แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yuri แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ yuri แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568

Anime No.71 : Onimai: I'm Now Your Sister! お兄ちゃんはおしまい!

     สวัสดีครับ หลังจากพูดถึงอนิเมะที่รีเมคไปก็มีเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องในดวงใจของผมในวัยเด็ก นั่นก็คือเรื่อง Ranma 1/2 พูดถึงตัวเอกที่เปลี่ยนเพศได้นี่ก็ไม่ค่อยจะได้เจอในอนิเมะช่วงหลังๆเหมือนกันนะ(ยกเว้นพวกสลับร่าง กลับชาติมาเกิด แต่งหญิงแต่งชายอะไรแบบนั่นละนะ) จนช่วงนี้ได้ดูเรื่องหนึ่งที่ตอนแรกพระเอกก็กลายเป็นนางเอกซะงั้น นั่นก็คือเรื่อง Onimai: I'm Now Your Sister! お兄ちゃんはおしまい! (ชื่อภาษาไทย อวสานพี่ชาย กลายเป็นพี่สาว) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ มาฮิโระ โอยามะ เด็กหนุ่มไม่เอาไหนที่วันๆเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง(ภาษาญี่ปุ่นเรียกพวกฮิคิโคโมริ) วันๆเอาแต่เล่นเกมกินๆนอนๆอยู่อย่างงั้น จนอยู่มาวันหนึ่งเมื่อเขาลื่มตาตื่นขึ้นกลับพบว่าตััวเองกลายเป็นเด็กผู้หญิง ซึ่งภายหลัง มิฮาริ โอยามะ น้องสาวอัจฉริยะของมาฮิโระถึงมาเฉลยว่าเธอเองนี่แหละที่เป็นคนวางยาพี่ชายตัวเองให้เป็นหนูทดลองยาเปลี่ยนเพศที่เธอคิดค้นขึ้น มาฮิโระเลยต้องใช้ชีวิตในฐานะเด็กผู้หญิงไปจนกว่าจะหาทางกลับไปเป็นผู้ชายได้อีกครั้งนั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวตลกโป๊กฮา คนดูก็จะได้สนุกสนานไปกับความซวยของมาฮิโระที่เป็นผู้ชายแท้ๆแต่ต้องมาใช้ชีวิตแบบเด็กผู้หญิง นอกจากนั้นตัวเนื้อเรื่องเองก็จะสอนคนดูให้อย่ายอมแพ้กับชีวิต ความสำคัญของเพื่อนและครอบครัว แล้วก็ชี้ให้เห็นความลำบากของการเป็นเด็กผู้หญิงด้วย ก็เรียกได้ว่ามีสาระซ่อนอยู่บ้างละนะ ส่วนเรื่องภาพก็สวยดี ออกแนวพาสเทลสีสดใส เนื้อเรื่องก็ลื่นไหลดี ดูแล้วก็ขำๆสนุกได้ทุกตอนละครับ

ข้อด้อย:

    ด้วยตัวเนื้อเรื่องเองมันก็ออกจะเฟมินิสต์หน่อยๆละนะ เหมือนจะชี้นำว่าเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก คนไหนที่ไม่ได้ชอบแนวคิดแบบนี้ก็อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ก็ได้ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากไปก็ดูได้สนุกสนานดีไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ (อนึ่งเรื่องนี้ก็จัดได้ว่าเป็นแนวยูริละนะ เพราะไม่มีตัวละครหลักเป็นผู้ชายแถมพระเอกก็เป็นนางเอกไปแล้วซะงั้น)

    กล่าวโดยสรุป นี่ก็เป็นอนิเมะแนวสลับเพศที่ไม่ได้เห็นมานานพอสมควรแล้ว เนื้อเรื่องก็สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะ มีความทะลึ่งนิดๆแต่ก็น่าจะดูได้ทุกเพศทุกวัยแถมได้ข้อคิดพอสมควรครับ ตอนที่เขียนบล็อกนี่ก็ออกมาหนึ่งซีซัน สนใจยังไงก็ลองหามาดูได้นะครับ

ส่งท้ายขอขายของหน่อยครับ สติกเกอร์ไลน์ของเฟย์จัง ->


วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

Anime No.70 : Anima Yell ! アニマエール!

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็มีการแข่งกีฬากันหลายๆประเภท นอกจากตัวนักกีฬา กรรมการ คนดู ถ้าจะให้ครบก็ต้องมี"เชียร์ลีดเดอร์"ด้วยละนะ วันนี้ก็เลยจะขอนำเสนออนิเมะที่นำเสนอเรื่องราวน่ารักๆของสาวๆเชียร์ลีดเดอร์ นั่นก็คือเรื่อง Anima Yell ! アニマエール! เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โคฮาเนะ ฮาโตยะ สาวน้อยที่พึ่งจะเข้าม.ปลายที่โรงเรียนคามิโนคิ เธอเป็นสาวน้อยที่ชอบช่วยเหลือผู้คนและก่อนหน้านี้ที่เธอได้เห็นการแสดงเชียร์ลีดเดอร์ทำให้เธอรู้สึกอยากจะเข้าชมรมเชียร์มากแต่ดูเหมือนที่โรงเรียนแห่งนี้จะไม่มี เธอจึงพยายามจะตั้งชมรมเชียร์ขึ้นมาให้ได้โดยพยายามจะชวน ฮิซึเมะ อาริมะ อดีตสาวเชียร์ลีดเดอร์ผู้เก่งกาจตอน ม.ต้นแต่พอขึ้น ม.ปลายก็มีเหตุไม่อยากจะทำเชียร์ต่อ และ อุคิ ซาวาตาริ เพื่อนสมัยเด็กผู้คอยดูแลโคฮาเนะมาตลอด เรื่องราวความวุ่นวายจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวเหล่าสาวน้อยที่มาสร้างชมรมกันนะแหละครับ เนื้อเรื่องก็จะมีการแทรกความรู้เกี่ยวกับการฝึกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ทั้งพื่้นฐานในการฝึก ท่าที่ใช้ในการเชียร์ เรียกได้ว่าคนดูจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการเชียร์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ส่วนตัวมุกตลกก็ส่งกันโป๊ะเป๊ะ(ส่วนใหญ่ตบมุกกันแบบตลกญี่ปุ่นละนะ)ก็ขำๆดีพอสมควรละ ตัวละครก็ออกแบบได้น่ารักสดใส มีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวดูแล้วก็สนุกสนานดีทีเดียวครับ (เรื่องนี้ก็ออกแนวยูริละนะครับ เพราะไม่มีตัวละครหลักเป็นผู้ชายเลย)

ข้อด้อย:

        เนื้อเรื่องสนุกสนานลื่นไหลไม่สะดุดแต่ดูจะดำเนินเรื่องเร็วไปซักหน่อย ตัวมุกตลกแม้จะฮาดีแต่บางที่บางช่วงก็ดูเหมือนจะมากเกินไป(แทบจะตบมุกกันทุกช๊อต) อีกเรื่องก็คงเป็นเรื่องที่จบเร็วไปนิด อยากให้มีซีซันสองต่ออยู่เหมือนกันนะ

        กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวสาวน้อยชมรมเชียร์ลีดเดอร์ ตัวละครน่ารักสดใสมากๆเหมาะจะดูคลายเครียดหรือหาความรื่นเริงให้กับชีวิตบ้างอะไรบ้าง  ใครที่ชอบแนวโมเอะๆก็น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยากละครับ ลองหามารับชมกันได้นะครับ

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->


วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Anime No.55 : Lycoris Recoil リコリス・リコイル

 สวัสดีครับ ก่อนหน้านี้มีข่าวการเสียชีวิตของนักร้องสาวคุณซายูริในวัยเพียง28ปีเท่านั้น ผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจและอาลัยให้กับครอบครัวของเธอด้วย ถ้าจำไม่ผิดผมน่าจะเคยฟังเพลงที่เป็นผลงานของเธออยู่สองเพลงที่ใช้ประกอบอนิเมะ เรื่องแรกคือเพลงประกอบเรื่อง Golden Kamuy (ชื่อเพลง レイメイ Reimei )และอีกเพลงก็เป็นเรื่องที่จะรีวิวในวันนี้คือเรื่อง  Lycoris Recoil リコリス・リコイル (ชื่อเพลง 花の塔 Flower of tower) เรื่องราวอนิเมะเรื่องนี้จะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวกล่าวถึงกลุ่มลึกลับใต้ดิน Lycoris ไลโคลิส กลุ่มนักเรียนหญิงม.ปลายที่คอยรักษาความสงบสุขของโตเกียวอย่างลับๆจากกลุ่มอาชญากรรมและการก่อการร้าย วันหนึ่งเมื่อ ทากินะ อิโนะอุเอะ สาวน้อยสมาชิกกลุ่มไลโคลิสดันไปใช้ความรุนแรงเกินเหตุในการช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกจับเป็นตัวประกันจึงทำให้ถูกปลดจากตำแหน่งและส่งไปทำงานที่ร้านคาเฟ่ LycoReco เป็นการดัดนิสัย ที่นั่นเธอเองได้พบกับ จิโตะเสะ นิชิคิกิ สาวน้อยผู้ร่าเริงแต่กลับมีฝีมือยิงปืนเก่งฉกาจระดับพระกาฬ ทั้งคู่ต้องแท็กทีมกันจัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายและสืบหาคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆนั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ็คชันยิงกันแหลกลานแนวระเบิดภูเขาเผากระท่อมนั่นแหละ นางเอกนี่เรียกได้ว่าเหมือนเอาจอห์นวิคไปใส่อินเวอร์เตอร์(กลับตาลปัตร บวกเป็นลบ ลบเป็นบวกอะนะ)ก็จะได้ออกมาเป็นจิโตะเสะนี่แหละ จากจอห์นวิคที่นิสัยเย็นชาเงียบๆก็กลายเป็นจิโตะเสะที่แสนจะร่าเริง(ดีดๆหน่อย) จอร์นวิคนี่ฆ่าคนแหลกลานแต่จิโตเสะนี่ไม่ฆ่าใครสักคน แต่ที่เหมือนกันคือทั้งคู่ยิงปืนเก่งฉกาจนี่แหละ (จนมีคนล้อว่าเรื่องไลโคริสรีคอยล์นี่คือจอห์นวิคเวอร์ชันอนิเมะชัดๆละนะ) สำหรับฉากแอ็คชันก็ทำได้สมจริง ดูได้ลื่นไหลสนุกดี งานภาพสวยงามคุณภาพเยี่ยมมาก ตัวเนื้อเรื่องอาจจะซับซ้อนไปหน่อยแต่ก็น่าจะพอเข้าใจดูรู้เรื่องอยู่ละนะครับ (ผมดูแล้วก็แอบได้กลิ่นอนิเมะแนวแอ็คชันในยุค80-90อยู่บ้างเหมือนกัน อย่างเรื่อง City Hunter อะไรแบบนั้นแหละ)

ข้อด้อย:

    เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยมีข้อด้อยอะไรเท่าไรหรอกครับ อาจจะมีที่เรื่องตัวเนื้อเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผล อย่างเช่นที่ประชาชนคนญี่ปุ่นโดนปิดหูปิดตาได้ยังไงว่าไม่มีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นเลย(ทั้งๆที่ยิงกันแหลกลานซะขนาดนั้น) จิโตะเสะนี่ก็เก่งจนถึงขั้นหลบกระสูนได้เงี้ย หรือปรัชญาความคิดของตัวละครหลายๆตัวก็ดูแปลกๆหรือไม่ก็สุดโต่งไปหน่อย จนดูเหมือนเป็นชุมนุมคนเพี้ยนนี่แหละ แต่ก็เข้าใจได้เพราะเรื่องนี้ก็เน้นแอ็กชันตัวละครเลยต้องโดดเด่นหน่อยนั่นแหละนะ    

    กล่าวโดยสรุป ถ้าคุณชอบหนังแนวจอห์นวิคยิงกันสบั้นหันแหลก อนิเมะเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะทำให้คุณผิดหวัง งานภาพสวยงาม ตัวละครก็โดดเด่น(ถึงจะดูดีดๆเพี้ยนๆไปบ้างก็เหอะ) อีกอย่างจะจัดว่าเป็นแนวยูริก็คงได้เพราะไม่มีตัวละครพระเอกเลย ใครสนใจยังไงก็ลองหามาดูได้นะครับ (ณ.ตอนที่เขียนนี้มีซีซันเดียวอยู่นะครับ ไม่แน่ว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า)

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Anime No.54 : Miss Kobayashi's Dragon Maid 小林さんちのメイドラゴン

 สวัสดีครับ พอดีช่วงนี้มีการประกาศฉายภาคหนังใหญ่ของเรื่องเมดมังกร ก็เลยไปลองหาเรื่องนี้มาดูซะหน่อย เพราะงั้นสำหรับวันนี้ก็เลยจะขอรีวิวเรื่องนี้เลยละกัน Miss Kobayashi's Dragon Maid 小林さんちのメイドラゴン (ในชื่อภาษาไทยว่า เมดมังกรของคุณโคบายาชิ) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

        เรื่องราวเกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่งเมื่อ โคบายาชิ โปรแกรมเมอร์สาวตื่นขึ้นมาจากการดื่มหนักไปหน่อยก่อนจะมาพบว่ามีมังกรตัวหนึ่งนามว่า โทรุ มาขออยู่ด้วย โดยขอมาทำงานเป็นเมดให้กับเธอ เมื่อสืบสาวราวเรื่องโคบายาชิจึงนึกออกได้ว่าคืนก่อนตอนที่เธอเมาหนักได้เดินเข้าไปในป่าหลังเขาและได้พบโทรุในร่างมังกรโดนดาบแทงอยู่จึงได้ช่วยดึงดาบออกและชวนโทรุมาดื่มต่อด้วยกัน ไปๆมาๆก็พลั้งปากชวนโทรุให้มาอยู่ด้วยกันซะงั้น เธอจึงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้พูดออกไป เรื่องราวระหว่างมังกรเมดกับสาวโปรแกรมเมอร์จึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง



ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวตลกในชีวิตประจำวัน เนื้อเรื่องก็ดำเนินไปโดยมีเหล่ามังกรเป็นตัวสะท้อนมุมมองที่มีต่อมนุษย์ในแง่ต่างๆ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ศัตรู และสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว  ก็เรียกได้ว่าดูได้สนุกสนานดีมีแง่คิดดีๆแฝงอยู่ด้วยถ้าคิดตามซะหน่อยละก็นะ สำหรับงานภาพก็สวยงาม ตัวละครก็วาดออกมาน่ารักดี การเคลื่อนไหวก็ลื่นไหลดูดีไม่มีงานเผา สมกับที่ผลิตโดยสตูดิโด Kyoto Animation ละนะ (จริงๆ ก็ติดใจสงสัยตัวละครอย่างมังกรน้ำเอลม่าอยู่ว่านี่ใช่พญานาคหรือเปล่าหว่า? เพราะเหมือนมีเขาหรือหงอนเดียวแถมผู้คนยังบูชาซะอีกต่างหาก)

ข้อด้อย :

     ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นแนวยูริแบบอ่อนๆ(ก็คู่โคบายาชิกับโทรุนะแหละนะ) ใครที่ไม่ได้อินกับแนวนี้ก็อาจจะไม่ชอบก็ได้ หรือจะว่าไปมันก็อาจจะจัดว่าเป็นแนวไปต่างโลกแบบกลับด้าน(คือเอาตัวละครจากโลกอื่นมาที่โลกเราแทน)ใครไม่ชอบแนวแฟนตาซีหรือไปต่างโลกก็อาจจะดูได้ไม่สนุกเท่าที่ควร อีกอย่างก็คงเป็นเรื่องที่เล่นมุกหน่มน้มหนองโพเยอะไปหน่อยละนะ เฮอๆ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องเมดมังกรนี่ก็ดูได้สนุกสนานดีครับ มุกตลกก็ขำได้พอสมควร มีสาระข้อคิดซ่อนเอาไว้เหมือนกัน ถ้าสนใจก็ลองหามาดูกันได้นะครับ (เรื่องนี้ตอนที่เขียน ณ.ตอนนี้มีสองซีซันและภาคหนังใหญ่ก็กำลังจะออกฉายครับ)

Official Anime Website ->  https://maidragon.jp/

   

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567

Anime No.35 : Let's Make A Mug Too やくならマグカップも

 สวัสดีครับ หมดเทศกาลสาดน้ำทาแป้งกันไปแล้ว สำหรับคนแก่อย่างผมก็แค่ไปวัดไปพบญาติก็เหนื่อยจะแย่แล้วละครับ วันนี้ก็เลยมานั่งคิดดูว่าจะรีวิวอนิเมะเรื่องอะไรดี จู่ๆก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา やくならマグカップも Let's Make A Mug Too (ชื่อภาษาไทย วัยฝันปั้นแก้วมัค) คงเพราะช่วงสงกรานต์นี่มีการรวมญาติกินเลี้ยง พอเห็นพวกถ้วยโถโอชามก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็เป็นได้ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาดูกันเลยครับ

Source : https://yakumo-project.com

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของสาวน้อย ฮิเมะโนะ โทโยกาวะ ที่ย้ายบ้านกลับมาที่บ้านเกิดของคุณแม่ที่เสียไปซึ่งก็คือเมืองทาจิมิในจังหวัดกิฟุ เมื่อเธอได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเก่าของคุณแม่เธอก็ได้พบกับ มิกะ คุคุริ และทั่งคู่ก็ได้ไปที่ชมรมเซรามิกของโรงเรียน ที่ชมรมเธอได้พบกับ นาโอโกะ นารุเสะ สาวน้อยที่ชอบมาเที่ยวเล่นที่ชมรมอยู่บ่อยๆ และ โทโกะ อาโอกิ สาวน้อยผู้ที่มุ่งมั่นจะสร้างผลงานเซรามิกชิ้นเอก ที่ชมรมนี่เองที่ฮิเมะโนะได้รู้ว่าจริงๆแล้วแม่ของเธอเป็นยอดนักปั้นเซรามิกผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของเมือง เธอจึงอยากจะลองเจริญรอยตามด้วยการลองปั้นเซรามิกดูนั่นเอง 

 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้จะนำผู้ชมทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งการปั้นเครื่องเคลือบเซรามิก เนื้อหาจะสอนเรื่องการปั้น การเผา การเคลือบน้ำยา การอบ เทคนิคต่างๆนาๆ เรียกได้ว่าสอนรายละเอียดลึกจนถึงขนาดเอาไปทำตามได้กันเลยทีเดียว ตัวละครก็น่ารักสดใส เรื่องราวของสาวๆก็มีแบคกราว์นมีปมต่างๆของตัวเองตามประสาวัยรุ่น เรียกได้ว่าสอดแทรกความรู้ด้านเซรามิกเข้ากับเรื่องราวดราม่าได้ดีพอสมควรทีเดียว

ข้อด้อย :

    เนื่องจากมันเป็นอนิเมะแนวสาวๆทำชมรมอะไรสักอย่าง เรื่องราวเลยไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากการทำเซรามิก คนที่ชอบแนวแอ็คชั้นแฟนตาซีอะไรแบบนั้นก็อาจจะไม่ชอบก็ได้ เนื่อเรื่องก็ดำเนินไปเรื่อยๆเอื่อยๆแบบสโลว์ไลฟนะแหละ ไม่ได้มีดราม่าอะไรมากมาย โดยรวมก็สนุกดีดูได้เพลินๆน่ะ  

    สำหรับเมืองทาจิมิก็เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านเซรามิกจริงๆนะแหละ หลายๆโลเคชันที่อยู่ในอนิเมะก็มีอยู่จริงด้วย ถ้าใครเห็นแล้วอยากจะตามรอยก็สามารถบินไปเที่ยวกันได้เลยนะครับ สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ก็มีอยู่สองซีซันแล้วก็มีเทปพิเศษที่สาวๆนักพากย์ไปเที่ยวกันที่ทาจิมิกันด้วย สนใจยังไงก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ 

Official Anime Website -> https://yakumo-project.com/

 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2567

Anime No.31 : Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ

 สวัสดีครับ สำหรับวันนี้ก็จะมาในทีมของอนิเมะแนวกินแหลกในสไตล์สบายๆชิลๆของเหล่าสาวน้อยจากเรื่อง Koufuku Graffiti 幸腹グラフィティ (ชื่อภาษาไทย สาววัยใสหัวใจนักชิม) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของ เรียว มาจิโกะ สาวน้อยม.ต้นผู้สูญเสียคุณยายไปได้ไม่นาน ทำให้เธอรู้สึกว่าทำกับข้าวกับปลาได้ไม่อร่อยเหมือนเคยจนอาจจะเป็นเจ้าสาวที่ดีในอนาคตไม่ได้ จนกระทั้งวันหนึ่ง คิริน มาริโนะ ลูกพี่ลูกน้องผู้ที่อายุเท่าๆกับเรียวตัดสินใจอยากจะสอบเข้าเรียนม.ปลายโรงเรียนศิลปะที่โตเกียวเลยต้องเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนพิเศษที่เดียวกับที่เรียวเรียนอยู่ทุกวันอาทิตย์ ทั้งคู่จึงได้ทำความรู้จักกันผ่านทางการเรียนรู้การทำอาหารต่างๆนาๆด้วยกันนั่นเอง



 

ความคิดเห็น :

     เรื่องนี้ดูแล้วก็เป็นแนวชีวิตประจำวัน เรื่อยๆเปื่อยๆ ไม่ได้มีแอคชันดราม่าอะไรมากมาย เหมาะสำหรับดูคลายเครียดฆ่าเวลาก็ว่าโอเคละครับ ในเรื่องก็จะเป็นโชว์สกิลการทำอาหารแนวที่คนญี่ปุ่นทำกินกันในบ้านทั่วๆไปของเรียวนั่นแหละครับ ดูแล้วก็อาจจะหิวๆอยากจะลองทำกินดูบ้างก็ได้ คาดว่าเป็นเมนูที่ไม่ยากเกินไปสำหรับคนทั่วไป

ข้อด้อย :

    เนื้่อเรื่องดูจะเอื่อยๆไปสักนิด บางทีก็ใส่ฉากเซอร์วิสเข้ามาทั้งที่ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่โดยรวมก็ว่าเป็นอนิเมะที่ยังถือว่าดูได้สนุกดีละครับ อาหารก็วาดออกมาดูสมจริงน่ากินทีเดียวเลยอาจจะไม่เหมาะกับคนที่กำลังอดอาหารลดน้ำหนักอยู่ก็ได้ เดี๋ยวจะตบะแตกเอา

    โดยรวมก็เป็นอนิเมะแนวใสๆทำอาหารไปกินไปอร่อยจุงเบย ตัวละครก็น่ารักดี จะว่าเป็นแนวยูริก็คงจะได้เพราะไม่มีตัวละครชายเลย ถ้าไม่รวมฉากเซอร์วิสก็ถือว่าดูได้ทุกเพศทุกวัยละนะครับ ยังไงก็ลองหามาดูกันได้นะครับ


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->



 

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566

Anime No.17 : The Two Girls Met in the Ruins of Damaged Dream 白い砂のアクアトープ

สวัสดีครับ ท่ามกลางกระแสโลกร้อน(ตอนนี้ต้องเรียกโลกเดือดแล้วมั้ง) ภัยพิบัติสิ่งแวดล้อมที่เข้าขั้นวิกฤติแล้ว ไมโครพลาสติกที่เต็มท้องน้ำและท้องทะเล มันก็ทำให้นึกถึงบรรดาสัตว์น้ำพวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างหนอ อันนำมาสู่อนิเมะที่จะแนะนำเรื่องนี้ The Two Girls Met in the Ruins of Damaged Dream 白い砂のアクアトープ อควาโทปแห่งทรายขาว ชื่อยาวเหลือเกิน เรื่องราวจะเป็นยังไงมาลองดูกัน

Source : https://aquatope-anime.com/

Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ ฟูคะ มิยะซาว่า อดีตไอดอลที่ยอมทิ้งความฝันในเมืองใหญ่ ยกงานให้รุ่นน้องแล้วหนีไปเที่ยวพักใจที่โอกินาว่า ที่นั้นเธอได้พบกับท้องทะเลอันสวยงามและ คุคุรุ มิซะกิโนะ ผู้มาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ(ชั่วคราว)ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกามะกามะที่กำลังจะเจ๊ง ด้วยการที่ฟูคะได้เห็นภาพมายาอันงดงามที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงตัดสินใจเข้าทำงานเป็นพนักงานแบบเต็มตัว แม้จะมีความหวังอันน้อยนิดในการกอบกู้สถานการณ์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกามะกามะแต่คุคุรุก็ยังคงยืนกรานจะพยายามอย่างเต็มที่โดยได้ฟูคะมาคอยช่วยด้วยอีกแรงหนึ่งนั้นเอง


 


ความคิดเห็น :

    ต้องบอกว่าโดยรวมเป็นอนิเมะที่ภาพสวย เนื้อเรื่องดูสนุก ได้แง่คิดหลายอย่างทั้งการที่ไม่ยอมแพ้ การทำตามความฝัน ร่วมถึงแม้ว่าทุกอย่างจะไม่เป็นตามที่หวังแต่คนเราก็ยังสามารถหาเป้าหมายใหม่ๆเพื่อให้มีชีวิตที่มีความหมายต่อไปได้ นอกจากนี้คุณจะได้เห็นการทำงานเบื้องหลังของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันบ่อยนัก วิวทิวทัศน์ที่สวยงามของโอกินาว่า และยังมีความคิดเรื่องการอนุรักษ์ท้องทะเลและสิ่งแวดล้อมใส่ลงไปอีกด้วย

ข้อด้อย :

    สำหรับข้อด้อยก็อาจจะเป็นเรื่องที่มันเป็นแนวยูริแต่ก็ไปไม่สุดเท่าไร (ผมไม่ได้รังเกียจแนวหญิงรักหญิงอะไรหรอก แต่ถ้าคู่นางเอกAกะนางเอกB สุดท้ายไม่ได้สารภาพรักหรือแต่งงานกันมันก็เหมือนกับพล็อตคู่พระเอกนางเอกที่รู้สึกดีๆต่อกันตลอดเรื่องแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นนะแหละ มันเลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย) เรื่องนี้ก็เหมือนจะมีพระเอกแต่ก็ไม่มีบทอะไรนอกจากเป็นกระสอบทรายให้คุคุรุต่อยเล่นเท่านั้นเอง ช่วงครึ่งแรกตอนที่ทำงานที่กามะกามะจะมีเทพเจ้าเด็ก(ไม่แน่ใจว่าคือซีซ่าเทพเจ้าที่คนโอกินาว่านับถือหรือเปล่า)โพล่ออกมาบ่อยๆแต่พอครึ่งหลังที่ไปทำงานที่ทิงการ่าแล้วก็เหมือนจะหายไปเลย ก็งงๆอยู่ว่าไปเที่ยวเล่นที่อื่นอยู่หรือเปล่า อีกเรื่องก็คงเรื่องที่ไม่รู้ทำไมกินแต่มะระผัดไข่กันจนนึกไปว่าคนโอกินาว่าที่กินแต่มะระหรืออย่างไร เฮอๆ

    กล่าวโดยสรุป ผมค่อนข้างชอบอนิเมะแนวนี้อยู่พอสมควรเพราะมันจะสะท้อนถึงชีวิตการทำงานจริงๆของคนเรา ความสัมพันธ์ของผู้คนที่ชอบบ้างเกลียดบ้างมีเหตุผลต่างๆนาๆกันไป ในชีวิตคนเราบางทีเราก็สุขสมหวัง บางครั้งแม้เราจะพยายามเต็มที่แล้วมันก็ยังล้มเหลว แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของใคร ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันก็เป็นอนิจจังอย่างงี้นี่เองแหละ  ถ้ารับได้ชีวิตก็จะเบาสบายขึ้นละนะ

Official Anime Website -> https://aquatope-anime.com/


สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Anime No.9 : Mobile Suit Gundam: The Witch from Mercury 機動戦士ガンダム 水星の魔女

 สวัสดีครับ หลังจากที่รีวิวมาครอสไปสองภาคแล้วก็เลยคิดว่าจะรีวิวกันดัมดูบ้าง บอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นแฟนมาครอสมากกว่าก็เลยอาจจะไม่ได้อินกับกันดัมสักเท่าไร เรื่องกันดัมที่เคยดูแรกสุดเลยก็คงเป็นภาคแรกอามุโร่ตอนที่เขามาฉายช่องเจ็ด สมัยนั้นเด็กมากเลยดูไม่รู้เรื่องเท่าไร เลยวัยนั้นมาหน่อยก็เป็นกันดัมวิงที่มาฉายทางช่องเก้า ก็สนุกดีนะรู้สึกเหมือนดูสามก๊กเวอร์ชันโมบิลสูท(ผมว่ามันเป็นกันดัมเวอร์ชันบอยแบนด์ละนะ) หลังจากนั้นมากันดัมเรื่องล่าสุดที่ได้ดูก็คือภาค Mobile Suit Gundam: The Witch from Mercury 機動戦士ガンダム 水星の魔女 แม่มดจากดาวพุธนี่แหละครับ เรื่องราวจะเป็นยังไงมาดูกัน

source : https://gundam.fandom.com/wiki/Mobile_Suit_Gundam_the_Witch_from_Mercury

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

     ในปีอวกาศที่ AS101 มีการคิดค้นระบบGUNDซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อระหว่างสมองมนุษย์กับเครื่องจักรทำให้สามารถควบคุมโมบิลสุทได้มีประสิทธิภาพราวกับว่าเป็นอวัยวะของตัวเอง แต่ระบบนี้ทำให้ร่างกายนักบินได้รับภาระหนักส่งผลให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เลยมีการแบนและล่าสังหารกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองนี้อย่างโหดเหี้ยม

    ต่อมาในปีอวกาศที่ AS122 นักเรียนใหม่ ซูเล็ทต้า เมอร์คิวรี่ ก็ได้เดินทางมาจากดาวพุธพร้อมกันกันดัม Aerial(ซึ่งเธอก็บอกว่าไม่ใช่กันดัมนะจ๊ะ)เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเทคนิคอวกาศแอสติคาสเซีย ที่นั้นเองเธอได้พบกับ มิโอริเน่ เรมบราน ลูกสาวประธานเบเนริทกรุ๊ป กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี่อวกาศที่ผูกขาดการค้าแบบเบ็ดเสร็จ มิโอริเน่พยายามจะหนีจากกฎที่พ่อของเธอให้มีการดวลโมบิลสูทกัน ผู้ชนะคนสุดท้ายจะได้เป็นเจ้าบ่าวของมิโอริเน่ จับพลัดจับผลูซูเล็ตต้าก็สามารถชนะ กูเอล เจ๊ตเติร์ก แชมป์คนก่อนไปได้เลยทำให้ซูเล็ตต้าได้ตำแหน่งว่าที่เจ้าบ่าวของมิโอริเนไปครอง ซูเล็ตต้าจึงต้องพยายามรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้  

 



ความคิดเห็น:  

    ต้องบอกว่าตอนดูซีซันแรก ผมว่าเนื้อเรื่องสนุกมาก มีการใส่ความเป็นยูริ(จนได้รับฉายาว่า Space Yuriด้วยซ้ำไป) ภาพสวยเนื้อเรื่องก็เดินได้ไหลลื่นดี เพลงประกอบก็อลังการ แม้ตอนท้ายซีซันจะมีดราม่าตบมะเขือเทศแตกแดงฉานอยู่บ้างผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะผมรู้อยู่แล้วว่ากันดัมมันไม่ใช่การ์ตูนสำหรับเด็ก แต่พอดูซีซันสอง ผมรู้สึกว่ามันเหมือนหนังคนละม้วน เหมือนเปลี่ยนเป็นแนวดาร์กไปเลย แถมดูแล้วก็ยังงงๆกับเหตุผลของตัวละครว่าจะทำยังงั้นไปทำไมหว่า(หรือต้องทำขนาดนั้นเลยรึ) โดยเฉพาะ"คุณแม่(ลากเสียงยาว)"ที่ไม่รู้จะวางแผนให้มันซับซ้อนไปอะไรกันนักหนา ตกลงจะเป็นศัตรูกับใครกันแน่ละหว่า ? (ถ้าให้ดาวเฉพาะซีซันแรกผมคงให้สักสี่ห้าดาวแหละครับ แต่พอรวมกับซีซันสองที่มันมีจุดที่รู้สึก"อีหยังหว่า"เยอะไปหน่อยก็เลยขอลดดาวลงมาเหลือสามดวงละกันครับ)

ข้อด้อย : 

    ก็อย่างที่บอกว่าผมเป็นแฟนมาครอสมากกว่า ที่ผมไม่ค่อยชอบกันดัมเพราะเนื่อเรื่องมันไม่ค่อยมีอะไร ส่วนใหญ่พล็อตก็จะเป็นสงคราม การแก้แค้น คอรัปชัน ความเลื่อมล้ำ การหักหลัง(วัยรุ่นบ้าการเมืองสมัยนี้น่าจะชอบกันก็ได้นะ)แล้วก็เน้นที่ตัวกันดัมหรือโมบิลสูทมากกว่าเนื้อเรื่องด้วยซ้ำไป (ผมว่าเขาคงอยากจะขาย Gunpla ซะมากกว่าละนะ เลยออกภาคใหม่มาบ่อยเหลือเกิน) ภาคนี้ก็เหมือนกัน แม้จะใส่ความเป็นยูริ(หญิงรักหญิง)เข้ามาแต่ก็ไปไม่สุด เหมือนจะทำเป็นรักสามเศร้า(แบบมาครอส)ระหว่างมิโอริเน่ ซูเล็ตต้า แล้วก็กูเอล แต่ดูแล้วก็เดาออกแหละว่าเจ้าสาวจะเลือกใคร แถมโมบิลสูทที่ประทับใจก็มีแค่แอเรียลของซูเลทต้าตัวเดียวด้วย(ตัวอื่นๆเหมือนมาให้แอเรียลเชือดทิ้งเท่านั้นแหละ)จะให้นึกชื่อตัวอื่นๆให้ออกตอนนี้ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ(พลาโมเดลของตัวอื่นนี่จะขายได้หรือเปล่าหว่า?) ตอนท้ายๆก็ดันให้มีกัมดัมโพล่มาจากไหนไม่รู้อีกสองตัว ประมาณว่าบังเอิญบริษัททำเอาไว้ประดับสวนน่ะ เฮอๆ

    แน่นอนว่าสำหรับแฟนๆกันดัมยังไงก็คงจะชอบเรื่องนี้ละครับ เอาเป็นว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผมแล้วกัน อย่าโกรธอย่าดราม่ากันนะครับ สำหรับตัวละครที่ผมชอบกลับเป็นว่าผมชอบ กูเอล เจ๊ตเติร์ก มากกว่าครับ เพราะเรื่องที่เขาเจอนี่ก็โหดๆทั้งนั้น แต่เขากับลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งด้วยตัวของเขาเอง แถมยังเป็นคนที่เสียสละตอนท้ายๆเรื่องด้วย ผมว่าเขาเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่น่านับถือเลยทีเดียว (เทียบกับเรื่องที่สองสาวยูริเจอมันก็เลยเบเบ้ไปเลย ถ้าจะชอบอีกอย่างก็คงจะเป็นปรัชญานับนิ้ว"ถ้าหนีก็จะได้อย่างเดียว แต่ถ้าเดินหน้าก็จะได้สองอย่าง"ของคุณแม่ละนะ คงคิดได้ตอนที่ไปของเซลล์แหงๆ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ซื้อสองได้สี่ อะไรประมาณนั้น เฮอๆ )  

 

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์คำพูดของเฟย์ครับ ->