ้ำไป ภาพตัวละครบางทีก็วาดมาไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร  พล็อตเรื่องบางอย่างก็ดูตลกๆไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง ถ้าใครขี้เกียจดูก็ให้ดูภาคหนังใหญ่ Macross : Do you remeber love ? เอาก็ได้ (ผมคิดว่าตอนที่เขาสร้างภาคซีรีย์นี่ผู้กำกับอาจจะยังอายุน้อยก็เลยเขียนบทขาดๆเกินๆไปนิด พอเขาทำหนังใหญ่ก็เลยเอาโครงเรื่องเดิม ตัดมุกตลก ตัดบทที่ไม่สำคัญออกไปแล้วเขียนบทให้สมจริงสมจังนะแหละ มันเลยกลายเป็นธรรมเนียมสำหรับมาครอสในภาคต่อๆมาที่จะมีภาคหนังใหญ่ที่บทก็คล้ายๆกับภาคซีรีย์อาจจะแค่ปรับบทหรือเพิ่มเพลง พอน้องๆหนูๆที่ไม่เข้าใจมาดูก็จะบ่นว่าทำไมมันเหมือนกับที่ดูในซีรีย์เลยไม่เห็นต่างอะไรอะนะ)

    สำหรับภาคหนังใหญ่ Do you remember love อีกสิ่งที่สุดยอดคือมันเป็นการวาดด้วยมือทั้งหมดเพราะสมัยนั้นยังไม่มีCGอะไรทั้งนั้น จะเห็นความสุดยอดของอนิเมะไซไฟยุค80-90ที่สมัยนี้แทบไม่มีใครทำกันแล้ว แต่ถ้าใครอยากได้ความลึกของเนื้อหาก็ให้ลองดูเวอร์ชันซีรี่ย์ฉายทีวีนะครับ อย่างเช่นเรื่องของเฮียแม็กสมัยหนุ่มๆว่าเก่งกาจขนาดไหนแล้วไปได้กับมิเรียได้ยังไง(ซึ่งในเวอร์ชันหนังใหญ่ตัดออกไปเกือบหมดละนะ)  อีกอย่างตอนผมเด็กๆดูเรื่องนี้แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ชอบวาลคีรี่ชอบมาครอสไปตามประสาเด็กน้อย แต่พอเป็นผู้ใหญ่แล้วมาดูอีกรอบกลายเป็นว่าเรื่องนี้มันซ่อนมุกอะไรๆที่มีแต่ผู้ใหญ่ดูแล้วถึงจะขำอยู่พอสมควร รวมถึงความลึกซึ้งที่เด็กๆดูไปก็คงไม่เข้าใจ     

    ว่าที่จริงมาครอสนี่มีอะไรลึกซึ้งซ่อนๆไว้อีกเพียบ ซึ่งถ้ามีโอกาสผมจะเขียนถึงอีกทีหลังนะครับ  

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567

Anime No.25 : Macross II : Lovers Again マクロスII

 สวัสดีครับ วันนี้ก็จะขอกลับมารีวิวซีรี่ย์มาครอสที่ยังเหลืออยู่ นั่นก็คือเรื่อง Macross II : Lovers Again マクロスII มาครอสภาคสอง สำหรับเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นมาครอสซีรี่ย์ที่ถูกลืมก็ว่าได้ เพราะอะไรไปดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวหลังจากจบศึก Space World War I ในมาครอสภาคแรกไปเป็นเวลา 80 ปี ในปีค.ศ 2092 เมื่อ ฮิบิกิ คันซากิ นักข่าวหนุ่มไฟแรงจากสำนักข่าวSNN พยายามจะเปิดเผยเรื่องซุบซิบนินทาการคบหาระหว่างผู้บังคับบัญชากองทัพ เอกเซแกรน กับ ซิววี่ จีน่า เอสไฟล็อตของหน่วยแฟรี่ จนฮิบิกิโดนชกหน้าโดยซิลวี่แถมยังถูกบังคับให้ขอโทษทางกองทัพ ระหว่างนั้นมีการโจมตีจากศัตรูลึกลับพวกมาดุก ฮิบิกิจึงได้โอกาสทำข่าวสงครามโดยอาสาเป็นนักบินให้กับ เดนนิส โลน นักข่าวสงครามรุ่นเก๋าที่ขี้เมาไปหน่อย  ในสงครามครั้งนั้นปรากฎว่าการใช้เสียงเพลง Minmay Attack กับศัตรูไม่ได้ผล แถมพวกมาดุกยังมีหน่วย Emulator ซึ่งทำหน้าที่"ร้องเพลง"เพื่อทำให้พวกเซนทราดี้ที่ถูกล้างสมองทำการรบได้ดีขึ้นอีกต่างหาก ก่อนที่การรบจะจบลงเดนนิสและฮิบิกิได้เข้าไปในยานของมาดุกลำหนึ่งและได้พบกับ อิชทาร์ หนึ่งใน Emulator เดนนิสตัดสินใจจะพาเธอกลับมาแต่เกิดการระเบิดขึ้น เดนนิสได้เสียชีวิตและฮิบิกิก็ได้พาอิชทาร์กลับมายังโลก และพยายามสอนเรื่องราววัฒธรรมต่างๆของโลกรวมถึง"เสียงเพลง"ให้กับเธอด้วยเช่นกัน



ความคิดเห็น :

    ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงเนื้อเรื่องก่อน ผมว่าพล็อตเรื่องมันออกจะคล้ายๆกับมาครอสภาคแรกไปหน่อยแต่ก็มีองค์ประกอบใหม่ๆเข้ามา บางอย่างก็ยังเห็นได้ในมาครอสภาคหลังๆ จะถือได้ว่าเป็นมาครอสภาคที่มาก่อนกาลก็ว่าได้ สำหรับเพลงประกอบดูไม่เด่นเท่าภาคแรกเท่าไรอยู่ในระดับที่ฟังได้เพลินๆละนะ จะออกแนว Pop Jazz ซะส่วนใหญ่ ซึ่งเพลงในภาคนี้จะไปโผล่ในมาครอสเซเว่นซะเยอะด้วยละครับ

ข้อด้อย :

    สำหรับข้อด้อยก็คงเป็นเรื่องที่เขาไม่นับมาครอสภาคนี้อยู่ในไทม์ไลน์หลัก จนถึงขั้นบอกว่าภาคนี้ดำเนินเรื่องในจักรวาลคู่ขนานไปเลย(Parallel Universe) ซึ่งผมก็ลองไปหาข้อมูลดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ก็มีหลายๆเรื่อง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องสงครามลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นกับมาครอสภาคแรก เรื่องที่ภาคสองนี่มันไม่ปังเท่าไร แต่เท่าที่พอจะเข้าเค้าก็คือเรื่องที่ว่าผู้กำกับคู่บุญมาครอสอย่างคุณ โชจิ คาวาโมริ พอเขาประสบความสำเร็จกับมาครอสภาคแรก มาครอสหนังใหญ่ Do you remember love แล้ว พอเขากำกับภาค Macross Flashback 2012 เสร็จแล้วก็รู้สึกอิ่มตัวเลยไม่ขอทำซี่รี่ย์มาครอสต่ออีกต่อไปแล้ว แต่ทาง BigWest ดูเหมือนจะยังอยากทำซีรี่ย์มาครอสต่อก็เลยเปลี่ยนสตูดิโอที่ทำจาก Studio Nue ไปให้ทาง AIC ทำแทน (แต่ยังได้อาจารย์ฮารุฮิโกะ มิกิโมโตะเป็นคนดีไซน์ตัวละครเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนคนออกแบบเมคคานิกอะนะ) สุดท้ายก็ได้ภาค Macross II : Lovers Again ออกมานะแหละ ต่อมาไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใดสุดท้ายผู้กำกับ โชจิ คาวาโมริ แกก็ตัดสินใจกลับมาทำซีรีย์มาครอสต่อ ตั้งแต่ภาคมาครอสเซเว่นเป็นต้นมาก็เลยได้คุณโชจินะแหละเป็นคนกำกับ(และสตูดิโอNueมาผลิต)ทั้งหมด ส่วนภาคสองนั้นเมื่อไม่ได้ผู้กำกับคู่บุญอย่างคุณโชจิเป็นคนกำกับก็เลยพลักตัวของภาคนี้ให้ไปเป็นเรื่องราวในจักรวาลคู่ขนานไม่รวมกับไทม์ไลน์หลักซะเลย เรื่องก็เป็นเช่นนี้นี่เอง (มีคนเปรียบเทียบกับ StarWars ที่ไม่ได้จอร์จลูคัสกำกับก็ไม่ควรนับเป็นหนังสตาร์วอร์ส ฉนั้นepisode 7,8,9 ก็จะมีบางคนมองว่าเป็นหนัง StarWars Fanmade อะไรประมาณนั้นแหละ)

    อย่างไรก็ดี ผมว่าภาคสองนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก มันมีองค์ประกอบของความเป็นมาครอสครบทุกอย่างแหละ ว่าที่จริงแม้แต่มาครอสเดลต้าเอง(ซึ่งเรื่องราวของมาครอสเดลต้าจะอยู่ในช่วงเวลาใกล้ๆกับมาครอสสองนี่แหละ)ก็หยิบเอาหลายๆอย่างในมาครอสสองไปใช้อยู่เหมือนกัน เช่น นางเอกAที่เป็นนักร้องมนุษย์ต่างดาว(เดลต้าคือเฟรย่า ภาคสองคืออิชทาร์) นางเอกBที่เป็นนักบินเชื้อสายลูกครึ่งเมลทรานดี้(เดลต้าคือมิราส ภาคสองคือซิลวี่)  ศัตรูทีใช้เสียงเพลงล้างสมองคน(เดลต้าคือพวกวินเดอร์เมียร์ ภาคสองก็คืออีมูเลเตอร์) ผมถึงได้บอกว่ามาครอสสองนี่คือภาคที่มาก่อนกาลนะแหละครับ เฮอๆ 

    จริงๆถ้าคนดูอยากจะนับมาครอสสองเข้าไปในไทม์ไลน์หลักก็คงจะได้อยู่ละครับ เพราะเขานับเวลาไป 80 ปีหลังจากจบภาคแรกก็เลยไม่เหลือตัวละครหลักๆจากภาคแรกมาอยู่แล้ว แถมก็ไม่มีตัวละครหลักในภาคแรกที่ปักหลักสร้างครอบครัวอยู่บนโลกอีกแล้วด้วย ถ้าจะมีศัตรูใหม่มาบุกโลกตอนนั้นแล้วเรื่องจะเป็นเหมือนในภาคสองก็คงไม่น่าเกลียดอะไรหรอกครับ 

ป.ล. ถ้าใครดูมาครอสฟรอนเทียร์แล้วได้ดูตอนที่พวกรันกะไปถ่ายหนังกัน จะมีผู้กำกับเรื่องมากติสแตกอยู่คนหนึ่ง ส่วนตัวผมว่านั่นแหละคือตัวคุณโชจิคาวาโมริเองละครับ จริงไม่จริงก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน เฮอๆ 

สำหรับวันนี้ก็คงจะรีวิวประมาณนี้ละครับ


ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Anime Special 5 : พลังนุ่มนิ่มไทยในมาครอส マクロスにタイのソフトパワーについて

 สวัสดีครับ ต่อเนื่องการพูดคุยเรื่องของ Soft Power แล้วก็พาลนึกไปถึงอนิเมะเรื่องโปรดของผมนั่นคือซีรี่ย์มาครอส ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านที่เคยดูซีรี่ย์มาครอสรู้ตัวหรือเปล่าว่าในเนื้อเรื่องเหมือนว่าจะมีพลังนุ่มนิ่มของไทยแทรกอยู่ด้วย วันนี้ผมจะลองมาชี้จุดให้ดูกันครับ

*** Spoiler Alert !! : จะมีการอ้างอิงเนื้อหาจากซีรี่ย์มาครอสเกือบทุกภาค ใครยังไม่ได้ดูแล้วยังไม่อยากจะถูกสปอยล์ก็ไม่ต้องอ่านต่อนะครับ

 

1. ชาวมายัน = คนไทย ?

เริ่มจากภาคมาครอสเซโร่ก่อนเลยแล้วกัน ผมพบว่าท้ายเครดิตมีการเขียนถึงการเก็บข้อมูลที่เกาะพีพีในประเทศไทยแล้วถ้าดูบรรยากาศชาวเกาะในเรื่องท่านก็พอจะทราบว่ามันถือเกาะในประเทศไทยชัดๆ ในเรื่องก็มีการใช้ภาษาไทยในภาพข่าว โฆษณาต่างๆ (ถึงจะเป็นภาษาไทยที่เขียนผิดๆเพี้ยนๆไปหน่อยก็เหอะ) แล้วเรือที่มาโอะพาชินไปดูสมบัติใต้ทะเลของเธอมันก็คือเรือหางยาวหาปลาบ้านเรานี่แหละ เรียกได้ว่าชาวมายัน มาโอะ ซาร่านี่ก็คือคนไทยนะแหละครับ 


 

2. บาซาร่าเป็นลูกครึ่งคนไทย ?

จากทฤษฎีที่ผมเคยบอกว่าพ่อแม่ของบาซาร่าก็คือชินกับซาร่า(อ่านได้ตรงนี้) แล้วซาร่าก็เป็นชาวมายันซึ่งจริงๆแล้วมีต้นแบบเป็นคนไทย หลักฐานเพิ่มเติมก็คือบาซาร่านี่ถ้าดูดีๆแล้วเขาผิวไม่ได้ขาวเหมือนคนญี่ปุ่นแต่จะออกสีแทนๆหน่อยๆ หน้าก็ออกจะคมๆเข้มๆ(สาวๆในเรื่องถึงได้กรี๊ดกร๊าดกันอะนะ)แถมยังไม่เคยตรงต่อเวลาไปคอนเสิร์ตสายตลอด(นิสัยคนไทยชัดๆ) แล้วพอไปดูโปรไฟล์จะพบว่าบาซาร่าชอบกิน "แกงกระหรี่เผ็ดๆ กิมจิ และต้มยำกุ้ง"ซึ่งก็แปลกดีเพราะในเรื่องไม่เห็นเขากินอะไรแบบนี้เลย(เห็นกินพิซซ่า กาแฟ น้ำเลมอนเน็ดแล้วก็ใบไม้!?) อาจจะเป็นโปรไฟล์ที่มาเขียนขึ้นทีหลังเพื่อจะบอกใบ้ว่าจริงๆแล้วบาซาร่าเป็นลูกครึ่งไทยเลยชอบกินอะไรเผ็ดๆเหมือนกับแม่ซาร่า(ที่เป็นคนไทย)ก็เป็นได้ เฮอๆ 


 

3. เอลม่าขับรถกบ ?

ในOVAของมาครอสเซเว่น Macross 7 Dynamite ตัวสาวน้อยจอมป่วนเอลม่าที่อยากจะเป็นลูกศิษย์ของบาซาร่าเธอจะขับรถสามล้อคล้ายๆกับรถกบบ้านเรา(รถตุ๊กตุ๊กแถวๆอยุธยาหรือจังหวัดตรังน่ะนะ) ตอนแรกผมก็คิดว่าอาจจะมีต้นแบบจากรถสามล้อไดฮัทสุของญี่ปุ่นก็เป็นได้ แต่พอในเรื่องมันขับลงน้ำได้เนี่ยมันก็เหมือน"กบ"ใช่มัยละ ก็น่าจะเป็นรถกบบ้านเราละนะ แถมเสื้อคลุมของบาซาร่านี่ก็ครบสามสีธงไตรรงค์อีกต่างหาก (หรือดาวโซล่านี่จะมีต้นแบบมาจากจังหวัดตรังหรือแถวๆทะเลไทยภาคใต้ก็ได้ สังเกตุว่าเมืองที่บาซาร่าไปอยู่นี่จะเปิดวิทยุตลอด เอลม่าก็พกวิทยุติดตัวคล้ายๆกับมาโอะที่ชอบฟังวิทยุในภาคเซโร่น่ะแหละ)


 

4. วัลคิวเร่นั่งรถสองแถว ?

    ข้ามมาที่มาครอสเดลต้า(ภาคมาครอสฟรอนเทียร์มีการถ่ายหนังที่จำลองบรรยากาศเกาะในภาคเซโร่ซึ่งจะนับว่าเป็นบรรยากาศเกาะในไทยก็คงจะได้อยู่แหละ) จะมีอยู่ตอนนึงที่พวกวัลคิวเร่ต้องไปสอดแนมที่ดาวคนหูแมว จะมีฉากที่หน่วยของเฟรย่าฮายาเตะต้องนั่งรถไปสมทบกับคนที่เหลือ ซึ่งดูยังไงๆมันก็คือรถสองแถวบ้านเรานี่แหละ เพราะนั่งแล้วหันหน้าชนกันละนะ แถมยังมีตอนที่เขาจัดเทศกาลแมงกระพรุนซึ่งดูๆไปแล้วก็คล้ายๆเวลาเราลอยโคมลอยยี่เป็ง ตอนที่ลอยเครื่องบินจำลองของเมเซอร์ให้วิญญาณไปผุดไปเกิดเป็นแมงกระพรุนก็ดูคอนเซปคล้ายๆลอยกระทงหรือลอยอังคารบ้านเราอยู่เหมือนกัน (คาดว่าคนเขียนบทมาครอสเดลต้านี่น่าจะมาเที่ยวแถวๆเชียงใหม่แล้วได้ไอเดียไปเขียนบทนี่แหละนะ)

 
 
 กล่าวโดยสรุป ผมว่ามาครอสภาคแรกนี่ได้อิทธิพลตะวันตกมาเยอะแหละ ก่อนที่จะมีเรื่องขัดแย้งกันเรื่องลิขสิทธิ์อะไรกัน มาครอสในภาคต่อๆมาอย่างมาครอสเซเว่นก็จะเริ่มเห็นความเป็นเอเชียในเนื้อเรื่องมากขึ้น (โดยเฉพาะความเป็นไทยที่แทรกๆเข้ามา) ผมเดาว่าทางคณะผู้จัดทำน่าจะเคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วด้วยความประทับใจเขาเลยเอาไปใส่เอาไว้ในมาครอสซะเยอะเลยละครับ น่าเสียดายที่ด้วยปัญหาลิขสิทธิ์ที่เป็นเรื่องเป็นราวสมัยก่อนเลยทำให้คนไทยไม่สามารถดูมาครอสภาคหลังๆมาครอสเซเว่นอย่างถูกลิขสิทธิ์ได้(เขาห้ามฉายนอกประเทศญี่ปุ่นน่ะ) ไม่งั้นผมว่าแฟนๆมาครอสอาจจะมากกว่าที่มีอยู่ก็เป็นได้นะครับ 
 
สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Anime Special 4 : ของมันต้องมีในซีรีย์มาครอส マクロスシリーズによくあるあるもの

 สวัสดีครับ วันนี้ก็วนเวียนกลับมาคุยกันเรื่องของมาครอสซี่รี่ย์อีกจนได้ อาจเป็นเพราะเรื่องนี้เขาสร้างกันเป็นรุ่นๆยาวนานกันมาเกือบ 40 กว่าปีแล้ว มันก็มีแง่มุมอะไรหลายๆอย่างที่ให้พูดถึงมากพอสมควร คนที่ดูมาครอสก็จะทราบได้ว่ามันเป็นเรื่องราวของสงคราม รักสามเศร้า และเสียงเพลง เป็นของที่ทุกภาคจะต้องมี(แล้วแต่ว่าภาคไหนจะเน้นอะไรมากกว่ากัน)แต่หลังจากที่ผมกลับไปดูย้อนหลังมาทุกภาคแล้วพบว่านอกจากเรื่องเหล่านี้แล้วยังมี"ของมันต้องมี"ในเนื้อเรื่องป่นๆอยู่ด้วย วันนี้เราจะมาลองพูดถึงกันนะครับ

*** Spoiler Alert : มีการอ้างอิงเนื้อหาจากมาครอสทุกภาคอยู่พอสมควร สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูและไม่อยากถูกสปอยล์ก่อนก็ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้นะครับ


1. ต้องมีฉากที่ตัวเอกต้องขี่หรือนั่งยานพาหนะอะไรสักอย่าง

นอกจากตัวเอกจะขับยานวัลคีรี่ได้เก่งกาจในเกือบจะทุกๆภาคแล้ว จะต้องมีฉากบางฉากที่ให้ตัวเอกเหล่านั้นขี่ยานพาหนะหรือกิจกรรมผาดโผนอะไรสักอย่างอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น

พระเอกภาคแรก ฮิคารุ อิจิโจ มีฉากโดดเวรปั่นจักรยานไปดูมินเมย์ประกวดมิสมาครอส  แล้วก็เป็นนักบินผาดโผนที่มาป่วนงานเปิดตัวมาครอสตั้งแต่ตอนเแรกอีกต่างหาก



พระเอกภาคมาครอสเซเว่น บาซาร่า เนคคิ มีฉากเปิดตัวห้อยหัวแล้วโดดร่มลงมาเล่นคอนเสิร์ต มีฉากแย่งมอเตอไซค์สาวแว้นมาขับโชว์สกิล แถมตอนท้ายๆมีฉากใช้พาราไกลเดอร์โดดเข้าไฟร์เออวัลคีรี่ด้วยอีกต่างหาก (น่าจะเล่นกีฬาเอ๊กซ์ตรีมเป็นงานอดิเรกละนะ) ส่วนนางเอก มิเลน จีนัส นี่ก็ไม่น้อยหน้า มีฉากขับรถซิ่งอยู่หลายฉาก(จริงๆแกพึ่งจะอายุ 15 ได้ใบขับขี่ได้ไงฟะ?) แอบแม่มิเรียไปขับวัลคีรี่ตัวโปรดของแม่ก็ทำมาแล้วด้วย



พระเอกนางเอกภาคมาครอสฟรอนเทียร์ อัลโต ซาโอโตเมะ กับ เชอริล โนม กับ รันกะ ลี มีฉากที่ขี่ซิกเวย์ในภาคหนังใหญ่ มีการนั่งรถรางออกเดตกันด้วยอะนะ ตัวอัลโตเองก็บินผาดโผนด้วยชุดเจ็ตนักบินตั้งแต่ตอนแรกด้วย

    


 

 ในภาคเดลต้าก็เหมือนมีฉากที่พวกวัลคิวเร่ได้นั่งรถสองแถว(ผมดูว่ามันเป็นรถสองแถวบ้านเรานี่แหละนะ)ในตอนที่แอบเข้าไปสืบข่าวในดาวคนหูแมว มีฉากที่ทั้งวงต้องโดดดิ่งพสุธามาเล่นคอนเสิร์ตเปิดตัวเฟรย่า ตัวพระเอกฮายาเตะเองก็ขับหุ่นขนของไปเต้นไปในตอนแรกอีกด้วย


 

2. นางเอกต้องอายุ 15 และมีฉากงานฉลองวันเกิดปีที่ 16

ไม่รู้ทำไมคนเขียนบทถึงชอบให้นางเอกที่เป็นไอดอลเริ่มเรื่องตอนอายุ 15 ปี (ส่วนตัวผมวิเคราะห์ว่าผู้หญิงคงดูน่ารักสุดๆตอนอายุ 15-16 นี่แหละ เป็นอายุที่ผู้หญิงไม่เด็กไม่แก่เกินไปกำลังพอดี ถ้าอายุต่ำกว่านั้นก็ดูจะเป็นเป้าหมายพวกโลลิคอนไปหน่อย ถ้าเยอะกว่านั้นก็เริ่มจะเป็นชะนีร้องหาผัวกันแหละ เฮอๆ) ดังนั้นในซีรีย์มาครอสก็เลยจะมีฉากที่พวกพระเอกไปฉลองวันเกิดให้เหล่านางเอกตอนอายุ16กันด้วยละนะ (รู้สึกจะมีภาคฟรอนเทียร์นี่แหละที่กลายเป็นรันกะตามไปแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้อัลโตแทน หรือแกจะเป็นนางเอกตัวจริงกันแน่ละหว่า?)

 

 

3. ต้องมีฉากไปถ่ายทำภาพยนต์กัน

อนิเมะสมัยก่อนจะมีตอนเยอะมาก(บางเรื่อง30กว่า40กว่าตอน เทียบกับอนิเมะสมัยนี้ที่มีประมาณ12-13ตอน) เขาก็เลยมีการใส่อะไรที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่เข้ามาพอสมควร เช่น เรื่องสมัยก่อนของตัวประกอบ ความเป็นมาของตัวร้าย พวกตัวเอกไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งรู้ไปก็เท่านั้นแหละ แต่มันก็ช่วยให้เห็นความลึกขึ้นของตัวละคร เช่นเดียวกันในมาครอสที่จะต้องมีฉากที่พวกตัวเอกต้องไปถ่ายหนังกัน เริ่มตั้งแต่ลินมินเมย์ต้องไปถ่ายหนังกังฟู Shao Pai Long (ไอ้หนุ่มมังกรขาวน้อย) มิเลนกับบาซาร่าต้องไปถ่ายหนังเรื่องของลินมินเมย์กับฮิคารุ(Minmay Story) รันกะต้องไปถ่ายหนังเรื่องของมาครอสเซโร่  (จะมีแค่มาครอสเดลต้าที่เปลี่ยนเป็นไลฟ์คอนเสิร์ตแทน)


4. จะต้องมีรุ่นพี่ใจดีที่สุดท้ายก็มักจะมีอันเป็นไป

เรียกได้ว่าใครได้เป็นรุุ่นพี่พระเอกนี้เหมือนกับโดนคำสาปให้มีอันเป็นไปอย่างแน่นอนก็ว่าได้  เริ่มจากฟอล์กเกอร์ก็โดนยิงตาย คินริวหัวหน้าไดมอนฟอร์ซก็สละตัวเองระเบิดคายานศัตรู มิเชลก็โดนดูดออกนอกยานตาย(ยังดีที่ออสมาแค่เกือบตาย ผู้กำกับคงพยายามหลอกคนดูว่าออสมาเป็นรุ่นพี่ต้องตายแน่นอน แต่จริงๆบทรุ่นพี่ดันไปตกที่มิเชลละนะ เพราะมิเชลจริงๆก็เข้าหน่วย S.M.S มาก่อนอัลโตแหละ) เมสเซอร์นี่ก็สู้กับคิสจนโดนยิงเข้าหัวใจตายอีก (แถมให้อีกสองคน แอรีสรุ่นพี่ของฟอล์กเกอร์จากมาครอสซี่โร่ คนนี้ก็โดนของทับตาย อีกคนก็เดนนีสจากมาครอสทู คนนี้ก็โดนแรงกระแทกจากระเบิดตาย) โดยทั่วไปพวกรุ่นพี่ทั้งหลายก็มักจะมีบทเป็นคนเหมือนจะเข้มงวดแต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดีเป็นห่วงรุ่นน้อง บางคนก็เสียสละจนตัวตาย สงสัยคงเป็นบทเรียกน้ำตาคนดูละครับ

5. ยังไงๆก็ต้องมีคนตาย
สำหรับมาครอสที่ต้องการสะท้อนภาพอันโหดร้ายของสงครามและความขัดแย้งแล้วละก็ยังไงๆก็ต้องมีคนตาย ต่อให้เป็นพวกของพระเอกที่เก่งกาจแค่ไหนก็ตาม (ซึ่งอนิเมะแนวสงครามหรือหุ่นยนต์รบบางเรื่องก็ไม่เป็นแบบนี้นะ แค่คุณเลือกอยู่ฝ่ายพระเอกยังไงๆก็รอดตายจนจบเรื่องอยู่จนครบทีมกันก็มี) เริ่มตั้งแต่ คาคิซากิ ลูกน้องในฟูงบินของฮิคารุ ฟิสิก้า รุ่นน้องของแกมลิน(เมียมีชู้อีกต่างหากน่าสงสารสุดๆ) เนเน่กับลาลาเนีย คนในหน่วยพิกซี่ของคุรางคุรางก็ไม่รอด ส่วนมาครอสเดลต้านี่ก็หนักเลยเพราะสุดท้ายนางเอกนี่แหละที่ไปไม่กลับซะเอง (ภาคหนังใหญ่ Zettai Live)
 
6. นางเอกที่เป็นไอดอลหรืออายุน้อยกว่ามักจะแห้วเสมอ 
 ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้กำกับหรือคนเขียนบนโดนไอดอลหลอกเอาเงินหรือโดดหักอกสมัยเป็นหนุ่มๆหรือเปล่าถึงได้เขียนบทแบบนี้ เพราะกี่ภาคๆนางเอกที่อายุน้อยกว่าก็แห้วตลอดศก (โดยเฉพาะในภาคหนังใหญ่จะเป็นงั้นตลอด ในซีรี่ย์อาจจะแตกต่างไปบ้าง) เริ่มจากลินน์มินเมย์ก็เสียฮิคารุให้ป้ามิสะ บาซาร่าก็ไม่สนใจมิเลน รันกะก็โดนปฎิเสธ เฟรย่าก็ตายตอนจบ นี่ยังไม่นับภาคย่อยๆอย่าง มาโอน้องสาวซาร่าก็แห้ว อิชทัลก็จากไปอย่างงงๆ (จะมีมิงภาคมาครอสพลัสที่ดูเหมือนจะไม่ได้แห้วแต่แกก็ไม่ได้เป็นไอดอลสาวๆแล้วเลยไม่นับละนะ)
 
 เท่าที่พอจะโยงได้ก็มีประมาณนี้ จริงๆยังมีประเด็นยิบๆย่อยๆที่อยากจะพูดถึงแต่ก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรเลยเก็บไว้ก่อนดีกว่า เอาไว้วันหลังผมจะมาวิเคราะห์เนื้อหาจากมาครอสอีกแล้วกันนะครับ

ส่งท้ายขายของ มังงะของกระผมขอรับ ->


 


วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

Anime No.19 : Macross Plus マクロスプラス

 สวัสดีครับ ว่าถึงยุคสมัยที่ตอนนี้อะไรๆก็ใช้ AI ทำงานแทนกันหมด ตั้งแต่ให้เขียนเรียงความยันวาดภาพสวยๆให้ อนิเมะเรื่องที่จะพูดถึงในวันนี้ก็มีการกล่าวถึงอันตรายจากการใช้งาน AI อยู่เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้มาก่อนกาลก็ว่าได้ ว่าแล้วก็มาดูกันครับ Macross Plus マクロスプラス 

 

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ:

     ในปี 2040 รัฐบาลร่วมได้ทำการทดสอบเครื่องบินรุ่นใหม่สองรุ่นคือ YF-19 และ YF-21 ที่ดาวเคราะห์อีเดน กลายเป็นว่านักบินทดสอบ YF-21 กัลโก โกล โบแมน ดันเป็นเพื่อนสมัยเด็กของนักบินทดสอบ YF-19 อิซามุ อัลวา ไดสัน ทั้งคู่ดูเหมือนจะมีเรื่องขัดแย้งอะไรกันบางอย่างในอดีต จึงทำให้มีเรื่องกันชนิดไม่ลดลาวาศอกกันเลยทีเดียว ระหว่างนั้น หมิง ฟาง หลง โปรดิวเซอร์ของนักร้องไอดอล AI "Sharon Apple" ที่กำลังโด่งดังก็ได้กลับมาแสดงคอนเสิร์ตที่ดาวอีเดน เมื่อทั้งสามคนได้พบกันก็เหมือนกับได้เปิดแผลในอดีตให้กลับมาอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้เลยมามีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างกำลังสร้างสถานการณ์อยู่เบื้องหลัง


 



ความคิดเห็น:

        มาครอสพลัสเป็น OVA ในซี่รี่ย์มาครอสที่นำมาออกฉายใกล้ๆกับมาครอสเซเว่น(น่าจะประมาณปี 1997นั่นแหละครับ) ความล้ำก็คือมันเหมือนเป็นการทำนายเทคโนโลยี AI ที่จะมาในอนาคตโดยเฉพาะในด้านธุรกิจบันเทิงได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่นักร้องไอดอล AI อย่างชารอนแอ็ปเปิลที่มาก่อนการกำเนิดของ Vocaloid อย่างฮัทซึเนะมิคุอยู่หลายปี การใช้เทคโนโลยี่โฮโลแกรมในคอนเสิร์ตก่อนการนำมาใช้พาแอลวิสแพลสลี่หรือใครต่อใครที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมาแสดงคอนเสิร์ตสดได้ในปัจจุบัน รวมถึงพวก Virtual Idol เอย Vtuber เอยที่โด่งดังกันในยุคสมัยนี้ก็ตาม สำหรับเนื้อหาในมาครอสพลัสก็ค่อนข้างเป็นแนวให้ผู้ใหญ่ดูมากกว่า (ผมว่าเขาทำมาครอสเซเว่นให้เด็กดูแล้วก็เลยทำมาครอสพลัสให้ผู้ใหญ่ดูละมั้ง) ส่วนของเครื่องยนต์กลไกการออกแบบเครื่องบินทั้งสองรุ่นก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวเมื่อคิดถึงสมัยนั้นที่ยังไม่มีเทคโนโลยี่การทำCGที่ดีเท่าไรนัก

ข้อด้อย : 

    จุดด้อยของเรื่องอาจจะมีแค่ความสัมพันธ์รักสามเศร้าของทั้งสามตัวเอกที่มันดูแล้วก็ยังงงๆว่าตกลงมันเป็นยังไงก็แน่ แล้วตอนเฉลยว่าทำไมถึงทะเลาะกันมันก็ดูจะเป็นเหตุผลที่อ่อนไปหน่อย(หรือจะว่าง่ายไปหน่อยก็ได้) ส่วนเทคโนโลยี AI ในซีรี่ย์มาครอสหลังจากจบมาครอสพลัสไปก็ดูเหมือนจะไม่มีการใช้งานในเนื้อเรื่องเท่าไร(อาจจะเพราะเหตุการณ์ของชารอนแอ็ปเปิลในท้ายเรื่องก็เลยอาจจะโดนแบบเทคโนโลยี่AIไปก็ได้) แต่ก็ดูเหมือนจะเอากลับมาในภาคเดลต้าที่เครื่องวาลคีรี่ VF-31 จะมีระบบAIช่วยซับพอร์ทนักบินอยู่ด้วยละนะ

    สำหรับแนวเพลงในมาครอสพลัสของชารอนแอ็ปเปิลจะเป็นแนวแทรนซ์(Trance แนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟังแล้วหลอนๆประสาทหน่อยน่ะแหละ)แต่ที่ติดหูจริงๆกลับเป็นเพลงที่นางเอกหมิงร้องให้ฟังเพราะๆตอนจบเสียมากกว่า สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งแต่ก็ให้ผู้ใหญ่ดูจะดีกว่านะครับ เด็กๆเอาไว้โตก่อนค่อยกลับมาดูเน้อ

 

ปิดท้ายขายของ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จังครับ ->