แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ action แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ action แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Anime No.101 : Granbelm グランベルム

 สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมารีวิวอนิเมะกันต่อหลังจากที่หยุดพักไปสักพักตอนที่รีวิวครบ 100 เรื่อง (จริงๆก็กำลังเบลอๆอยู่ไม่รู้จะรีวิวเรื่องไหนต่อดี) สำหรับวันนี้ก็บังเอิญนึกถึงอนิเมะเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้รีวิวไปขึ้นมาได้ นั่นก็คือเรื่อง Granbelm グランベルム เรื่องราวจะเป็นเช่นไรก็มาลองดูกันนะครับ


 

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

         ในสมัยโบราณกาลที่เวทย์มนต์เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่เพราะเหล่าพ่อมดแม่มดกลับใช้มันเพื่อสู้รับประหักประหารกัน จึงได้มีการผนึกพลังเวทย์มนต์เอาไว้ในอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Magiaconatus ส่งผลทำให้เวทย์มนต์ค่อยๆหายไปจากโลกแห่งความเป็นจริง จนมาถึงยุคปัจจุบันที่เหล่าตระกูลนักเวทย์ที่ยังหลงเหลืออยู่จะมาแข่งขันในรายการ Granbelm ที่จะใช้สาวน้อยเวทย์มนต์มาคอยบังคับหุ่นยนต์ยักษ์ที่ชื่อ Amanox มาต่อสู้กันจนกว่าจะได้ผู้ชนะที่จะสามารถครอบครอง Magiaconatus เพื่อใช้พลังเวทมนต์ที่บรรจุอยู่ในนั่นทำหรือสร้างอะไรก็ได้ตามแต่ปรารถนา โคฮินาตะ มังเกซึ สาวน้อยคนธรรมดาที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับการต่อสู้ของเหล่าสาวน้อยเวทย์มนต์เลยแต่กลับต้องเขามาพัวพันกับการประลองด้วย โดยเธอได้ ฟุคามิ เอเนสต้า ชินเกซึ สาวน้อยเวทย์มนต์ที่กลับมาจากเยอร์มันช่วยเหลือไว้และสอนให้เธอต่อสู้ในศึก Granbelm ด้วย เรื่องราวการต่อสู้ของพวกเธอจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง 

 

ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวเอาสาวน้อยเวทย์มนต์มาผสมกับหุ่นยนต์รบ (จริงๆเหมือนเป็นหุ่นเชิดมากกว่า) มีการประลองกันแบบ Battle Royale ด้วย ส่วนตัวหุ่นยนต์ Amanox นี่ก็ดีไซน์คล้ายๆหุ่นยนต์จากเรื่องวาตารุ (Mashin Hero Wataru) สำหรับเนื้อเรื่องก็ว่าสนุกดีนะ ตัวละครแต่ละตัวก็มีดราม่ามีปมเป็นของตัวเองด้วย งานภาพก็ค่อนข้างสวยดี  เพลงเปิดเร้าใจเพลงปิดก็ให้บรรยากาศเหงาๆเศร้าๆดีเหมือนกัน

ข้อด้อย:

    เวลาเข้าฉากต่อสู้ในมิติเวทย์มนต์มันดูจะมืดๆไปหน่อย ก็เลยอาจจะไม่สังเกตุเห็นลายละเอียดบางอย่างเวลาต่อสู้กัน สำหรับคนที่คิดว่าจะมาดูอนิเมะสาวน้อยเวทมนต์แนวใสๆ ฮาๆ ก็ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้คงใม่ใช่แนวละครับ มันออกจะดราม่ากันซะเยอะเลยมากกว่า แถมหักมุมตอนจบด้วย บางคนที่รับไม่ได้ก็อาจจะช๊อคไปเลยก็เป็นได้ (ไม่สปอยล์แต่เตือนไว้ก่อนละกัน)

     กล่าวโดยสรุป สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ก็ว่าน่าจะดูได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กละนะครับ (ไม่ได้มีฉากติดเรทอะไรแต่ตัวเนื้อเรื่องอาจจะหนักๆหน่อย ดูๆไปอาจจะรู้สึกเหงาๆเศร้าๆนิดนึง) ภาพรวมถือว่าเป็นอนิเมะที่สนุกดีครับ ใครสนใจก็ลองหามารับชมได้นะครับ (ออกมา 13 ตอนจบครับผม) 

  

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

Anime No.85 : Full Metal Panic ! フルメタル・パニック!

 สวัสดีครับ สำหรับเรื่องที่จะรีวิวในวันนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนชาวต่างชาติเคยแนะนำให้ดูเมื่อนานมาแล้ว มันแปลกตรงที่ว่าไอ้เพื่อนคนนี้นี่ไม่รู้จักการ์ตูนดังๆหลักๆอย่างดราก้อนบอล คนเก่งฟ้าประทาน โดราเอม่อน แต่ดันรู้จักเรื่องนี้ซะงั้น(อาจจะเพราะต่างประเทศไม่ได้ฉายการ์ตูนเหมือนไทยละนะ) ผมเองพึ่งนึกออกก็เลยลองหามาดูช่วงนี้แหละ เรื่องที่ว่าก็คือ Full Metal Panic ! フルメタル・パニック! มาลองรีวิวกันนะครับ


 

Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ จิโดริ คานาเมะ  สาวน้อยมัธยมโรงเรียนจินไดที่ถูกผู้ก่อการร้ายหวังจะลักพาตัว หน่วยมิทริลผู้พิทักษ์ความสงบของโลกจึงส่งทหารรับจ้าง เมลิซ่า เมา  หัวหน้าหน่วย ครูซ เวบเบอร์ มือแม่นปืน และ โซซุเกะ ซาฮาระ หน่วยกล้าตายซึ่งอายุใกล้ๆกับจิโดริ จึงทำหน้าที่แฝงตัวเข้าไปคอยอารักขาเธอโดยไม่ให้รู้ตัว แต่เพราะโซซุเกะไม่เคยใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาเลยมักจะทำอะไรที่เกินเลยไปหน่อยจนทำให้จิโดริต้องปวดหัวอยู่เป็นประจำ

 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ็คชันไซไฟผสมกับแนวรอมคอม มีการใช้ AS (Arm Slave) หุ่นยนต์ที่ขับมาสู้กันได้อารมณ์เหมือนกันดัม บรรยากาศในเรื่องก็จะคล้ายกับโลกปัจจุบันที่สงครามเย็นยังคงดำเนินอยู่ ในเรื่องมีผู้ก่อการร้าย องค์กรทางทหารและการเมืองระหว่างประเทศอะไรหลายๆอย่างที่ให้ความสมจริงและมีมิติ ส่วนของมุกรอมคอมก็ว่าขำๆดีละนะ เขาคงจะใส่มาให้ตัดอารมณ์ไม่ให้เครียดเกินไปนะแหละ ส่วนตัวผมให้คะแนนของส่วนไซไฟส่วนของแม็คคานิกส์เยอะกว่าละนะ ถือว่าทำได้ดีทีเดียว 


 

ข้อด้อย:

    ต้องบอกก่อนว่าภาคแรกเนี่ยเป็นแนวแอ็คชัน แต่พอภาคสองกลายเป็นแนวรอมคอมตลกโป๊กฮาล้วนๆเลย ภาคสามภาคสี่ถึงกลับเป็นแอ็คชันดร่ามา(สปอลย์นิดหน่อย ภาคสี่นี่มีมาไทยด้วยนะ แถมยังเอาเรื่องจริงของตำรวจไทยไปเล่นซะอีก เฮอๆ) ตัวเนื้อเรื่องอาจจะเป็นประเภทเจ้าหญิงโดนลักพาตัวแล้วเจ้าชายต้องตามไปช่วยอยู่มากเกินไปซะหน่อย ฉากแอ็คชันทำได้ดีแต่ก็อาจจะโหดไปสำหรับเด็กๆด้วยละนะ

    กล่าวโดยสรุป ใครที่ชอบแนวไซไฟหุ่นยนต์รบแบบสมจริงหน่อย หรืออนิเมะแนวแอ็คชันยุค 90 ที่สมจริงสมจังหน่อยเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องที่คุณน่าจะชอบได้ไม่ยาก ลองหามารับชมได้นะครับ แถมท้ายอีกนิดหนึ่ง มันจะตัวมาสคอตโมฟุ(モッフル)ที่อยู่ในเรื่องนี้แล้วมันก็ไปโผล่ในเรื่อง Amagi Brilliant Park ด้วย เพราะว่าสตูดิโอที่ทำอนิเมะนี่คือเกียวอนิ Kyoto Animation Studio เจ้าเดียวกันนั่นแหละครับ (ณ.วันที่เขียนบล็อกนี่เรื่องนี้ออกมาสี่ภาค ภาคห้าไม่ทราบว่ามาเมื่อไรแต่ดูเหมือนจะมีภาคสปินออฟมาก่อนนะครับ)

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Anime No.81 : The Rising of the Shield Hero 盾の勇者の成り上がり

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็มีข่าวดังพระเฒ่าโดนหญิงแบล็กเมล์ไถ่ตังค์วัดไปเล่นพนันออนไลน์จนต้องเข้าคุก พูดถึงผู้ชายที่โดนผู้หญิงทรยศหักหลังแล้วก็นึกถึงอนิเมะเรื่องหนึ่งที่ได้ดูไป นั่นก็คือเรื่อง The Rising of the Shield Hero 盾の勇者の成り上がり (ชื่อภาษาไทย ผู้กล้าโล่ผงาด) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ นาโอฟุมิ อิวาตานิ ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นทั่วๆไปที่จู่ๆก็โดนอัญเชิญไปยังต่างโลกในฐานะของผู้กล้าพร้อมกับชายอีกสามคน ทั่งสี่คือสี่ผู้กล้าในตำนาน ผู้กล้าหอก ผู้กล้าดาบ ผู้กล้าธนู และนาโอฟุมิเป็นผู้กล้าโล่ ทั่้งสี่คนได้รับการไหว้วานให้มารับมารับมือกับมหันตภัยที่เรียกว่า"คลื่น" ที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกแห่งนี้ แต่เพราะนาโอฟุมิเป็นผู้กล้าโล่ที่เอาไว้ป้องกันอย่างเดียวไม่สามารถโจมตีใครได้ทำให้ไม่มีใครอยากเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยนอกจากเจ้าหญิงของอาณาจักรเพียงคนเดียว ไมน์ ได้เข้ามาให้คำแนะนำกับนาโอฟุมิเป็นอย่างดี แต่จู่ๆวันหนึ่งหลังจากที่เขาตื่นขึ้นกลับพบว่าอุปกรณ์และเงินทองของเขากลับถูกไมน์ขโมยไป แถมยังถูกใส่ความว่าทำมิดีมิร้ายไมน์อีกต่างหาก นาโอฟุมิจึงถูกอัปเปหิให้ไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง ด้วยข่าวคาวที่แพร่สะพัดออกไปทำให้ไม่มีใครอยากคบหากับนาโอฟูมิอีกต่อไป ด้วยความสิ้นหวังนาโอฟูมิจึงต้องไปซื้อทาสเพื่อให้มาเป็นคนในปาร์ตี้ของเขา และนั่นเองที่เขาได้พบกับ ราฟทาเลีย เด็กสาวครึ่งมนุษย์ครึ่งทานุกิที่ถูกจับมาเป็นทาส ทั้งคู่จึงต้องออกเดินทางพจญภัยในโลกอันโหดร้ายเช่นนี้นี่เอง 

 


ความคิดเห็น:

     เรื่องนี้ก็เป็นแนวไปต่างโลกในเกม(คล้ายๆกับเรื่อง SAO แต่เป็นโลกคู่ขนานไม่ใช่เกมซะทีเดียวละนะ) ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นต้นแบบสำหรับแนวไปต่างโลกประเภทที่พระเอกโดนทรยศหรือโดนขับจากปาร์ตี้นี่แหละ ตัวเนื้อเรื่องก็สนุกดีครับ คนที่ชอบแนวพจญภัยไปต่างโลกก็น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยากนะแหละนะ ตัวผมเองชอบตัวละครราฟทาเลียเป็นพิเศษด้วยละนะครับ เรื่องงานภาพก็สวยงาม ฉากต่อสู้ใช้เวทมนต์ก็อลังการ เพลงปิดเปิดก็ไพเราะเข้ากับเนื้อเรื่องด้วยครับ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมันเป็นแนวไปต่างโลกอาจจะมีพล็อตบางอย่างที่ดูซ้ำๆกับเรื่องอื่นๆอยู่บ้าง แล้วมันก็อิงระบบในเกมออนไลน์ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมประเภทนี้พอมาดูแล้วก็จะงงๆ อยู่บ้าง อีกอย่างคือพอเนื้อเรื่องมันดำเนินไป ตัวละครมันก็เยอะขึ้นเรื่องๆ จนพอมาดูภาคหลังๆแล้วก็เกิดอาการลืมว่าไอ้ตัวนี้มันมายังไงแล้วหว่า 

    กล่าวสรุป เรื่องผู้กล้าโล่ผงาดนี้ก็เป็นแนวไปต่างโลกที่ดูได้สนุกสนานดีครับ ได้ข้อคิดอยู่พอสมควร(อย่างน้อยก็เรื่องการอย่าไปไว้ใจใครง่ายๆอะนะ) ณ.ตอนที่เขียนมีสามซีซันแล้วก็จะมีภาคสี่ออกมาในเร็วๆนี้ด้วยครับ (ผมชอบซีซันหนึ่งมากที่สุดนะ ซีซันสองดูจะเรื่องเยอะไปนิด ซีซันสามก็ดูโอเคอยู่) สนใจยังไงก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ สติกเกอร์ไลน์ "นาย A" จากมังงะเรื่อง Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

 

  

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Anime No.80 : Sword Art Online ソードアート・オンライン

 สวัสดีครับ พูดถึงกระแส AI ที่กำลังมาแรง จนใครหลายๆคนก็กังวัลกันว่าสักวันมันจะครองโลกทำคนตกงานกันหรือเปล่า ผมว่ามันก็ไม่แน่หรอกนาย เอาเป็นว่าวันนี้เรามาดูอนิเมะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และเมตาเวิร์สกันบ้างดีกว่า นั่นก็คือเรื่อง Sword Art Online ソードアート・オンライン (เรียกย่อๆว่า SAO) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี 2022 เมื่อมีการเปิดตัวเกมสวมบทบาทออนไลน์เสมือนจริง(VRMMORPG)ชื่อ Sword Art Online ซึ่งผู้เล่นจะสวมอุปกรณ์ที่เรียกว่าเนิร์ฟเกียร์ NerveGear และจะสามารถเข้าสู่เกมได้โดยใช้ความรู้สึกนึกคิดในการควบคุมตัวละคร ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ในการเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการ มีผู้เล่นเกือบ 10000 คนล็อกอินเข้าเกม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ คายาบะ อากิฮิโกะ ผู้สร้างเกมและเนิร์ฟเกียร์จะโพล่ออกมาในเกมและบอกว่าต่อจากนี้ผู้เล่นทุกคนจะล็อกเอ้าท์ออกจากเกมไม่ได้ และจะต้องเอาชนะบอสที่อยู่ชั้นที่100ของหอคอยไอคราดถึงจะออกจากเกมได้และถ้าหากผู้เล่นคนไหนเกิดตายในเกม ในชีวิตจริงก็จะถูกคลื่นไมโครเวฟจากเนิร์ฟเกียร์ทำลายสมองตายไปด้วยเช่นกัน ท่ามกลางความโกลาหล ผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ"คิริโตะ"ซึ่งเคยเป็นผู้เล่นทดสอบระบบเกมก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวหาทางรอดจากเกมมรณะนี้ไห้ได้นั่นเอง



ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นอนิเมะแนวไซไฟแนวพจญภัย(หรือจะว่าเป็นแนวไปต่างโลกในเกมก็ว่าได้) ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะดังทีเดียว ผมคิดว่ามาร์คซักเกอร์เบิร์กเองอาจจะได้ดูเรื่องนี้แล้วก็ได้แรงบันดาลใจอยากจะพลักดันเรื่อง Metaverse ให้เป็นจริงก็ได้ (แต่มันก็แป้กละนะ เพราะเทคโนโลยีมันยังไม่ถึงน่ะแหละ) โดนส่วนตัวผมชอบไอเดียเรื่องระบบ VR ในเรื่องรวมถึง AI ที่จะมีการกล่าวถึงในภาค Alicization ซึ่งค่อนข้างจะเป็นไอเดียที่ตรงกับ AI ในโลกความเป็นจริงของเราอยู่พอสมควร ไม่แน่ว่าสักวัน ChatGPT ก็อาจจะกลายเป็นเหมือน AI ในเรื่องก็เป็นได้ สำหรับเรื่องงานภาพก็ถือได้ว่าสวยงามดี ฉากแอ็คชันก็อลังการ เพลงเปิดปิดก็ไพเราะแล้วก็ดังพอๆกับตัวอนิเมะละนะ

ข้อด้อย :

    ปัญหาน่าจะอยู่ที่การเดินเรื่องที่บางทีรู้สึกเหมือนคนเขียนบทขี้เกียจเขียนต่อก็หักมุมให้เรื่องมันคลี่คลายไปอีกทางซะงั้น แถมพอเรื่องดำเนินไปก็กลายเป็นอนิเมะแนวฮาเร็มซะอีก เพราะมีแต่ตัวละครหญิงโผล่มาติดพันคิริโตะเยอะแยะเต็มไปหมด (ในชีวิตจริงมันจะมีผู้หญิงที่ไหนมาเล่นเกมเยอะแยะอะไรขนาดนั่นเชียว) สงสารก็แต่นางเอกที่นอกจากบทบาทจะจางลงๆ ก็ยังมักจะโดนลวนลามเป็นฉากเซอร์วิสคนดูซะงั้น(ซึ่่งก็ไม่เห็นจะจำเป็นขนาดนั้นละนะ) 

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวไซไฟแฟนตาซีที่ผสมเกมออนไลน์ เมตาเวิร์ส และAIเข้าไปได้อย่างลงตัว ส่วนตัวผมคิดว่าด้วยความดังของเรื่องSAOนี่แหละที่ทำให้เกิดกระแสอนิเมะแนว"ต่างโลก" 異世界 มันบูมขึ้นมาในระยะหลังๆ (ก็ว่าเลียนแบบ SAO กันนี่แหละ ถ้าตัวเอกเรื่องไหนใส่ชุดสีดำถือดาบใหญ่ๆนี่มันก็คือโคลนของคิริโตะละนะ เฮอๆ ) ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ก็อาจจะมีเรื่องของการติดเกมมากเกินไป หรือการแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือเกมอันไหนคือโลกจริงๆ ซึ่งก็เป็นปัญหาของเด็กยุคนี้ด้วยละนะ สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ก็ออกมาหลายภาค มีภาคแยกนู้นนั่นนี่เต็มไปหมด ผมเองก็หามาดูได้ไม่หมดหรอกครับ ถ้าสนใจยังไงก็ลองหามาดูกันได้นะครับ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Anime No.77 : Trigun Stampede トライガン・スタンピード

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็ว่างเว้นจากการแนะนำอนิเมะแนวไซไฟไปพอสมควร(หลังๆมันก็มีแต่แนวไปต่างโลกกับแนวรอมคอมอะนะ) วันนี้ก็เลยไปลองหาอนิเมะแนวไซไฟที่อยากจะแนะนำมารีวิวกัน ก็เลยได้มาเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ Trigun Stampede トライガン・スタンピード เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของนักข่าวรุ่นพี่ โรเบิร์ต เดอ เนโร กับนักข่าวสาวรุ่นน้องจอมเหวี่ยง เมริล สเตริฟ ที่เผอิญดวงซวยไปเจอกับ วาซ เดอะ สแตมพีค มือปืนระดับพระกาฬผู้มีค่าหัวถึง 6 หมื่นล้านดับเบิลดอลล่า ทุกๆที่ที่เขาไปจะต้องเจอกับหายนะจนได้รับฉายาว่า Humanoid Typhoon (มนุษย์หายนะระดับไต้ฟุ่น) หลังผ่านเหตุการณ์ต่างๆในที่สุดทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปที่ต่างๆด้วยกันพร้อมกันต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักล่าที่ต้องการค่าหัวของวาชไปด้วยนั่นเอง

 




ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวไซไฟแอคชันที่รีเมคมาจากอนิเมะไตรกันซึ่งโด่งดังมากในยุคประมาณปี 2000 (ผมเองก็เคยดูแล้วก็มีมังงะครบด้วยแหละ) ตัวเนื้อเรื่องก็อาจจะไม่เหมือนต้นฉบับซะทีเดียวแต่ก็ยังเดินตามโครงเรื่องเดิมอยู่ละนะ พูดถึงตัวคุณภาพของอนิเมะแล้วต้องบอกว่าสุดยอดมากเพราะเป็นอนิเมะแบบ 3D ตูนเชดที่เคลื่อนไหวได้เนียนตาระดับที่เรียกได้ว่าดีกว่าภาพยนต์3Dของทางฝั่งฮอลลิวูดดังๆหลายเรื่องด้วยซ้ำ ฉากแอ๊คชันก็ทำได้ดีทีเดียว เรียกว่าคนที่เคยดูไตรกันฉบับดังเดิมมาดูแล้วก็คงไม่ผิดหวังละนะ


 

ข้อด้อย:

     สำหรับข้อด้อยก็คงเป็นรายละเอียดบางอย่างที่มันขาดหายไปพอสมควร เพราะอนิเมะฉบับดังเดิมนี่มีหลายตอนก็เลยมีรายละเอียดอะไรใส่มาได้เยอะ แต่พอรีเมค(อาจจะเพราะงบทำอนิเมะสมัยนี้มันไม่ได้เยอะเหมือนเมื่อก่อน)จำนวนตอนก็เลยเหลือน้อยลง ตัวละครเอย รายละเอียดบางอย่างก็พลอยโดนลดหายไปด้วยโดยปริยายละนะ (อีกอย่างที่ขัดใจคือทรงผมไม้กวาดหัวตั้งของวาชมันก็ดันเป็นทรงนกหัวจุกเปียกน้ำไปแทนอะนะ) 

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้คงเหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวแอ็คชันไซไฟ คนที่เคยดูไตรกันมาแล้วก็กลับมาดูได้ไม่มีปัญหา สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมนี่คนที่จะดูน่าจะฟังภาษาญี่ปุ่นออกสักหน่อยเพราะทีมพากย์ค่อนข้างจะพากย์เร็วแล้วก็ซับซ้อน(อารมณ์เหมือนอนิเมชันพิกซ่าเลยนะแหละ) ถ้าคุณมัวแต่อ่านซับนี่จะไม่ทันได้ดูภาพแน่ๆ นอกนั้นก็ดีหมดละครับ ลองหามารับชมกันได้ (ภาคจบจะมาประมาณปีหน้านะครับ )

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568

Anime No.75 : Spy x Family スパイファミリー

 สวัสดีครับ หลังเทศกาลสงกรานต์ก็ได้ไปพบปะญาติมิตรตามประเพณีอันดีงามของเรา พูดถึงวันสงกรานต์ก็มีวันครอบครัว พูดถึงวันครอบครัวก็นึกถึงคำว่าแฟมิลี่ พูดถึงคำว่าแฟมิลี่ก็นึกถึงเรื่อง Fast & Furious เอ้ย !! ม่ายช่าย ต้องนึกถึงเรื่อง Spy x Family สิครับ ว่าแล้วก็มารีวิวเรื่องนี้กันดีกว่า



Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นในบรรยากาศสงครามเย็นระหว่างประเทศเวสทาลิสกับออสทาเนีย สนธยา สายลับพันหน้าของเวสทาเนีย ได้รับภารกิจให้ตีสนิทกับครอบครัวตระกูลเดสมอนด์เพื่อสืบหาแผนการชั่วร้ายของ โดโนแวน เดสมอนด์ ผู้นำตระกูลที่เข้าถึงตัวได้ยากมาก บังเอิญที่ เดเมียน เดสมอนด์ ลูกชายคนรองของโดโนแวนจะเข้าเรียนระดับประถมที่โรงเรียนอีเดนอันมีชื่อเสียง ทางหน่วยงานของสนธยาจึงวางแผนโอเปเรชันสตริกขึ้นมาโดยให้สนธยาปลอมตัวเป็นคุณหมอจิตแพทย์ใช้ชื่อว่า ลอยด์ ฟอเจอร์ โดยสนธยาก็ได้ไปรับเลี้ยงเด็กกำพร้าคนหนึ่งชื่อว่า อาเนีย เพื่อจะให้เข้าเรียนที่เดียวกับเดเมี่ยน โดยที่ไม่รู้เลยว่าอาเนียเป็นเอสเปอร์ผู้มีความสามารถในการอ่านใจคนได้ แล้วสนธยาก็ได้แต่งงานกันปลอมๆกับคุณ ยอร์ สาวออฟฟิคที่ทำงานที่ศาลากลางซึ่งจริงๆแล้วมีอาชีพหลักเป็นสาวนักฆ่าฉายาเจ้าหญิงหนาม แผนการครอบครัวจอมปลอมจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง

 


ความคิดเห็น :

    เรื่องนี้ก็เป็นอนิเมะแนวครอบครัวที่ผสมด้วยความตลกขบขัน เนื้อเรื่องดำเนินไปในพื้นหลังของสงครามเย็นในยุโรปซึ่งก็น่าจะเอามาจากสมัยเยอรมันแยกเป็นสองประเทศทัั้งเยอรมันตะวันออกและตะวันตกนะแหละ แม้จะเป็นอนิเมะแนวตลกแต่จริงๆเขาก็ใส่เนื้อหาที่ค่องข้างจะจริงจังเข้ามาด้วย ทั้งพิษภัยจากสงคราม ความสำคัญของครอบครัว การให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูเด็กๆ ผมเองคิดว่าการที่เขาให้อาเนียสามารถอ่านใจคนได้เนี่ยมันก็เหมือนการบอกเป็นนัยๆ ว่าพวกผู้ใหญ่ไม่ควรจะคิดว่าเด็กๆไม่รู้เรื่องอะไรหรอกจะทำอะไรก็ได้ เพราะจริงๆแล้วเด็กๆเขาก็รู้หมดนั่นแหละว่าพ่อแม่คิดอะไรยังไง เพียงแต่เขาอาจจะไม่พูดออกมาก็เท่านั้นเอง หรือการให้คนที่มารับบทแม่ปลอมๆอย่างยอร์นั้นมีความแข็งแกร่งเสียเหลือเกินก็อาจจะเป็นการบอกเป็นนัยๆว่าคุณแม่ของพวกเรานั้นแข็งแกร่งโหดเหี้ยมอำมหิตเหมือนยอร์นี่แหละ (อย่าได้คิดเถียงคุณแม่เป็นอันขาด เฮอๆ) 

ข้อด้อย:

    เรื่องนี่้ก็ไม่ค่อยมีข้อด้อยอะไรเท่าไหร่หรอกครับ อาจจะมีที่พล๊อตเรื่องบางอย่างมันดูไม่สมจริงเท่าไร เช่น ทำไมคนถึงไม่รู้ว่ายอร์เป็นนักฆ่าทั้งที่ออกจะผิดมนุษย์มะนาอยู่พอสมควร หรือลอยด์ที่เก่งไปทุกอย่างขับเครื่องบินได้บ้างละถูกเห็นว่าคว่ำตัวร้ายได้ง่ายๆบ้างละ สุดท้ายก็มักจะอ้างว่าเคยทำงานพิเศษนู้นนั่นนี่แล้วความก็ไม่แตกอะนะ แต่เพราะมันเป็นแนวตลกก็เลยหยวนๆไปละนะครับ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นอนิเมะแนวครอบครัวที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย มีความตลกขบขันและความประทับใจได้ข้อคิดอยุ่ในเนื้อเรื่องด้วย งานภาพสวยดนตรีประกอบก็ดีเยี่ยม เป็นอนิเมะอีกเรื่องที่แนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ (ณ.ตอนที่เขียนบล็อกตอนนี้ออกมา 2 ซีซันและมีภาคหนังใหญ่แล้ว ซีซันสามก็คงจะออกฉายเร็วๆนี้ครับ) 

ส่งท้ายขายของครับ สติกเกอร์ไลน์บัวคำแม่หญิงล้านนา(จากเรื่อง ตำนานแมงสี่หูห้าตาฉบับนวนิยาย) ->

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568

Anime No.73 : Hakuoki 薄桜鬼

 สวัสดีครับ หลังจากต้นเดือนกุมภาพันธ์ผมได้ไปตามรอยท่านรองปีศาจแห่งชินเซนกุมิคุณฮิจิกาตะโทชิโซกันถึงฮาโกดาเตะแล้ว พอกลับมาผมก็เลยอยากจะหาอนิเมะที่ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มชินเซนกุมิมาดูบ้าง(นอกจากเรื่องกินทามะกับโกลเด้นคามุย) ก็บังเอิญไปเจอเรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่องที่จะมารีวิวในวันนี้ Hakuoki 薄桜鬼 (ชื่อภาษาไทย บุปผาซามูไร) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ



Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของสาวน้อย จิซุรุ ยูคิมูระ ที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายออกตามหาพ่อที่ขาดการติดต่อไปจนถึงเมืองเกียวโตและถูกกลุ่มคนประหลาดไล่ล่าแต่ก็ได้ถูกกลุ่มชินเซ็นกุมิช่วยเหลือไว้ เพราะจิซุรุได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเห็นไปซะแล้วทำให้ โทชิโซ ฮิจิกาตะ รองหัวหน้าของหน่วยชินเซ็นกุมิตัดสินใจที่จะขังเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน จิซุรุจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในฐานของหน่วยชินเซ็นกุมิและได้ทำความรู้จักกับสมาชิกของหน่วยไปด้วยนั่นเอง

 

 

ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นอนิเมะที่สร้างมาจากเกมจีบหนุ่มที่เดินเรื่องราวตามประวัติศาสตร์จริงๆของหน่วยชินเซ็นกุมิตั้งแต่ยุครุ่งเรืองไปจนถึงการล้มสลายของกลุ่ม มีการใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไปบ้างแหละแต่ก็คงเพื่อความบันเทิงละนะ เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องหลักๆก็จะทำตามเหตุการณ์จริงๆที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าดูแล้วก็จะรู้จักหน่วยชินเซนกุมิได้ดีขึ้นเลยทีเดียว ตัวภาพสวยงามตามสไตล์การ์ตูนเด็กผู้หญิง(พระเอกหล่อตัวประกอบก็หล่อกันหมด) เพลงประกอบเปิดปิดก็ไพเราะเข้ากับเนื้อเรื่องดีทีเดียว


ข้อด้อย:

    เนื่องจากมันเป็นอนิเมะที่สร้างจากเกมจีบหนุ่ม ตัวละครหนุ่มๆเกือบทุกตัวก็หล่อกันหมด แถมมันก็มีบทที่สำหรับผู้ชาย(ตาลุงอย่างผม)ดูแล้วก็เลี้ยนๆหน่อยแหละ แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงดูก็คงฟินๆชอบๆกันละนะ นอกนั้นก็คงเป็นที่บทนางเอกมันดูน้อยๆไปหน่อย ถ้ามีบทบาทมากก็นี้หน่อยก็คงจะดี

    กล่าวโดยสรุป อนิเมะเรื่องนี้ก็เป็นแนวอิงประวัติศาสตร์มีการใส่ความแฟนตาซีเข้าไปบ้างเพื่อความบันเทิง ใครที่หาเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยชินเซนกุมิ เรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว(ดูแล้วระวังจะเสียน้ำตาให้คุณฮิจิกาตะนะบอกไว้ก่อนเลย) แนะนำให้ลองหามารับชมกันนะครับ (มี3ภาค+OVAนะครับ)

ส่งท้ายขายของอีกเช่นเคย ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย ->

Thumbnail Seller Link
4 Ears 5 Eyes Monster Tale ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย
Ataya P
www.mebmarket.com
จากตำนานเล่าขานแมงสี่หูห้าตาของชาวล้านนา สู่เรื่องราวในฉบับนวนิยายที่เรียบเรียงใหม่ให้มีความสมจริง สนุกสนาน อ่านได้สนุกทุกเพศทุกวัย เชิญลองมาอ่านกันเน...
Get it now

ซื้อที่กูเกิลบุ๊ค -> ตรงนี้ <-


 

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568

Anime No.72 : Dan Da Dan ダンダダン

 สวัสดีครับ วันนี้ก็จะมารีวิวอนิเมะชื่อดังอีกเรื่องหนึ่งของปีที่แล้ว(2024)ที่ผมพึ่งจะมีเวลามาดูเอาปีนี้ เฮอๆ นั่นก็คือเรื่อง Dan Dan Dan ダンダダン เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โมโมะ อายาเซะ สาวเกล ม.ปลายที่บ้านเป็นศาลเจ้ามีคุณยายเป็นหมอผี เธอได้พบกับ เคน ทาคาคุระ เดิกเนิร์ดที่คลั่งไคล้เรื่องจานบินมนุษย์ต่างดาวก็เลยไม่มีเพื่อนสักคน เมื่อโมโมะเชื่อเรื่องผีสางแต่ไม่เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาว ส่วนเคนก็เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงแต่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง ทั้งคู่ก็เลยท้าทายกันไปลองของกัน คืนนั่นเองเคนก็ได้เจอกับ ผียายแก่เทอร์โบ แล้วก็โดนสาป ส่วนโมโมะก็เจอกับ มนุษย์ดาวเซอร์โป ที่กำลังจะขโมยมดลูกของเธอ แต่กลับทำให้พลังจิตของโมโมะตื่นขึ้นแทน เมื่อทั้งคู่หนีออกมาจากสถานการณ์อันแปลกประหลาดได้ โมโมะก็เลยต้องหาทางถอนคำสาปผียายแก่เทอร์โบให้กับเคนแล้วก็ยังต้องหนีการตามล่าของเหล่ามนุษย์ต่างดาวไปด้วยนั่นเอง



 

 

ความคิดเห็น:

     เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ็คชันแนวโชวเน็นนะแหละ เนื้อเรื่องก็ว่าสนุกดีเดินเรื่องได้รวดเร็วกระชับฉับไวไม่ได้ยืดเยื้ออะไร จริงๆจะว่ามันเป็นแนวรักโรแมนติกแบบวัยรุ่นวุ่นรักก็ว่าได้ละนะ(คู่ของเคนกับโมโมะน่ะแหละ) งานภาพจัดว่าสวยดี ฉากแอ๊คชันจัดว่าทำได้แหวกแนวกว่าเรื่องอื่นๆ มีอ้างอิงจากตำนานเมืองเรื่องภูติผีต่างๆในชีวิตจริง รวมถึงมนุษย์ต่างดาวและเรื่องอย่างอุลตร้าแมนด้วย(คนรุ่นใหม่เจนแซดเจนแอลฝ่าอาจจะไม่ทันก็ได้) คนชอบเรื่องแนวๆนี้ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ละนะครับ


 

ข้อด้อย:

     เนื่องจากเรื่องนี้น่าจะเน้นกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า บางทีมุกที่เล่นคนแก่ดูก็ไม่ค่อยจะเก็ทเท่าไร(ร่วมถึงฉากที่ล้อดาราญี่ปุ่นอะไรแบบนั้นซึ่งคนต่างชาติดูก็งงแหละว่ามันพูดถึงเป็นใครอยู่) ฉากแอ็คชันแม้จะทำออกมาได้ดีแต่บางทีก็ไวจัดจนดูไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมว่าวัยรุ่นก็คงจะชอบเรื่องนี้แหละแต่คนแก่ๆหน่อย(อย่างผม)ดูแล้วก็คงตามเนื้อเรื่องได้ลำบากหน่อยละ 

     กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ๊คชันที่ผสมความตลกสลับตัดอารมณ์กับดราม่าได้อย่างลงตัว วัยรุ่นน่าจะดูแล้วชอบมากกว่าคนมีอายุละนะ ตอนที่เขียนนี่ออกมาหนึ่งซีซันแล้วซีซันสองก็กำลังจะออกมาในเร็วๆนี้ ใครสนใจยังไงก็ลองหามาดูกันได้นะครับ

ส่งท้ายขายของอีกเช่นเคย ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย ->

Thumbnail Seller Link
4 Ears 5 Eyes Monster Tale ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย
Ataya P
www.mebmarket.com
จากตำนานเล่าขานแมงสี่หูห้าตาของชาวล้านนา สู่เรื่องราวในฉบับนวนิยายที่เรียบเรียงใหม่ให้มีความสมจริง สนุกสนาน อ่านได้สนุกทุกเพศทุกวัย เชิญลองมาอ่านกันเน...
Get it now

ซื้อที่กูเกิลบุ๊ค -> ตรงนี้ <-


 

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

Anime No.69 : Golden Kamuy ゴールデンカムイ

 สวัสดีครับ ตอนที่เขียนบล็อกนี้ก็กำลังจะไปเที่ยวงาน Sapporo Snow Festival 2025 ที่ฮอกไกโดกับครอบครัว ว่าแล้วก็เลยมารีวิวอนิเมะที่ดำเนินเรื่องที่ฮอกไกโดแบบแทบจะทั้งเรื่องกันเลยดีกว่า นั่นก็คือเรื่อง Golden Kamuy ゴールデンカムイ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเริ่มต้นเมื่ออดีตทหารผ่านศึกสงครามญี่ปุ่นรัสเซีย ไซจิ ซึกิโมโตะ ที่กำลัังพยายามร่อนทองอยู่ในแม่น้ำเล็กๆสายหนึ่งในฮอกไกโดโดยมีตาลุงเมาเหล้าดูอยู่ข้างๆ ไม่รู้แกเมาหนักหรืออย่างไร จู่ๆก็เล่าเรื่องนักโทษกลุ่มหนึ่งที่หลบหนีออกจากเรือนจำอาบาชิริ โดยที่ทั้งหมดมีรอยสักที่ถูกนักโทษที่เรียกกันว่า"ผีไร้หน้า"สักไว้เป็นแผนที่ทำทางไปสู่ขุมทรัพย์ทองคำที่ชาวไอนุรวบรวมไว้ได้ ตอนแรกไซจิก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไรแต่เมื่อผลอยหลับไปตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นก็ถูกลุงขี้เมาเอาปืนจ่อหน้าพร้อมจะฆ่าปิดปากไซจิเพราะแกคงเพลอพูดมากไปซะแล้ว ไซจิเอาตัวรอดมาได้และออกตามล่าตัวลุงขี้เมาแต่เจอกับหมีที่เข้ามาทำร้าย โชคดีที่ได้เจอสาวน้อยชาวไอนุคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้ เธอชื่อว่า อาชิริบะ เมื่อได้พูดคุยกันทั้งคู่ก็ตกลงจะออกตามหาลายแทงรอยสักเพื่อหาทองคำที่ถูกซ่อนไว้ด้วยเหตุผลของแต่ละคนนั่นเอง


ความคิดเห็น:

     เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอคชันผจญภัยอิงประวัติศาสตร์ในยุคเมจิหลังจากที่ญี่ปุ่นสามารถเอาชนะจักรวรรดิ์รัสเซียได้ โดยเรื่องราวก็จะดำเนินไปด้วยคู่ของซึกิโมโตะกับอาชิริบะออกตามหาลายแทงรอยสัก ข้อดีของเรื่องนี้อย่างหนึ่งก็คือการใส่ความรู้และเรื่องราววัฒนธรรมของชาว"ไอนุ"กลุ่มชาติพันธุ์ดั่งเดิมที่อยู่อาศัยในฮอกไกโดมานานก่อนการเข้ามาของชาวญี่ปุ่น น่าจะเป็นอนิเมะเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ใส่รายละเอียดของชาวไอนุมาแบบจัดเต็มซะขนาดนี้ นอกจากนี้ตัวละครต่างๆเองก็มีต้นแบบมาจากคนที่มีชีวิตอยู่จริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ตัวเอกไซโต ซึกิโมโตก็มีต้นแบบมาจากตัวคุณปู่ทวดของผู้แต่งเรื่องเองที่เคยไปรบที่สงครามญี่ปุ่นรัสเซียมาจริงๆ (แล้วก็มีตัวละครอื่นๆอีกแต่เพื่อไปการไม่สปอยล์เนื้อเรื่องเกินไปก็จะขอละไว้ก่อนละกัน) ตัวมังงะเองก็ทำการบ้านเรื่องเสื้อผ้า อาวุธ สถานที่ต่างๆ ในสมัยนั่นมาเป็นอย่างดีอีกด้วย ตัวเนื้อหาก็มีการแทรกสอดมุกจากหนังดังๆหลายๆเรื่องเข้ามา เช่น Hannibal Lecter, Silence of the lambs,It และอื่นๆ ดูแล้วคนดูก็คงจะรู้แหละมาจากเรื่องไหนกันละนะ

ข้อด้อย:

     ตอนแรกๆดูแล้วเหมือนจะเป็นแนวแอ็คชันจริงๆจังๆแต่ดูไปเรื่อยๆแล้วก็กลายเป็นแนวตลกโป๊กฮาซะเยอะ (พระเอกนี่เท่อยู่แค่สองตอนแรกเท่านั่นแหละ) แต่ก็คงเป็นเพราะท่ามันจริงจังมากไปมันก็คงไม่สนุกเท่าไรละมั้ง อีกเรื่องก็คงเป็นเรื่องที่เหมือนคนเขียนออกอาการ"หวงตัวละคร"คือตัวละครไม่ยอมตายง่ายๆซะที สุดท้ายตัวละครเลยรอดอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครอยู่ฝ่ายไหนบ้าง (จริงๆแนวโชวเน็นก็ประมาณนี้แหละ อย่างดรากอนบอลนี่ตัวร้ายตัวดีไม่ยอมตายๆไปซะที) อีกอย่างที่ต้องเตือนไว้ก่อนว่าฉากต่อสู้บางฉากเนื้อหาบางประการค่อนข้างจะโหดและไม่เหมาะสำหรับเด็กๆจะดูเท่าไรนักนะครับ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็สนุกดีครับ ดูแล้วจะได้ความรู้เกี่ยวกับฮอกไกโดและชาวไอนุเป็นอย่างดี ณ.ตอนที่เขียนรีวิวนี้ก็มีออกมาแล้ว 4 ซีซันแล้วก็กำลังสร้างซีซัน 5 เป็นภาคอวสานอยู่ แถมยังมีสร้างเป็นหนังเวอร์ชันคนแสดงแล้วด้วย(ภาคคนแสดงน่าจะจริงจังกว่าละมั้ง) สนใจยังไงก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ 


 

 สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->


วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568

Anime No.68 : Bullbuster ブルバスター

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็มีเริ่มมีข่าวการกลับมาระบาดหนักอีกครั้งของปลาหมอคางดำ รวมถึงความหนักหนาสาหัสของมลพิษ PM2.5 มันก็ทำให้นึกได้ว่าจริงๆมันเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติหรือมีเงามืดอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังอยู่หรือเปล่า ก็เลยทำให้นึกถึงอนิเมะเรื่องหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือเรื่อง  Bullbuster ブルバスター เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★☆☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นที่เกาะริวกังชิม่าเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เมื่อมีเหตุแก็สพิษประหลาดปกคลุมไปทั่วเกาะพร้อมการพบเห็น"สัตว์ยักษ์"สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะกลายพันธุ์ไปเพราะแก็สพิษนั่นเอง สัตว์ยักษ์เหล่านั้นได้เข้าทำร้ายชาวบ้านที่อยู่อาศัยในเกาะจึงทำให้ต้องมีการอพยพออกจากเกาะทำให้เกาะริวกังชิม่ากลายเป็นเกาะร้างไป ชาวบ้านจึงได้จ้างวานบริษัทนามิโทเมะบริษัทเล็กๆที่ใช้หุ่นยนต์ขนาดใหญ่ให้มาช่วยกำจัดและตรวจหาสาเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด เท็สซึโร่ โอคิโนะ วิศวกรหนุ่มผู้ออกแบบหุ่นบูลบัสเตอร์จึงได้โอกาสร่วมงานกับพนักงานบริษัทนามิโทเมะเพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้านนั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวไซไฟหุ่นยนต์ยักษ์สู้กับสัตว์ประหลาด ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบดีไซน์ของบูลบัสเตอร์เพราะว่ามันดูจะเป็นหุ่นยนต์ที่เป็นไปได้ที่สุดสำหรับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ถ้าจะเป็นหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ที่คนขึ้นไปบังคับได้ก็น่าจะประมาณเหมือนในเรื่องนี้ละครับ(ถ้าเป็นแบบกันดัมหรือพวกที่สัดส่วนเหมือนคนไปเลยมันดูจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรในเชิงวิศวกรรมอะนะ) อีกส่วนหนึ่งที่ดีในเรื่องก็คงเป็นเรื่องที่สะท้อนการดำเนินการของบริษัทเล็กๆในญี่ปุ่นซึ่งจะทำอะไรทีก็ติดเรื่องงบประมาณบ้างละ ติดต้องเดินเรื่องไปทางบริษัทแม่บ้างละ เรื่องของพนักงานแต่ละคนที่มีเรื่องมีราวคล้ายๆกับจะเจอได้ในชีวิตจริง ผมเองก็เคยทำงานในบริษัทญี่ปุ่นที่คล้ายๆกับในเรื่องก็เลยค่อยข้างจะอินหน่อยๆเพราะเขาถ่ายทอดมาได้ค่อนข้างจะตรงทีเดียว(ส่วนหนึ่งคงเพราะผมเองก็เหมือนตัวเอกที่ไม่ได้ชอบวัฒนธรรมการทำงานแบบเก่าๆของคนญี่ปุ่นด้วยละนะ)

ข้อด้อย:

    ตัวเนื้อเรื่องเองไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ดูๆไปสักพักก็น่าจะพอเดาได้ว่าใครเป็นตัวต้นเหตุละนะ ตอนท้ายๆเรื่องดูจะรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันอีหยังวะไปสักนิดแต่ก็คงหยวนๆแหละ อีกประเด็นก็คงเป็นตัวหุ่นยนต์เนี่ย CG ดูดีนะแต่ตัวสัตว์ประหลาดทำออกมาดูหยาบๆไปสักหน่อย ไม่ค่อยจะน่ากลัวเท่าไร

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี่ก็คงเหมาะสำหรับคนที่ชอบแนวไซไฟหุ่นยนต์ที่สมจริงหน่อยไม่เวอร์เกินไป ผมรู้สึกว่ามันให้อารมณ์คล้ายๆกับ Patlabor อยู่นิดๆนะ ใครชอบแนวๆนี้ก็ลองหามารับชมได้นะครับ ตอนที่เขียนบล็อกนี้ก็มีออกมาหนึ่งซีซันนะครับ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

Anime No.61 : Blue Archive The Animation ブルーアーカイブ

 สวัสดีครับ ช่วงนี้มีแต่ข่าวชาวไทยติดหนี้กันอ่วม จนดูเหมือนหนี้สาธารณะของเราสูงถึง 120% ต่อ GDP กันแล้ว (คิดแบบชาวบ้าน ตอนนี้คนไทยทำมาหากินมาได้ร้อยบาทต้องจ่ายหนี้ร้อยยี่สิบ เท่ากับรายได้ติดลบยี่สิบบาทอะนะ) ก็เลยคิดถึงอนิเมะที่เกี่ยวกับเรื่องหนี้สินที่พึ่งดูไปเมื่อไม่นานมานี้ นั่นก็คือเรื่อง Blue Archive The Animation ブルーアーカイブ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเริ่มต้นที่ ชิโรโกะ ซุโนโอคามิ สาวน้อยผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนแห่งโรงเรียนอาบิโดส โรงเรียนที่กำลังประสบปัญหาติดหนี้สินมหาศาลและกำลังจมอยู่ในกองทะเลทรายที่รุกคืมมาเรื่อยๆ ส่งผลทำให้มีนักเรียนเหลืออยู่แค่ห้าคน ระหว่างที่ปั่นจักรยานไปโรงเรียนชิโรเกะได้พบกับชายคนหนึ่งกำลังจะเป็นลมแดด เมื่อชิโระโกะพาไปที่โรงเรียนจึงทราบว่าชายคนนี้คือ เซนเซ คุณครูที่ถูกส่งจากซาเล่ต์องค์การนักเรียนเพื่อมาช่วยเหลือกู้สถานการณ์ที่เลวร้ายของทางโรงเรียน ทั้งหกคนก็เลยต้องทำทุกวิธีทางเพื่อจะรักษาโรงเรียนอาบิโดสเอาไว้ให้ได้


ความคิดเห็น:

    ก่อนอื่นต้องบอกว่าอนิเมะเรื่องนี้เป็นอนิเมะที่สร้างมาจากเกม คนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้(อย่างข้าพเจ้า)ก็อาจจะไม่รู้รายละเอียดหรือที่มาที่ไปมากนัก เท่าที่ดูก็น่าจะเป็นแนวกลยุทธใช้เหล่านักเรียนสาวๆมายิงกันนะแหละนะ อย่างไรก็ดีตัวเนื้อเรื่องของอนิเมะก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ตัวละครมีเรื่องราวและความสัมพันธ์กันในแนวอนิเมะโรงเรียนสาวน้อย ตัวภาพสวยงาม ฉากแอ็คชันก็พอดูได้ ตัวละครก็น่ารัก(แนวสาวน้อยโมเอะทั้งหลายแหละ) สาวๆแต่ละคนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ก็เรียกได้ว่าคนที่ไม่เคยเล่นเกมก็คงจะดูได้เพลินๆไม่เสียหายอะไร

ข้อด้อย:

    เนื่องจากเป็นเซ็ทติ้งที่มาจากเกมก็เลยอาจจะมีหลายๆอย่างไม่อยู่ในหลักเหตุผลเท่าไร เช่น ทำไมต้องให้นักเรียนมาตีกันด้วย หรือไม่มีผู้ใหญ่คนไหนมาช่วยเด็กๆปลดหนี้บ้างเลยรึอย่างไร เรียกได้ว่าถ้าไม่คิดอะไรมากปล่อยผ่านๆไปก็คงดูสนุกขึ้นละนะ แต่ผมว่าคนที่เล่นเกมนี้มาก่อนก็คงจะอินกับอนิเมเรื่องนี้มากกว่าคนที่ไม่เคยเล่นแน่ๆแหละ

    กล่าวโดยสรุป ถ้าคุณชอบเกม Blue Archive ก็น่าจะชอบอนิเมะด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นอย่างผมก็คงจัดให้อยู่ในแนวไซไฟแฟนตาซีบวกแนวสาวน้อยฮาเร็ม(เพราะมีคุณครูเป็นผู้ชายอยู่คนเดียวในโรงเรียนหญิงล้วนอะนะ) เนื้อเรื่องอาจจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไรแต่ก็พอดูรู้เรื่อง มีตัวละครน่ารักๆหูหมาหูแมวเยอะแยะ ถ้าชอบแนวๆนี้ก็ลองหามาดูกันได้นะครับ 

ส่งท้ายขายของครับ ตำนานแมงสี่หูห้าตาฉบับนวนิยาย ->

 

Thumbnail Seller Link
4 Ears 5 Eyes Monster Tale ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย
Ataya P
www.mebmarket.com
จากตำนานเล่าขานแมงสี่หูห้าตาของชาวล้านนา สู่เรื่องราวในฉบับนวนิยายที่เรียบเรียงใหม่ให้มีความสมจริง สนุกสนาน อ่านได้สนุกทุกเพศทุกวัย เชิญลองมาอ่านกันเน...
Get it now

ซื้อที่กูเกิลบุ๊ค -> ตรงนี้ <-


วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

Anime No.60 : A Certain Scientific Railgun とある科学の超電磁砲

สวัสดีครับ ช่วงนี้ไถ่ติ๊กต็อกไปก็มักจะเจอเพลง Only My Railgun อยู่บ่อยๆ ว่าแล้ววันนี้ก็เลยจะมารีวิวอนิเมะเรื่องที่เพลงนี้เป็นเพลงเปิดกันดีกว่า นั่นก็คือ  A Certain Scientific Railgun とある科学の超電磁砲 (ชื่อภาษาไทย เรลกันแฟ้มลับคดีวิทยาศาสตร์) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ

 


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองแห่งการศึกษา สถานที่ที่รวมโรงเรียนสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเหล่ามนุษย์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ หนึ่งในนั่นคือ  มิโคโตะ มิซากะ สาวน้อยผู้มีพลังระดับเลเวล5 ผู้สามารถควบคุมไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์และยิงเรลกัน(ปืนพลังแม่เหล็กไฟฟ้า)ที่มีพลังทำลายล้างสูงได้จนติดอันดับ 3 ในสุดยอดระดับเวเวล5ทั้งเจ็ดคนได้  โดยเธอเองก็มีรุ่นน้อง คุโระโกะ ชิราอิ ผู้มีพลังในการเทเลพอร์ทคอยตามติดเป็นคู่หู และยังมี คายาริ อุยฮารุ สาวน้อยเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลและ รุยโกะ ซาเต็น สาวน้อยเลเวล0ที่ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรแต่คอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทั้งสี่คนต้องคอยสืบสวนและแก้ปัญหาที่เกียวเนื่องกับผู้มีพลังเหนือมนุษย์นั่นเอง 



ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ็คชันไซไฟแนวพลังเหนือมนุษย์ ผมว่าเรื่องมันก็จัดได้อยู่ในประเภทอนิเมะผู้มีพลังจิตเหมือนที่ฮิตๆกันช่วงปี90ปลายๆ (อ่านได้ตรงนี้) เรื่องราวมีการวางพล็อตได้ซับซ้อน ตัวดีตัวร้ายก็ไม่ได้ดีสุดๆร้ายสุดๆก็สลับๆกันไป ตัวละครก็มีพัฒนาการไปเรื่อยๆ ก็ว่าดูได้สนุกดีครับ งานภาพสวยงาม ฉากแอ็คชันก็ทำได้ดีสวยงามอลังการ คนทีชอบแนวไซไฟหรือแนวพลังจิตพลังเหนือมนุษย์ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยากละครับ

ข้อด้อย:

    สำหรับคนที่เป็นแฟนมาร์เวลพอดูเรื่องนี้แล้วก็อาจจะรู้สึกได้ว่ามันเหมือน X-Men เวอร์ชันสาวน้อยมัธยมญี่ปุ่นJKอยู่เหมือนกัน อย่างมิซากะนี่ก็คือเหมือนแม็กนิโตเลย คุโรโกะก็เหมือนไนท์ครอเลอร์เป็นต้น อีกเรื่องก็ตัวเนื้อเรื่องบางตอนมันก็ดาร์กๆไปหน่อย ถ้าให้เด็กๆเล็กๆดูก็คงจะไม่เหมาะสมเท่าไรละนะครับ

    กล่าวโดยสรุป สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ก็จัดได้ว่าเป็นอนิเมะชื่อดัง เพลงประกอบก็ดัง มีภาคต่อภาคแยกมากมาย (รวมถึงเรื่อง INDEX คัมภีร์คาถาต้องห้าม) ผมเองก็ตามดูไม่หมดหรอกครับ แต่คิดว่าโดยรวมแล้วก็จัดเป็นจักรวาลเรลกันเหมือนกับจักรวาลมาร์เวลอะนะ ใครกำลังหาอนิเมะแนวไซไซแนวพลังเหนือมนุษย์ก็ลองหามาดูกันได้นะครับ น่าจะชอบกันน่ะแหละ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Anime No.55 : Lycoris Recoil リコリス・リコイル

 สวัสดีครับ ก่อนหน้านี้มีข่าวการเสียชีวิตของนักร้องสาวคุณซายูริในวัยเพียง28ปีเท่านั้น ผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจและอาลัยให้กับครอบครัวของเธอด้วย ถ้าจำไม่ผิดผมน่าจะเคยฟังเพลงที่เป็นผลงานของเธออยู่สองเพลงที่ใช้ประกอบอนิเมะ เรื่องแรกคือเพลงประกอบเรื่อง Golden Kamuy (ชื่อเพลง レイメイ Reimei )และอีกเพลงก็เป็นเรื่องที่จะรีวิวในวันนี้คือเรื่อง  Lycoris Recoil リコリス・リコイル (ชื่อเพลง 花の塔 Flower of tower) เรื่องราวอนิเมะเรื่องนี้จะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวกล่าวถึงกลุ่มลึกลับใต้ดิน Lycoris ไลโคลิส กลุ่มนักเรียนหญิงม.ปลายที่คอยรักษาความสงบสุขของโตเกียวอย่างลับๆจากกลุ่มอาชญากรรมและการก่อการร้าย วันหนึ่งเมื่อ ทากินะ อิโนะอุเอะ สาวน้อยสมาชิกกลุ่มไลโคลิสดันไปใช้ความรุนแรงเกินเหตุในการช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกจับเป็นตัวประกันจึงทำให้ถูกปลดจากตำแหน่งและส่งไปทำงานที่ร้านคาเฟ่ LycoReco เป็นการดัดนิสัย ที่นั่นเธอเองได้พบกับ จิโตะเสะ นิชิคิกิ สาวน้อยผู้ร่าเริงแต่กลับมีฝีมือยิงปืนเก่งฉกาจระดับพระกาฬ ทั้งคู่ต้องแท็กทีมกันจัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายและสืบหาคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆนั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวแอ็คชันยิงกันแหลกลานแนวระเบิดภูเขาเผากระท่อมนั่นแหละ นางเอกนี่เรียกได้ว่าเหมือนเอาจอห์นวิคไปใส่อินเวอร์เตอร์(กลับตาลปัตร บวกเป็นลบ ลบเป็นบวกอะนะ)ก็จะได้ออกมาเป็นจิโตะเสะนี่แหละ จากจอห์นวิคที่นิสัยเย็นชาเงียบๆก็กลายเป็นจิโตะเสะที่แสนจะร่าเริง(ดีดๆหน่อย) จอร์นวิคนี่ฆ่าคนแหลกลานแต่จิโตเสะนี่ไม่ฆ่าใครสักคน แต่ที่เหมือนกันคือทั้งคู่ยิงปืนเก่งฉกาจนี่แหละ (จนมีคนล้อว่าเรื่องไลโคริสรีคอยล์นี่คือจอห์นวิคเวอร์ชันอนิเมะชัดๆละนะ) สำหรับฉากแอ็คชันก็ทำได้สมจริง ดูได้ลื่นไหลสนุกดี งานภาพสวยงามคุณภาพเยี่ยมมาก ตัวเนื้อเรื่องอาจจะซับซ้อนไปหน่อยแต่ก็น่าจะพอเข้าใจดูรู้เรื่องอยู่ละนะครับ (ผมดูแล้วก็แอบได้กลิ่นอนิเมะแนวแอ็คชันในยุค80-90อยู่บ้างเหมือนกัน อย่างเรื่อง City Hunter อะไรแบบนั้นแหละ)

ข้อด้อย:

    เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยมีข้อด้อยอะไรเท่าไรหรอกครับ อาจจะมีที่เรื่องตัวเนื้อเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผล อย่างเช่นที่ประชาชนคนญี่ปุ่นโดนปิดหูปิดตาได้ยังไงว่าไม่มีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นเลย(ทั้งๆที่ยิงกันแหลกลานซะขนาดนั้น) จิโตะเสะนี่ก็เก่งจนถึงขั้นหลบกระสูนได้เงี้ย หรือปรัชญาความคิดของตัวละครหลายๆตัวก็ดูแปลกๆหรือไม่ก็สุดโต่งไปหน่อย จนดูเหมือนเป็นชุมนุมคนเพี้ยนนี่แหละ แต่ก็เข้าใจได้เพราะเรื่องนี้ก็เน้นแอ็กชันตัวละครเลยต้องโดดเด่นหน่อยนั่นแหละนะ    

    กล่าวโดยสรุป ถ้าคุณชอบหนังแนวจอห์นวิคยิงกันสบั้นหันแหลก อนิเมะเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะทำให้คุณผิดหวัง งานภาพสวยงาม ตัวละครก็โดดเด่น(ถึงจะดูดีดๆเพี้ยนๆไปบ้างก็เหอะ) อีกอย่างจะจัดว่าเป็นแนวยูริก็คงได้เพราะไม่มีตัวละครพระเอกเลย ใครสนใจยังไงก็ลองหามาดูได้นะครับ (ณ.ตอนที่เขียนนี้มีซีซันเดียวอยู่นะครับ ไม่แน่ว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า)

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567

Anime No.52 : Knights of Sidonia シドニアの騎士

 สวัสดีครับ ช่วงนี้มีหนังไทยแนวไซไฟเข้าฉายในโรง(แต่คงทำรายได้ไม่เท่าหนังผีหนังตลกละนะ ประชาชนชาวไทยก็คงดูรู้เรื่องแค่แนวๆนั้นแหละ เฮอๆ ) บวกกับมีข่าวเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยที่กำลังโคจรมาใกล้ๆเฉียดๆโลก ก็เลยทำให้นึกถึงอนิเมะแนวไซไฟอวกาศขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งนั่นคือเรื่องที่จะมารีวิวกันในวันนี้ Knights of Sidonia シドニアの騎士 (ชื่อภาษาไทย อัศวินอวกาศ) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ 


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

        เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 3394 หนึ่งพันปีหลังจากที่สิ่งมีชีิวิตปริศนาเกาน่าได้เข้ามาทำลายล้างโลก ยานอวกาศซิโดเนียได้ออกเดินทางลี้ภัยไปในห้วงอวกาศอย่างโดดเดี่ยวและอาจจะเป็นยานอวกาศลำสุดท้ายที่มนุษยชาติยังเหลือรอดอยู่ ในช่วงเวลานี้เองที่ นากาเตะ ทานิกาคาเซะ เด็กหนุ่มที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ใต้ดินโดยคุณปู่โดยลำพังซึ่งให้เขาหัดขับหุ่นโมริโตะในระบบซิมูเลชันมาตลอด แต่เมื่อคุณปู่ของเขาเสียชีิวิตเขาจึงต้องออกมาหาอาหารด้านบนและจับพลัดจับผลูต้องมาขับหุ่นโมริโตะในตำนานรุ่น"ซึกุโมริ"เข้าต่อสู้กับเกาน่าที่เข้ามารุกรานยานซิโดเนียอีกครั้งในรอบ 100 ปี

 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้เป็นแนวไซไฟอวกาศหุ่นยนต์รบและเอเลี่ยนรุกรานโลก หลังจากได้ดูแล้วรู้สึกว่าด้านวิทยาศาสตร์ทำได้ดีสมเหตุสมผลเลยทีเดียว เช่น การที่ดัดแปลงให้มนุษย์สืบพันธุ์ได้โดยไม่ใช่เพศ  การที่สามารถเลือกเพศได้ภายหลังหรือให้สังเคราะห์แสงไม่ต้องกินข้าวเยอะๆก็อยู่ได้ หรือแม้แต่ยานซิโดเนียที่เหมือนสร้างอยู่บนอุกกาบาต(หรือเป็นเศษเสี่ยวของโลกที่แตกไปก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน)แต่มันก็ตัดปัญหาเรื่องการสร้างแรงโน้มถ่วงจำลองไปได้ สำหรับเนื้อเรื่องอาจจะออกแนวดาร์คๆเข้าใจยากอยู่บ้างแต่สำหรับคนชอบดูหนังไซไฟดูแล้วก็น่าจะพอรู้เรื่องเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งละนะ

 

ข้อด้อย :

    อย่างแรกก็เพราะมันเป็นอนิเมะโมเดล3Dแนว Toon Shade ที่บางทีก็ดูจะเคลื่อนไหวไม่เนียนเท่าไรก็เลยอาจจะขัดๆตาอยู่บ้าง แสงเงาดูจะมืดๆไปหน่อยเลยดูไม่ค่อยออกในฉากต่อสู้หลายๆฉาก อีกอย่างคือตัวละครดูจะคล้ายๆกันหมด(ส่วนหนึ่งก็เพราะมันเป็นการโคลนนิ่งอะนะ) ตัวเนื้อเรื่องดูจะงงๆอยู่บ้างโดยเฉพาะตัวเกาน่าที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแถมเดาไม่ถูกว่ามีเป้าหมายอะไรจะทำอย่างงั้นไปทำไม(จนบางครั้งมันก็ดูอีหยังวะอยู่บ้าง) แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าดูได้สนุกดีอยู่ละครับ

     กล่าวโดยสรุป ถ้าคุณชื่นชอบอนิเมะหรือนิยายแนวไซไฟอวกาศ เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่คุณจะพลาดไม่ได้ ยังไงก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ  (เรื่องนี้มีเป็นซีรี่ย์สองซีซันบวกกับภาคหนังใหญ่เป็นภาคจบสรุปทุกอย่างนะครับ)

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 12 : เรื่องน่าสงสัยในอนิเมะ アニメに対する疑問

 สวัสดีครับ พอดูอนิเมะญี่ปุ่นไปเยอะๆมันก็เกิดความสงสัยในพล็อตเรื่องหรือแก๊กที่เขาชอบใช้กัน วันนี้ก็ลองรวบรวมข้อสงสัยเหล่านี้มาลองเขียนดูกันครับ

1. เรื่องไซส์หน้าอกของผู้หญิง(おっぱいのサイズ)

ในอนิเมะแนวฮาเร็มหรือเรื่องที่มีฉากแช่น้ำร้อนไปเที่ยวชายหาด จะต้องมีแก๊กที่เหล่าสาวๆต้องมาพูดเปรียบเทียบขนาดไซส์หน้าอกกันเสมอๆ โดยส่วนใหญ่สาวน้อยที่นมน้อยก็มักจะออกอาการอิจฉาสาวๆที่หนองโพใหญ่มะลักกั๊ก มันก็นำมาถึงข้อสงสัยว่าจริงๆแล้วผู้หญิงเข้าขิงกันเรื่องขนาดหน้าอกหน้าใจกันด้วยหรือ ? ผมเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้เรื่องนี้เลยจริงๆ เพราะทางฝั่งผู้ชายถ้าจะขิงจะอิจฉากันจริงๆก็น่าจะเป็นเรื่องหน้าตา ส่วนสูงหรือขนาดกล้ามแขนกล้ามหน้าท้องกันเสียมากกว่า อีกอย่างถ้าผู้หญิงหน้าอกใหญ่เกินเบอร์ก็น่าจะเป็นฝ่ายโดนล้อโดนบูลลี่มากกว่าเสียละกระมัง 

Credit : The Melancholy of Haruhi Suzumiya


2.จากศัตรูกลายเป็นมิตร(敵から友人になること)

ในอนิเมะแนวต่อสู้โชวเน็งเนี่ย ส่วนใหญ่ศัตรูที่ตัวเอกเคยต่อสู้จะเป็นจะตายสุดท้ายกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมรบในภายหลัง เช่น ในเรื่องดรากอนบอลที่พวกปิกโกโร่เอยเบจิต้าเอยตอนแรกมาทรงอย่างแบดแต่สุดท้ายก็มาเป็นเพื่อนกับพวกโกคู มันก็น่าสงสัยว่าในชีวิตจริงจะมีสักกี่คนที่ศัตรูมากลายเป็นมิตรในภายหลังได้ (ถ้าไม่นับประเภทคู่แข่งด้านกีฬาหรือธุรกิจที่คู่แข่งเราก็ไม่ถึงขั้นมาฆ่าแกงกันจะมาเป็นพันธมิตรเป็นเพื่อนกันทีหลังมันก็ได้อยู่หรอก) ให้นึกๆตอนนี้ก็อาจจะเป็นกรณีที่ญี่ปุ่นสู้กับอเมริกาในช่วงสงครามโลก หลังพอสงครามจบก็มาเป็นพันธมิตรกัน (แต่จริงๆมันก็เป็นเหตุผลแบบสมยอมกันละนะ) ซึ่งก็คงพอคิดได้ว่าคนเขียนคนแต่งเรื่องเขาก็คงอยากจะสอนเด็กๆให้รู้จักให้อภัยรู้จักปล่อยวางนะแหละ  (แต่เอาเข้าจริงถ้ามีคนเอามีดจะมาแทงคุณแต่คุณหลบได้ คุณจะพูดกับเขาหรือว่า"ใจเย็นๆ มาเป็นเพื่อนกันมัย ?" ถ้าคุณทำได้คุณก็บรรลุธรรมแล้วละ เฮอๆ)

 

Credit : Dragon Ball


3.คุณพ่อที่หายไป(消えた父の姿)

ถ้าใครชอบดูอนิเมะแนวรอมคอมหรือชีวิตประจำวัน จะสังเกตุว่าเกือบๆ 80~90% จะไม่มีคาแร็คเตอร์"คุณพ่อ"อยู่กับครอบครัวของตัวเอกหรือนางเอกเลย ก็น่าสงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ให้เดาๆเหตุที่เป็นเช่นนี้คงเพราะคุณพ่อในครอบครัวญี่ปุ่นนี่จะเป็นคนที่ออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวจึงมักจะออกจากบ้านตอนเช้ากลับมาก็ดึกๆเรียกได้ว่าในชีวิตจริงก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกตอนกลางวันเลยด้วยซ้ำ(ดีไม่ดีตอนกลับมาตอนดึกๆแล้วลูกตื่นมาเจออาจจะร้อง"แม่ๆโจรขึ้นบ้าน!!"ก็ได้กระมัง เฮอๆ) ในอนิเมะส่วนใหญ่เขาก็เลยตัดบทของคุณพ่อออกไปเลย(จะได้ประหยัดค่าจ้างนักพากษ์ไปได้คนนึงด้วยละมั้ง) สำหรับคนเป็นพ่อก็อาจจะเป็นเรื่องน่าเศร้าอยู่เหมือนกัน แต่ความจริงก็คือความจริงละนะ

 

credit: Spy x Family

 4.นางเอกซึนเดเระ(ツンデレちゃん)

อนิเมะสมัยนี้เรียกได้ว่าก็เกินครึ่งแหละที่มีนางเอกประเภทซึนเดเระ(ผมแปลไทยง่ายๆว่าพวกปากจัดปากไม่ตรงกับใจละกัน) หลังๆซึนเดเระหนักๆเข้าก็กลายสภาพเป็นยันเดเระไปเลยก็มี(ยันเดเระจะแปลเป็นไทยก็ประมาณพวกคลั่งรักแบบโหดๆผัวข้าใครอย่าแตะละมั้ง) เอาเป็นว่ายุคสมัยนี้เนี่ยนางเอกเป็นซึนเดเระกันซะเยอะแหละ มันก็ชวนให้สงสัยว่าจริงๆแล้วสาวๆที่มีนิสัยซึนเดเระนี่จะเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชายในชีวิตจริงเหรอ ? คือเราดูอนิเมะมันก็สนุกดีแหละที่จะเห็นสาวๆซึนเดเระตบหัวแล้วลูบหลังพระเอกแต่ถ้าเป็นชีิวิตจริงผมว่าการต้องอยู่กับผู้หญิงแบบนี้มันคงเป็นอะไรที่เหนื่อยน่าดู ต้องกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ตลอดเวลา จนดีไม่ดีฝ่ายชายอาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลยก็ได้ ผมเองคงขอคบกับผู้หญิงนิสัยธรรมดาๆใจดีๆคงจะดีกว่าละมังครับ

Credit : The Melancholy of Haruhi Suzumiya

เท่าที่นึกออกก็คงจะประมาณนี้ละครับ ไว้วันหลังถ้าคิดอะไรออกเพิ่มเติมจะลองมาเขียนใหม่ละกัน ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ

 

ส่งท้ายขายของ มังงะของกระผมขอรับ  ->


 


วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime No.48 : The God Of High School 갓 오브 하이스쿨

 สวัสดีครับ หลังจากที่ลุ้นมานานว่าเมื่อไหร่ไทยเราจะได้เหรียญทองปารีสโอลิมปิกซะที ในที่สุดน้องเทนนิสก็สามารถคว้าเหรียญทองเทควันโดสองสมัยมาจนได้ ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ วันนี้เราก็เลยจะมาฉลองด้วยการรีวิวอนิเมะที่เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีชนิดนี้กันนั่นก็คือเรื่อง The God Of High School 갓 오브 하이스쿨 (ชื่อภาษาไทย เทพเกรียน โรงเรียนมัธยม) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★☆☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โมริ จิน หนุ่มมัธยมอายุ 17 ผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้สไตล์เทควอนโดสมัยใหม่ เขาได้รับเชิญให้เข้าแข่งขันในรายการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ God Of High School ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศก็จะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างที่บริษัทลึกลับที่สนับสนุนการแข่งสามารถจะทำให้ได้ ในการแข่งขันเขาได้พบกับ เด ฮาน หนุ่มผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้แบบคาราเต้ฟูลคอนแทค และ มิร่า ยู สาวน้อยผู้ใช้ศิลปะดาบแบบเกาหลี ทั้งสามคนต้องฝ่าฝันคู่ต่อสู้ต่างๆน่าๆ เพื่อก้าวไปสู้ตำแหน่งสูงสุดให้จงได้


 



ความคิดเห็น :

   ดูเหมือนว่าอนิเมะเรื่องนี้จะสร้างจากมังฮวาชื่อดังจากเว็ปตูนของทางเกาหลี แนวเรื่องก็จะเป็นแนวต่อสู้โดยจะมีการแนะนำศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีหลายๆอย่างเช่น เทควันโด ฮับคิโด(คล้ายๆไอคิโดของญี่ปุ่น) แทกกย็อน (คล้ายๆกังฟู) ดาบเกาหลี รวมถึงศิลปะการต่อสู้ต่างๆที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี(แต่เหมือนจะไม่มีมวยไทยอะนะ) ดูๆไปกว่าสนุกดี ถ้าชอบแนวต่อสู้กันแบบเวอร์วังอลังการก็คงจะชอบอนิเมะเรื่องนี้ละนะ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมีการปูเรื่องให้มีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติเข้ามาตั้งแต่แรกมันก็พอจะเดาๆได้ว่าไปๆมาๆเรื่องมันคงออกแนวเกินมนุษย์ธรรมดาสู้กันไปแหงๆ ซึ่งตอนท้ายเรื่องก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ซึ่งพอมันเกินขอบเขตของความเป็นมนุษย์ธรรมดามากเกินไปก็เลยว่ามันเสียอรรถรสไปหน่อยละนะ (ก็คล้ายๆกับดรากอนบอลที่แรกๆก็ต่อสู้กันในขอบเขตของมนุษย์ธรรมดาในศึกชิงเจ้ายุทธภพ แต่พอเริ่มมีมนุษย์ต่างดาว มีพระเจ้า มีแอนดรอย์เข้ามามันก็หลุดๆแนวเดิมไปเลยน่ะแหละ) แต่ก็พอเข้าใจคนแต่งเรื่องเพราะไม่งั้นเนื้อเรื่องมันก็จะสู้กันไปมาซ้ำๆซากๆละนะ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรค ได้ข้อคิดบ้างทั้งเหตุผลในการต่อสู้ของแต่ละคน มิตรภาพของเพื่อนๆ เนื่องจากเป็นเนื้อเรื่องจากทางเกาหลีจะว่าแปลกกว่าอนิเมะจากทางญี่ปุ่นหรือเปล่าก็ไม่เชิงซะขนาดนั้น(แต่ก็มีกลิ่นของซีรี่ย์เกาหลีอยู่หน่อยๆละมั้ง) ใครสนใจก็ลองหามาดูได้นะครับ

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->