แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2567

Anime No.33 : Diary of Our Days at the Breakwater 放課後ていぼう日誌

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมหนีควันทางภาคเหนือมาเที่ยวทะเลภาคใต้ (ฝากแช่งถึงคนที่เผาป่าเผานาขอให้มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวันเตอะ จะเก็บของป่าจะทำนาไม่ว่าจะเผาทำ*ตุ๊ด*อะไรฟะ) ว่าแล้วก็นึกถึงอนิเมะที่มีเรื่องเกิดขึ้นแถวๆชายทะเลขึ้นมาในบัดดล ซึ่งก็คือเรื่องนี้ 放課後ていぼう日誌 Diary of Our Days at the Breakwater (ชื่อภาษาไทยคือ บันทึกชมรมริมเขื่อนหลังเลิกเรียน) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรลองมาดูกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ : 

    เรื่องราวของ ฮินะ ซึรุกิ สาวน้อยม.ปลายที่พึ่งย้ายบ้านจากโตเกียวกลับมาบ้านเกิดที่เมืองอาชิคิตะจังหวัดคุมะโมโตะในเขตคิวชู ระหว่างที่ไปเดินเล่นริมเขื่อนกันคลื่นทะเล เธอได้พบกับ ยูคิ คุโรอิวะ รุ่นพี่หมวกฟางที่กำลังตกหมึกอยู่ก็เลยได้โอกาสลองตกหมึกด้วย ด้วยเหตุบางอย่างก็เลยโดนชวนเข้าชมรมริมเขื่อนที่กำลังแย่เพราะสมาชิกชมรมไม่พอ แม้ว่าฮินะจังจะเป็นพวกกลัวการสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตแต่ก็ไม่อาจจะทนความสนุกของการตกปลาและความอร่อยของอาหารทะเลที่ตกได้มาแบบสดๆได้จนสุดท้ายก็เข้าชมรมจนได้ เรื่องราวการตกปลาของเหล่าสาวน้อยม.ปลายจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้เอง

 



ความคิดเห็น :

    เนื้อเรื่องก็เป็นแนวชมรมที่กำลังจะโดนยุบเพราะคนไม่พอซึ่งก็เป็นพล๊อตที่นิยมใช้เวลาตัวเอกจะเข้าชมรมอะไรกันสักอย่างละนะ เนื้อหาก็จะเป็นเทคนิคในการตกปลาต่างๆนาๆรวมไปถึงการทำอาหารจากปลาที่ตกมาได้ด้วย เรียกได้ว่าถ้าเป็นคนชอบทำบาปด้วยการตกปลาก็คงจะชอบเรื่องนี้ด้วยแหละ 

ข้อด้อย :

     ตัวเรื่องไม่ได้มีดราม่าอะไรมากไป การดำเนินเรื่องก็จะเอื่อยๆไปเรื่อยๆตามสไตล์แนวสาวน้อยชมรมอะไรสักอย่างละครับ นอกจากการตกปลาแล้วก็แทบจะไม่มีอะไรเลย นางเอกก็โก๊ะๆเอ๋อๆตามแบบพิมพ์นิยมของชาวญี่ปุ่นเขาละครับ

    นอกจากความรู้ด้านการตกปลาแล้ว ในด้านการออกแบบตัวละครสาวๆก็ว่าน่ารักดี มียิงมุขตลกเฮฮาโป๊ะเป๊ะกันไปตลอดเรื่อง เรียกได้ว่าดูได้สนุกดีไม่มีพิษภัยอะไร คิดว่าเด็กๆเล็กๆก็น่าจะดูได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แถมดูเหมือนเรื่องนี้จะดังจนเขาไปทำเวอร์ชันคนแสดงด้วย สนใจแบบไหนก็ลองหามารับชมได้นะครับ


Official Anime Website -> https://teibotv.com/


ส่งท้ายขายของ มังงะของกระผมขอรับ  ->


 


วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.32 : Campfire Cooking in Another World with My Absurd Skill とんでもスキルで異世界放浪メシ スイの大冒険

 สวัสดีครับ ต่อเนื่องเรื่องการทำอาหารกันต่อเลยดีกว่า สำหรับวันนี้ก็ขอแนะนำอนิเมะแนวต่างโลกที่เกี่ยวกับการทำอาหารชื่อว่า Campfire Cooking in Another World with My Absurd Skill とんでもスキルで異世界放浪メシ スイの大冒険 (ชื่อภาษาไทยว่า"สกิลสุดพิสดารกับมื้ออาหารในต่างโลก"  ชื่อยาวเฟื้อยอีกตามเคยตามสไตล์แนวต่างโลก) เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาลองดูกันครับ

 


Ataya's Star :    ★★★☆☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ มุโคดะ สึโยชิ ผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมายังต่างโลกแต่กลับมีแค่สกิล"เน็ตซูเปอร์"ที่ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการต่อสู่กับจอมมาร ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจจะขอตัวออกจากปาร์ตี้ผู้กล้าไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่ชายแดนแทน ระหว่างทางเขาได้พบกับ เฟล สัตว์เทพในตำนานที่อยากกินอาหารที่มุโคดะทำจนถึงขั้นขอทำสัญญาเป็นอสูรรับใช้ ทั้งคู่จึงออกเดินทางไปแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆในการทำอาหารนั่นเอง



 


ความคิดเห็น :

    ก่อนอื่นสำหรับสกิล"เน็ตซูเปอร์"ที่ว่าก็คือ interNet Supermarket ซึ่งก็หมายถึงการสั่งของออนไลน์นะแหละ พูดง่ายๆเรื่องนี้ก็คือเน้นขายของนะแหละครับ ไทอินทั้งซอสทั้งของกินของหวาน คาดว่าน่าจะได้สปอนเซอร์จากเน็ตซูเปอร์ของห้างอีออนในญี่ปุ่นละครับ พระเอกก็สามารถสั่งของกินของใช้จากโลกของเราไปใช้ในต่างโลกได้ จะว่าแปลกก็แปลก จะว่าขายของตรงๆเลยมันก็ได้

ข้อด้อย :

     ถ้าไม่นับการขายของตรงๆของสกิลเน็ตซูเปอร์แล้วละก็ เนื้อเรื่องก็แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยนอกจากการไปล่ามอนสเตอร์ของเฟลเพื่อเอาเนื้อมาทำอาหารโดยใช้ซอสที่สั่งจากเน็ตซูเปอร์นี่แหละ จะว่าออกจะน่าเบื่อไปหน่อยก็คงจะได้

    อย่างไรก็ดี ด้วยที่ว่าเนื้อหามันไม่ได้ยากจนเกินไป มีมุขตลกแทรกสอดอยู่บ้าง ก็เลยอาจจะเหมาะให้เด็กๆดูได้ ไม่มีพิษมีภัยอะไรมากมาย อาหารที่ทำก็วาดออกมาได้น่ากินดี เห็นแล้วก็อาจจะอยากลองสั่งซอสมาลองทำอาหารดูบ้างก็ได้ ก็หวังว่าซีซันสองอาจจะมีอาหารใหม่ๆหรือมีเนื้อหาที่เข้มข้นมากขึ้นก็ได้นะครับ

    

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.31 : Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ

 สวัสดีครับ สำหรับวันนี้ก็จะมาในทีมของอนิเมะแนวกินแหลกในสไตล์สบายๆชิลๆของเหล่าสาวน้อยจากเรื่อง Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ (ชื่อภาษาไทย สาววัยใสหัวใจนักชิม) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของ เรียว มาจิโกะ สาวน้อยม.ต้นผู้สูญเสียคุณยายไปได้ไม่นาน ทำให้เธอรู้สึกว่าทำกับข้าวกับปลาได้ไม่อร่อยเหมือนเคยจนอาจจะเป็นเจ้าสาวที่ดีในอนาคตไม่ได้ จนกระทั้งวันหนึ่ง คิริน มาริโนะ ลูกพี่ลูกน้องผู้ที่อายุเท่าๆกับเรียวตัดสินใจอยากจะสอบเข้าเรียนม.ปลายโรงเรียนศิลปะที่โตเกียวเลยต้องเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนพิเศษที่เดียวกับที่เรียวเรียนอยู่ทุกวันอาทิตย์ ทั้งคู่จึงได้ทำความรู้จักกันผ่านทางการเรียนรู้การทำอาหารต่างๆนาๆด้วยกันนั่นเอง



 

ความคิดเห็น :

     เรื่องนี้ดูแล้วก็เป็นแนวชีวิตประจำวัน เรื่อยๆเปื่อยๆ ไม่ได้มีแอคชันดราม่าอะไรมากมาย เหมาะสำหรับดูคลายเครียดฆ่าเวลาก็ว่าโอเคละครับ ในเรื่องก็จะเป็นโชว์สกิลการทำอาหารแนวที่คนญี่ปุ่นทำกินกันในบ้านทั่วๆไปของเรียวนั่นแหละครับ ดูแล้วก็อาจจะหิวๆอยากจะลองทำกินดูบ้างก็ได้ คาดว่าเป็นเมนูที่ไม่ยากเกินไปสำหรับคนทั่วไป

ข้อด้อย :

    เนื้่อเรื่องดูจะเอื่อยๆไปสักนิด บางทีก็ใส่ฉากเซอร์วิสเข้ามาทั้งที่ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่โดยรวมก็ว่าเป็นอนิเมะที่ยังถือว่าดูได้สนุกดีละครับ อาหารก็วาดออกมาดูสมจริงน่ากินทีเดียวเลยอาจจะไม่เหมาะกับคนที่กำลังอดอาหารลดน้ำหนักอยู่ก็ได้ เดี๋ยวจะตบะแตกเอา

    โดยรวมก็เป็นอนิเมะแนวใสๆทำอาหารไปกินไปอร่อยจุงเบย ตัวละครก็น่ารักดี จะว่าเป็นแนวยูริก็คงจะได้เพราะไม่มีตัวละครชายเลย ถ้าไม่รวมฉากเซอร์วิสก็ถือว่าดูได้ทุกเพศทุกวัยละนะครับ ยังไงก็ลองหามาดูกันได้นะครับ


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->



 

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2567

Anime No.23 : Maiko-san Chi no Makanai-san 舞妓さんちのまかないさん

 สวัสดีปีใหม่ครับ พูดถึงปีใหม่ก็นึกถึงสมัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ที่นั้นก็มีประเพณีต้องไปวัดไปศาลเจ้าในวันแรกของปีเหมือนกัน(เข้าเรียก 初詣 Hatsumode ) ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นพวกลูกคุณหนูคนร่ำคนรวยเขาใส่กิโมโนมาด้วยละนะ ก็พาลนึกไปถึงพวกไมโกะ(舞妓さん) นางรำเลื่องชื่อในแถบเกียวโตขึ้นมา ว่าแล้ววันนี้ก็ขอแนะนำอนิเมะ Maiko-san Chi no Makanai-san 舞妓さんちのまかないさん (แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ) เรื่องเกี่ยวกับอาหารและไมโกะของญี่ปุ่นกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของคิโยะกับซึมิเระสาวน้อยจากจังหวัดอาโอโมริ ทั้งคู่ประทับใจในอาชีพไมโกะจึงตัดสินใจมาฝึกฝนเป็นไมโกะที่เกียวโตเมื่อทั้งคู่เรียนจบม.ต้น ซึมิเระนั้นมีความสามารถและกิริยาเรียบร้อยอ่อนหวานจึงได้เป็นไมโกะโดยไม่ยากเย็น แต่คิโยะนั้นดูจะเป็นเด็กกะโหลกกะลามากกว่าจึงไม่สามารถเป็นไมโกะได้แต่เธอก็ได้ติดสินใจมาเป็นแม่ครัวในบ้านของเหล่าไมโกะแทนเพื่อที่จะได้ดูแลซึมิเระผู้เป็นเพื่อนรักของเธอได้นั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ถ้าดูแล้วก็จะรู้ว่าการจะเป็นไมโกะนั้นยากลำบากเพียงใด (บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าไมโกะเป็นอาชีพเหมือนเด็กเอนหรือไซด์ไลน์อะไรแบบนั้น แต่จริงๆไมโกะจะทำหน้าที่แสดงศิลปะ ดีดซามิเซน ฟ้อนรำ ดูแลแขกคอยรินเหล้าอะไรอย่างงั้นมากกว่าละนะ) ข้อบังคับอะไรบางอย่างดูแล้วก็ตกใจอยู่เหมือนกันว่าสมัยนี้ยังต้องเข้มงวดยังงั้นอยู่หรือ ? อย่างการห้ามพกมือถืออะไรอย่างงี้ นอกจากเรื่องของไมโกะแล้วก็แน่นอนว่าเนื้อเรื่องหลักจะเป็นการนำเสนอการทำอาหารต่างๆที่คิโยเป็นคนทำ อาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารที่ทำให้พวกไมโกะทานโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าดูแล้วก็จะได้เมนูอาหารไปลองทำตามได้แน่นอน 

ข้อด้อย:

      โดยรวมแล้วเป็นอนิเมะที่ดูได้สนุกทุกเพศทุกวัยไม่มีปัญหาอะไรหรอก อาจจะมีการเดินเนื้อเรื่องที่ดูช้าๆไปหน่อยแต่ก็เพราะมันเป็นแนวหนังชีวิตก็เลยไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจขนาดนั้นแหละ ตัวละครประกอบอาจจะดูเหมือนๆกันหมดและไม่ค่อยมีบทเท่าไหร่ หลักๆก็จะเป็นเรื่องของคิโยะกับซึมิเระน่ะนะ (จริงๆก็สงสัยอยู่ว่าซึมิเระเป็นคนอาโอโมริแล้วไปเรียนสำเนียงคันไซมาจากไหน หรือว่าเขาบังคับให้ไมโกะต้องพูดสำเนียงคันไซเกียวโตด้วยหรือเปล่าละหว่า)

    กล่าวโดยสรุปเรื่องนี้ถือเป็นอนิเมะน้ำดีที่นำเสนอเรื่องราวของอาหารควบคู่ไปกับวัฒธรรมญี่ปุ่นในเรื่องของไมโกะ ภาพประกอบก็สวยงามสไตล์พาสเทล  ถ้าใครชอบทำอาหารชอบวัฒธรรมญี่ปุ่นก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงละครับ (แต่ส่วนตัวผมเห็นไมโกะแต่งหน้าขาวทีไรก็พาลนึกถึงผีนางรำหน้าขาวบ้านเราทุกที เลยออกจะกลัวๆหลอนๆหน่อยละนะ เฮอๆ)

ล่าสุดเขาก็มีทำเป็นเวอร์ชันคนแสดงลงในNetflixด้วยละนะครับ



 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Anime No.22 : Laid-Back Camp ゆるキャン

 สวัสดีครับ ต่อเนื่องจากเรื่องของ Soft Power และอากาศช่วงนี้ก็เริ่มเย็นขึ้นแล้ว เป็นช่วงที่เหมาะกับการไปตั้งแคมป์กัน ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเลยครับ Laid-Back Camp ゆるキャン ชื่อภาษาไทย"แคมป์สบายสไตล์สาว ๆ " เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ 

    


Ataya's Star :    ★★★★☆ 

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของสาวน้อย นาเดะชิโกะ คากามิฮะระ ที่พึ่งย้ายมาเข้าโรงเรียนโมโตสุ(น่าจะแถวๆจังหวัดยามานะชิ) ระหว่างที่เธอได้มาดูภูเขาไฟฟูจิที่บริเวณที่ตั้งแคมป์ก็ได้เผลอนอนหลับไป ระหว่างนั้นเอง ริน ชิมะ สาวน้อยผู้ชื่นชอบการเข้าแคมป์เดี่ยวก็ได้มาตั้งแคมป์บริเวณนั้นพอดี เมื่อนาเดชิโกะตื่นขึ้นเธอก็พบว่ารอบๆมืดลงแล้ว จึงตื่นตกใจกลัวเพราะไม่คุ้นกับที่ทาง แต่โชคดีที่รินได้ช่วยเหลือเธอไว้ ด้วยการได้พูดคุยกันทำให้นาเคชิโกะสนใจการเข้าแคมป์ขึ้นมาและเมื่อไปที่โรงเรียนจึงตัดสินใจเข้าชมรมกิจกรรมกลางแจ้ง เรื่องราวการเข้าแคมป์ของสาวๆจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉนี้นี่เอง


ความคิดเห็น :

    โดยรวมต้องถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูได้เรื่อยๆ มีความสนุกสนานพอสมควร ดูได้ทุกเพศทุกวัยละครับ นอกจากนี้ก็จะได้รับความรู้ในการเข้าแคมป์กลางแจ้งว่าควรจะต้องเตรียมหรือทำอะไรบ้าง เวลาเจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาควรจะรับมือยังไง แล้วก็มีเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่เขาก็เอามาจากสถานที่จริง ของกินต่างๆก็คิดว่าน่าจะมีอยู่จริงด้วย ถ้าใครอยากตามรอยก็จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้เลยจ้า

ข้อด้อย :

    มุกบางอย่างมันต้องมีความรู้เกียวกับญี่ปุ่นพอสมควรถึงจะรู้เรื่องขำออกละนะครับ ถ้าให้คนต่างชาติดูก็อาจจะงงๆว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่ อีกอย่างในเนื้อหาก็ดูเหมือนเป็นการตั้งใจขายอุปกรณ์ตั้งแคมป์กลายๆนะแหละ(น่าจะมีสปอนเซอร์แฝงแหละ) พอดูไปสักสองซีซันก็เริ่มจะจับทางได้ว่ามันก็คงเป็นแพทเทิร์นประมาณว่าทำงานเก็บตังค์แล้วไปตั้งแคมป์กันที่ไหนสักแห่งนี้ละนะ

    กล่าวโดยสรุป สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอนิเมะแนวเรื่อยๆเปื่อยๆดูได้เพลินๆไม่มีดราม่าอะไรให้เครียด ตัวละครก็น่ารักสดใสสมวัยทีน เพลงประกอบก็ไพเราะฟังได้สบายๆหู ตอนนี้มีข่าวว่ากำลังทำซีซันสามอยูู่ ถ้าเข้าฉายก็ว่าจะดูต่อละนะครับ สำหรับคนที่สนใจสถานที่ท่องเทียวและการตั้งแคมป์(ในประเทศญี่ปุ่น)ก็แนะนำให้ดูเรื่องนี้เลยครับ แต่ที่ไทยคงไม่ไหวเพราะออกนอกบ้านทีนี่ยุงรุ่มกัดกันจะเป็นไข้เลือดออกตายกันอยู่แล้วนิ เฮอๆ 

Official Anime Website -> https://yurucamp.jp/

 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566

Anime No. 21 : Deaimon であいもん

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ดูข่าวอะไรก็มีแต่คนบอกว่าอันนั้นคือ Soft Power บ้างละ อันนี้คือพลังนุ่มนิ่มบ้างละ จนรู้สึกเริ่มจะเอือมๆแหละ จริงๆถ้าถามว่าอะไรคือ Soft Power ส่วนตัวผมว่ามันคืออะไรก็ตามที่คนต่างชาติเขาดั้นด้นหรือพยายามมาหาของๆเราไปครอบครอง บริโภคหรือใช้งานน่ะแหละ เช่น ฝรั่งที่เขาบินมากินอาหารไทยมาท่องเที่ยวตามวัดวาอาราม หรือ นักชกต่างชาติที่ทิ้งบ้านเกิดข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนมวยไทย คนจีนที่บินมาซื้อยาดมยาหม่อง อะไรประมาณนี้ละนะครับ มันก็ทำให้นึกถึงอนิเมะญี่ปุ่นที่เขามักจะใส่อะไรที่เป็น Soft Power ของเขามาในเรื่องด้วย เช่น สถานที่ท่องเที่ยวหรืออาหารญี่ปุ่น ก็เลยทำให้คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา Deaimon  であいもん (ชื่อภาษาไทย "สิ่งที่พบพาน") เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ

Source : https://deaimon.jp/

Ataya's Star :    ★★★★★ 

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นที่เกียวโตเมืองแห่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่น  เมื่อ นากุโมะ อิริโนะ ชายหนุ่มที่ทิ้งบ้านซึ่งเป็นร้านขายขนมญี่ปุ่นไปตามความฝันที่จะเป็นนักดนตรีอยู่หลายปีได้กลับมาบ้านเกิดเพราะได้ยินว่าพ่อป่วยหนัก ที่สถานีเกียวโตเขาได้พบกับ อิซึกะ ยูคิฮาร่า สาวน้อยที่เข้ามาทักเพราะจำคนผิด ไปๆมาๆกลายเป็นว่าอิซึกะเป็นคนที่มาอาศัยอยู่กับทางบ้านของนากุโมะ(เพราะถูกพ่อของเธอมาทิ้งเอาไว้)และดูเหมือนคุณพ่อของนากุโมะเจ้าของร้านจะถูกใจความขยันขันแข็งของเธอจึงจะยกให้เป็นผู้สืบทอดการทำขนมญี่ปุ่นแทนที่นากุโมะที่ไม่เอาไหนเอาซะเลย เรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวขนมญี่ปุ่นจึงเริ่มต้นตรงนี้นี่เอง


 


ความคิดเห็น :

    โดยรวมดูแล้วต้องบอกว่าเป็นอนิเมะที่สนุกดี เรื่องราวไหลลื่นมีดราม่านิดหน่อยมีมุกตลกเล็กๆ เป็นชนิดที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยละครับ  นอกจากนี้คุณยังได้สัมผัสการทำขนมญี่ปุ่นที่มีวิธีการละเอียดอ่อนพิถีพิถันและถือว่าเป็นศิลปะกินได้อย่างหนึ่งของญี่ปุ่นก็ว่าได้ จะทราบถึงชนิดต่างๆของขนมญี่ปุ่นและช่วงเวลาที่เขาจะทำขาย(เขาตามฤดูกาลละนะ) เรียกได้ว่าดูแล้วแทบจะอยากจองตั๋วเครื่องบินไปกินขนมญี่ปุ่นที่เกียวโตกันเลยทีเดียว

ข้อด้อย :

    ข้อด้อยอาจจะมีนิดหน่อยตรงที่ตัวละครประกอบดูจะคล้ายๆกันไปนิด ตอนแรกผมสับสนพ่อของนากุโมะกับคุณลุงที่เป็นผู้ช่วยเพราะเขาวาดคล้ายๆกัน แต่พอพ่อแกถอดหมวกก็เลยเลยจำได้แหละ(แกหัวล้านอะนะ เฮอๆ) นอกนั้นก็อาจจะเป็นที่ว่าจบเร็วไปนิด แต่คาดว่าคงจะมีซีซันสองตามมาทีหลังละครับ

    กล่าวโดยสรุปต้องถือว่าเป็นอนิเมะที่ดูได้สบายๆไม่หนักอะไรเท่าไร อารมณ์เหมือนละครหลังข่าวของญี่ปุ่นเขาละนะครับ แล้วถ้าคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วละก็คุณจะได้เรียนสำเนียงคันไซสไตล์เกียวโตจากในเรื่องด้วยละนะครับ(ผมเองรู้สึกว่าคนเกียวโตจะลากเสียง"สึ"ท้ายคำยาวกว่าคนคันไซในจังหวัดอื่นๆละนะ เช่น 行ってきます Ittekimasu ถ้าคนเกียวโตพูดก็จะได้ยินเป็น 行ってきます~ Ittekimasuuuu อะไรประมาณนั้นละครับ) แล้วอีกอย่างผมว่าวิธีการนำเสนอ Soft Power ที่ถูกต้องมันก็ควรจะแทรกไปในสื่อหรือในภาพยนต์แบบเนียนๆแบบนี้ละครับ คือถ้าไปยัดเหยียดหรือประเภทไปเอาข้าวเหนียวมะม่วงกินให้ดูบนคอนเสิร์ตมันก็ดูเป็นการสร้างกระแสหรือไวรัลแบบชั่วครั้งชั่วคราวเสียมากกว่าละนะครับ ยังไงรบกวนคณะกรรมการ Soft Power มาลองดูอนิเมะเรื่องนี้ดูบ้างก็น่าจะไม่เสียหายอะไรละนะ เฮอๆ 

Official Website -> https://deaimon.jp/    

 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะของผม(มี Soft Power แบบไทยๆอยู่ในเรื่องด้วยนะจ๊ะ) ->