วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566

Anime No.12 : Are You Lost ? ソウナンですか?

 สวัสดีครับ วันนี้ก็นึกๆอยู่ว่าจะรีวิวอนิเมะเรื่องอะไรดี จู่ๆก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา Are You Lost ? ソウナンですか?(ชื่อภาษาไทยรู้สึกจะชื่อ"ช่วยทีSheติดเกาะ"อะนะ เฮอ) มันเป็นแนวเอาตัวรอดที่มีตัวเอกเป็นสาวๆนักเรียนมัธยม เรื่องราวจะเป็นยังไงมาดูกันเลยครับ

Source : https://sounandesuka.jp/
Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวสี่สาวมัธยมที่เครื่องบินตกระหว่างทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศจนต้องมาติดอยู่บนเกาะร้างแห่งหนึ่ง ทั้งสี่สาวประกอบไปด้วย โฮมาเระ โอนิชิมะ ลูกสาวทหารผู้มีความรู้ด้านการเอาตัวรอดในธรรมชาติ(เพราะพ่อพาไปผจญภัยมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ)  อาซูกะ สุซุโมริ สาวนักกีฬาผู้ปราดเปรียวและแข็งแรง มุซึ อามาตานิ สาวน้อยเด็กเรียนผู้รักในการอ่านและการเรียนรู้ สุดท้ายคือ ชิออน คุโจ ลูกคุณหนูผู้ไม่เคยพบความยากลำบากใดๆในชีวิต  ทั้งสี่คนจะต้องช่วยเหลือกันและหาทางเอาตัวรอดบนเกาะร้างแห่งนี้ให้ได้นั่นเอง


ความคิดเห็น :

    บอกก่อนว่าเขาจัดเรื่องนี้อยู่ในแนว18+เพราะสาวๆแทบจะแก้ผ้าใส่แต่ชุดชั้นในจับปลากันทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เลยลิมิตอะไรไปมากกว่านั้นแหละ เอาเป็นว่าถ้าดูสาวน้อยแก้ผ้าจนชินแล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ดูเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงการ์ตูนเก่าเรื่อง"ผู้รอดตาย" Survival อารมณ์ก็จะประมาณนั้นแหละ ตัวเอกต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆเพียงแต่ในเรื่องนี้จะเปลี่ยนเป็นสาวๆสี่คนมาติดเกาะร้างแทน (เนื้อเรื่องก็จะเบากว่าออกแนวตลกโปกฮาละนะ) แต่คนที่มีประโยชน์สุดในเรื่องก็คือโฮมาเระน่ะแหละก็เพราะเป็นลูกสาวทหารละนะ(ถ้าไม่มีโฮมาเระอยู่คนอื่นคงไม่น่าจะรอดได้) ในเรื่องนี้คุณจะได้รับความรู้ที่มีประโยชน์ในกรณีที่คุณเกิดไปติดเกาะหรือหลงป่า เช่น การสร้างเชลเตอร์ การทำกับดัก การหาอาหาร ข้อควรระวังต่างๆในการเอาชีวิตรอด เรียกได้ว่ารู้ไว้ใช้ว่าใส่บ่าแบกหามละครับ

ข้อด้อย :

    ผมว่าจำนวนตอนมันน้อยไปหน่อย ดูไปเพลินๆแป๊บๆก็จบซะแล้ว ตอนจบดูแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจบจริงหรือเปล่า(หรือจะมีภาคต่อหรือเปล่าหว่า?) แต่โดยรวมก็สนุกดีครับ มุกตลกก็โป๊ะแป๊ะฮาดี ดูแล้วก็ได้ความรู้ดีด้วยละนะ (มันไปพีคตอนจบละนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าในการทำแบบนั้นแล้วมันจะได้ผลทำให้ร่างกายได้รับน้ำโดยไม่ติดเชื้อโรคทำท้องเสียได้จริงหรือเปล่า คงต้องรบกวนคุณหมอช่วยยืนยันด้วยละนะครับ เฮอๆ) 

    แถมให้อีกนิด ชื่อภาษาญี่ปุ่นนี่เป็นการเล่นคำพ้องเสียงครับ  ソウナンですか? Sounandesuka ? เนี่ยเป็นคำอุทานประมาณ"ยังงั้นเหรอ ?" แต่ก็พ้องเสียงได้ว่า 遭難ですか?Sounandesuka ? ที่หมายความว่า "ประสบภัยงั้นเหรอ ?" ได้ด้วยเหมือนกัน (遭難 Sounan = ประสบภัย,เรือล่ม,หลงป่า) 

Anime Official Website -> https://sounandesuka.jp/


ส่งท้ายขายของครับ ลูกเจี๊ยบสติกเกอร์ไลน์ ->



วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566

Anime No.11 : I'm Quitting Heroing 勇者、辞めます

 สวัสดีครับ ท่ามกลางกระแสอนิเมะแนวแฟนตาซีผู้กล้าไปต่างโลก(異世界)ที่เรียกได้ว่าออกมาแบบเยอะแยะเต็มไปหมด ก็พอเข้าใจว่าเด็กสมัยนี้คงจะเป็นพวกติดเกมแนวๆนี้แหละก็เลยทำอนิเมะแนวๆนั้นออกมาด้วยเพราะคิดว่าคงขายได้แน่ๆ แต่สำหรับคนรุ่นผมแล้วกลับรู้สึกว่ามันเยอะเกินไปหน่อยนะ หลายเรื่องดูแล้วก็เฉยๆ จะมีบางเรื่องแหละที่ดูเข้าท่าเพราะสอดแทรกอะไรบางอย่างเข้าไป อย่างเรื่องที่จะแนะนำในวันนี้ครับ I'm Quitting Heroing  勇者、辞めます ผมเลิกเป็นผู้กล้าแล้วครับ!! มาลองดูกัน ...

Source : https://yuuyame.com/special.html

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของจอมมารสาวเอชิดน่าผู้หวังจะพิชิตโลกกับเหล่าสี่ขุนพลที่ได้ผ่ายแพ้ให้กับผู้กล้าลีโออย่างหมดรูป ด้วยความที่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆท่านจอมมารจึงรับสมัครคนเข้ากองทัพอีกครา ปรากฎว่าคนที่มาสมัครกลับกลายเป็นอดีตผู้กล้าลีโอนั่นเอง !! แม้จอมมารสาวเอชิดน่าจะไม่สบอารมณ์อย่างแรงแต่เหล่าสี่ขุนพลก็แอบจ้างงานผู้กล้าลีโอแบบลับๆ โดยให้ลีโอปลอมตัวและทดลองงานไปก่อน เรื่องราวหลังจากนี้จึงเป็นการที่ผู้กล้าลีโอต้องเข้ามาปรับปรุงกองทัพจอมมารที่ไม่เอาไหนเอาซะเลยให้ดีขึ้นให้ได้



ความคิดเห็น :

    ดูตอนแรกๆผมเข้าใจว่าเป็นแนวไปต่างโลกทั่วๆไป มีผู้กล้ามีจอมมารตามท้องเรื่องแต่ดูๆไปถึงจะรู้ว่ามันเป็นพล๊อตเรื่องการทำงานในบริษัทต่างหาก ผู้กล้าจะเป็นคนที่เก่งทั้งเรื่องการรบและเรื่องบริหารจัดการมากๆ (ซึ่งเขาจะเฉลยภายหลังว่าทำไมถึงเก่งขนาดนี้) ส่วนเหล่าสี่ขุนผลของจอมมารนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของเหล่าหัวหน้างานที่ไม่ได้เรื่อง อันได้แก่ หัวหน้าที่แบกงานเอาไว้เองไม่กระจายงานบ้างละ หัวหน้าที่ใช้ลูกน้องไม่ตรงกับความถนัดบ้างละ หัวหน้าที่ชอบเปรียบเทียบความเก่งกาจของตัวเองกับลูกน้องบ้างละ และหัวหน้าที่มนุษยสัมพันธ์ไม่ได้เรื่องบ้างละ ซึ่งดูไปแล้วก็คิดถึงหน้าที่การงานของตัวเองกับเหล่าบอสเจ้านายทั้งหลายในชีวิตจริงขึ้นมาบ้างอยู่เหมือนกันละนะ เฮอะๆ 

ข้อด้อย :

    เพราะว่าเนื้อเรื่องแฝงมันเป็นเรื่องราวของคนทำงาน ถ้าให้เด็กๆดูก็อาจจะไม่อินเท่าไหร่ (แต่ถ้าให้วัยทำงานดูนี่อาจมีคนสะท้อนใจจนร้องไห้ออกมาบ้างก็ได้) จำนวนตอนออกจะน้อยไปหน่อย ไม่แน่ใจว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่าอะนะ

    สำหรับอนิเมะเรื่องนี้โดยรวมก็สนุกดี ภาพก็สวย เพลงเปิดเพลงปิดก็ไพเราะดี ได้แง่คิดเรื่องการทำงานร่วมกันหลายอย่าง การนำพาองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ ว่าที่จริงก็อยากจะให้คนที่เป็นหัวหน้างานได้ดูไว้บ้างก็จะดีเพื่อจะรู้จักปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นถูกใจเหล่าลูกน้องได้บ้างละนะครับ 


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ของเฟย์จังครับ ->




วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

Anime No.10 : Macross Δ マクロスデルタ

 สวัสดีครับ หลังจากดูไล่ดูมาครอสภาคเก่าๆไปเกือบหมดแล้วก็เลยมาดูมาครอสเดลต้าซึ่งเป็นมาครอสภาคล่าสุด(ฉายปี 2016) ซึ่งภาคนี้เท่าที่ดูเสียงของคนที่ดูแล้ว ดูเหมือนว่าเสียงจะแตกเป็นสองส่วนว่ามันไม่ค่อยสนุกหรือไม่ก็บอกว่าสนุกมากไปเลย จริงๆส่วนตัวผมดูแล้วก็คงบอกว่ามันสนุกมากนะ แต่ผมก็เข้าใจคนที่บอกว่าไม่ค่อยสนุกอยู่เหมือนกัน เพราะอะไรกันนั้นเรามาดูกันครับ 

source : https://en.wikipedia.org/wiki/Macross_Delta

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

    ปี2067หลังเหตุการณ์ในมาครอสฟรอนเทียร์สิ้นสุดลง 8 ปี ณ.กลุ่มดาราจักรบริสซิงเกอร์ในทางช้างเผือกอันห่างไกล มีการระบาดของโรค VAR ที่ทำให้คนที่ติดโรคเกิดอาการคลุ้มคลั่งและใช้ความรุนแรงขึ้นมา มีเพียงเสียงเพลงของกลุ่มยุทธการเสียงพิเศษเหล่าไอดอล Vakure เท่านั้นที่จะสยบอาการของโรคลงได้ ณ.ดาวทะเลทรายอัลชาฮาลสาวน้อยชาวดาววินเดอเมียร์ เฟรยา วีออน ได้แอบหนีจากดาวของเธอเพื่อมาสมัครออดิชันเข้าวงวัลคิวเร่ เธอได้พบกับ ฮายาเตะ อิลเมลมัล ที่ทำงานพิเศษขนของอยู่ที่ดาวดวงนี้ ขณะนั้นเองก็เกิดการกำเริบของโรค VAR ขึ้นพร้อมๆกับการโจมตีจากกลุ่มเครื่องวัลคิวรี่ลึกลับ ตอนนั้นเองที่กลุ่มไอดอลวัลคิวเร่และหน่วยเดลต้าโดยร้อยโท มิราจ ฟาริน่า จีนัส ได้เขามาช่วยทั้งคู่ไว้ ทั้งสองจึงตัดสินใจเดินทางไปยังดาวแร็กน่าเพื่อเข้าร่วมกับองค์กรเคออสในการต่อสู้กับศัตรูลึกลับในคราวนี้


 

ความคิดเห็น:  

    ต้องบอกว่าคนที่จะดูภาคนี้ได้สนุกจะต้องดูมาครอสภาคก่อนหน้ามาให้ครบทุกภาคก่อนละครับ เพราะเรื่องนี้เหมือนกับว่ารวมรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มาจากภาคอื่นมาไว้เลยทีเดียว ถ้าคุณดูแค่ภาคฟรอนเทียร์แล้วมาดูภาคนี้เลยคุณอาจจะรู้สึกงงๆเกี่ยวกับเนื้อหาว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่ (จริงๆผมว่าภาคเดลต้านี่มันเป็นภาคต่อของมาครอสเซเว่นมากกว่าเป็นภาคต่อของฟรอนเทียร์ละนะ) สำหรับแฟนๆมาครอสแล้วภาคนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาครวมของดีของแต่ภาคมาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการสู้กันกลางอากาศ dog fight แบบมาครอสซีโร่ การสู้กันด้วยเสียงเพลงแบบมาครอสทู การที่พระเอกไม่ฆ่าใครและตัวละครที่คิดถึงจากมาครอสเซเว่น เนื้อเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบมาครอสฟรอนเทียร์ รวมถึงมีการกล่าวถึงพวกโปรโตคัลเจอร์มากกว่าภาคอื่นๆทีผ่านมาด้วย

ข้อด้อย : 

    เนื่องจากเขารวมเรื่องราวรายละเอียดไว้ค่อนข้างเยอะมาไว้ในเรื่องเดียว บางทีมันก็อาจจะเยอะเกินไป จนคนที่ไม่ได้ดูมาครอสแบบเก็บรายละเอียดมาก่อนก็อาจจะดูไม่รู้เรื่องได้ ตัวละครหลักภาคนี้ก็เยอะมากแถมโพล่มาทีเดียวแทบจะครบทุกตัว(พระเอกนางเอกAนางเอกBพวกวัลคีเร่อีกสี่คนหน่วยเดลต้าอีกสี่คนพวกภาคีอัศวินอีกหกคน)กว่าจะดูรู้เรื่องว่าใครเป็นใครทำอะไรก็ปาเข้าไปตอนที่ 4ที่ 5 นู้นแหละครับ ภาคนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เน้นรักสามเศร้าเท่าไร(เข้าใจว่าผู้สร้างเขาจงใจให้เป็นแบบนั้นละครับ)ก็เลยไม่ค่อยมีฉากใจเต้น ไม่มีการพลิกโพลอะไร พวกติดพล็อตรักสามเศร้าก็อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไร ส่วนด้านเพลงประกอบเพราะว่ามันเป็นวงไอดอลเพลงมันก็เลยอาจจะไม่ค่อยเด่นมากเท่าที่ควร แต่พอผมลองไปฟังซ้ำไปซ้ำมามันก็ติดหูดีนะ โดยเฉพาะเสียงร้องของมิกุโมะนี่เรียกได้ว่าเด่นมาก น่าจะร้องเพลงแนวบลูหรือแจ็สได้ดีทีเดียวแหละ

    ส่วนตอนจบค่อนข้างจะจบเร็วไปหน่อย ตัวบอสก็ตายง่ายไปนิดนึง (แต่เขาก็ไปแก้ตัวในภาคหนังใหญ่ละนะ)ผมแนะนำให้ดูภาคหนังใหญ่ทั้งสองเรืื่องต่อละครับ น่าจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น(แต่เตือนไว้ก่อน ระวังดูจบแล้วน้ำตาจะไหลไม่รู้ตัวนะจ๊ะ)

 *** Spoiler Alert ต่อไปผมจะเขียนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของภาคนี้และหนังใหญ่รวมถึงภาคก่อนหน้าด้วย ถ้าใครไม่อยากจะถูกสปอยล์ก่อนก็ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้นะครับ 

    1. Who is Lady M.? ดูแรกๆผมเดาว่าเลดี้เอ็มนี่น่าจะเป็นมิเลนหรือมิเรียมากกว่า ด้วยที่ว่าถ้าเป็นมินเมย์นี่น่าจะแก่เกินไปแล้วสำหรับภาคนี้(จริงๆก็น่าจะ70-80กว่าๆเหมือนเฮียแม็กซ์นะแหละ มิเรียนี่ว่าเป็นเมลทราดี้อาจจะแก่ช้ากว่าคนธรรมดาก็ได้) แถมดูเหมือนว่าเลดี้เอ็มจะมีอิทธิพลในวงการทหารของกองทัพร่วมด้วย สามารถสั่งหรือขอร้องให้ชะลอคำสั่งให้ระเบิดโบราณสถานได้นี้ก็ต้องเป็นระดับบิ๊กๆแหละ(ซึ่งลินน์มินเมย์ก็คงจะไม่มีบทบาทอะไรแบบนี้)แต่พอเขาเฉลยในภาคหนังใหญ่ Zettai Live !!ว่า M เนี่ยคือ Megaroad-1 น่ะแหละ ซึ่งเมก้าโรดวันนี่คือยานอพยพพลเมืองลำแรกที่ออกเดินออกจากโลก ซึ่งบนนั้นมีมิสะกับฮิคารุและลินน์มินเมย์ไปด้วย(ก็แปลกๆอยู่ว่าสามคนนี่ยังคบกันกันได้อยู่หน่อ)ซึ่งปรากฏว่ายานมันเกิดหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ฉนั้นแล้วเลดี้เอ็มก็คงหมายถึงทั้งมิสะและมินเมย์นะแหละ(สังเกตุตอนที่ตัวร้ายยิงลำแสงใส่เมก้าโรดวันจะมีเงาคนสองคนอยู่ละนะ)

    2. ในตอนจบซีรี่ย์ทีวีของภาคฟรอนเทียร์ จะมีอยู่ฉากนึ่งที่เจ้าของหน่วย S.M.S ที่เป็นมนุษย์ยักษ์แกเปิดล็อกเก็ตที่มีรูปของมินเมย์อยู่แล้วเหมือนจะเศร้าเสียใจอะไรบางอย่างด้วย ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่ามันแปลกๆเพราะเราก็ไม่ทราบเหตุว่าทำไมเขามาร่วมขบวนการที่จะจัดการกับวาจูร่าด้วย แต่ผมก็ติดใจกับประโยคของแคลร์ที่ว่า"ใครที่ควบคุมวาจูร่าได้ก็เหมือนกับได้พลังของพระเจ้า สามารถไปมิติไหนก็ได้ ข้ามผ่านกาลเวลาได้ หรือแม้แต่จะเอาคนที่ตายไปแล้วกลับมาก็ยังได้" ซึ่งมันก็ทำให้คิดไปได้ว่าหรือจริงๆเจ้าของ S.M.S นี่อาจจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของลินน์มินเมย์ ก็เลยพยายามจะเข้าควบคุมวาจูร่าเพื่อที่จะพาลินน์มินเมย์กลับมาอีกครั้งก็เป็นได้(จริงๆเมก้าโรดวันอาจจะไม่เคยหายไปไหนแต่เพราะเหตุการณ์ที่วาจูร่าถูกมนุษย์ควบคุมได้นี่แหละที่ทำให้เมก้าโรดวันถูกพาข้ามมิติกาลเวลามาอยู่ในยุคของมาครอสเดลต้า มิสะกับมินเมย์ก็เลยอาจจะไม่ได้แก่ลงเลยก็เป็นไปได้นะ)

    3.จากคำพูดของอีตาแขกขายอาวุธนี่ การเคลื่อนไหวของ Lady M เนี่ยดูเหมือนจะเริ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ต่อสู้กับวาจูร่า(ซึ่งก็ตรงกับข้อสังเกตุในข้อ2.) เพียงแต่ว่าเมก้าโรดวันนี้อาจจะติดอยู่ในมิติปริภูมิย่อย(เริ่มยากแหละ)ก็เลยออกมาไม่ได้ก็เป็นได้(ใครงงๆว่ามันเป็นยังไงให้ดูเรื่อง Interstellaตอนที่ตัวเอกไปติดอยู่หลังตู้หนังสือน่ะแหละ)ก็เลยอาจจะทำได้แค่ทำการสื่อสารกับคนของเคออสให้ช่วยทำนู้นทำนี่ให้ ซึ่งมิติที่ติดอยู่นี่อาจจะเหมือนหรือคล้ายๆกับวิมานหรือสวรรค์ของเทพเจ้า(โปรโตคัลเจอร์?)ที่สามารถมองเหตุเหตุการณ์ความเป็นไปในจักวาลมาครอสได้ เลดี้เอ็มถึงได้ส่งข้อความเตือนหรือรู้ได้ทันท่วงทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้ไง

    4.ตอนท้ายๆในมาครอสเซเว่นมีการจัดตั้งหน่วยยุทธการเสียงพิเศษ Jamming Birds ขึ้น(เพราะบาซ่าร่าไม่ยอมทำตามคำสั่งกองทัพ ทางกองทัพก็เลยบอกว่าไม่ง้อก็ได้ตั้งวงใหม่ขึ้นมาเองเลยละกัน)ซึ่งหน่วยนี้ก็ดูเหมือนจะไปไม่รอดในตอนนั้น แต่ผมว่ามันก็กลายเป็นต้นแบบของวงวัลคีเร่นี่แหละ มีการฝึกให้วิ่งไปร้องเพลงไปเหมือนกันด้วย แถมมีข่าวว่ามิเลนเข้าเทคโอเวอร์วงแจมมิ่งเบิร์ดนี่ภายหลังเพื่อจะแก้เผ็ดบาซ่าร่า(ถึงมันจะอยู่แค่การ์ตูนเสริม Mylene Beat ไม่อยู่ในภาคหลักก็เหอะ)ก็เลยทำให้คิดไปไกลว่าเลดี้เอ็มนี่คือมิเลน แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่อะนะ

Source : https://macross.fandom.com/wiki/Jamming_Birds

Source : https://macross.fandom.com/wiki/Jamming_Birds


    5.ในซี่รี่มาครอสนี่จริงๆมีตัวละคร LGBTQ+ อยู่ตลอด แต่ภาคเดลต้านี่น่าจะเป็นภาคแรกที่มีบทที่ดูคล้ายๆว่าจะเป็นความรักแบบ LGBTQ+ อยูู่ ซึ่งก็คือเรนะกับมากินะน่ะแหละ เห็นจับมือกันตลอด ส่วนฝ่ายชายที่ออกจะวายๆนี่ก็เหมือนจะมีอะไรลึกๆระหว่างนายกรอยด์กับท่านอัศวินขาวคีสละนะ แต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนอะไรขนาดนั้น อนิเมะสมัยนี้นิดๆหน่อยๆก็ต้องใส่บทแบบนี้เขามาแหละ

    6.สำหรับคนที่ว่าภาคหนังใหญ่นี่ไม่มีอะไร เป็นแค่เอาภาพจากทีวีซีรี่มาตัดต่อเปลี่ยนบทนิดหน่อย มันก็จริงละครับ เพราะภาคหนังใหญ่ของมาครอสเนี่ยส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนเหล้าเดิมในขวดใหม่แต่เขาก็จะตัดบทหรือเพิ่มบทเพิ่มเพลงให้คนดูเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น(อารมณ์เหมือนละครคู่กรรมฉายทางทีวีเสร็จแล้วเรายังไปทำหนังคู่กรรมฉายทางโรงหนังต่อน่ะแหละนะ) มันก็เลยอาจจะเหมาะกับคนที่ไม่เคยดูซีรี่ทางทีวีมาก่อน คนที่ดูแบบไม่ครบทุกตอน หรืออาจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่อาจจะอยากเห็นฉากต่อสู้กลางอากาศบนจอใหญ่อีกทีก็ได้ (ถ้าคุณพอใจบทสรุปในทีวีซีรี่แล้วก็ไม่ต้องดูภาคหนังโรงก็ได้อะนะ) จะมีก็แค่หนังใหญ่ของมาครอสเซเว่นเท่านั้นแหละครับที่เป็นตอนพิเศษที่เอาฉายควบกับมาครอสพลัสฉบับโรงภาพยนตร์น่ะ

    กล่าวโดยสรุป จะเห็นได้ว่ามาครอสเนี่ยมันมีความลึกซึ้งในเนื้อหามากๆ ทั้งเรื่องความเป็นไซไฟ เนื้อหาที่อิงมาจากความเป็นจริงในประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ของตัวละครในแต่ละภาค ซึ่งถ้าจะดูให้สนุกคุณต้องดูแบบคิดวิเคราะห์แยกแยะไปด้วยละครับ ถ้าดูเอาเพลินๆเฉยๆก็อาจจะคิดไปได้ว่ามันเป็นแค่หนังไซไฟน้ำเน่ารักสามเศร้าที่มีคนร้องเพลงกับหุ่นยนต์ยักษ์แปลงร่างได้ได้นะ ฮึๆ 

 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Anime No.9 : Mobile Suit Gundam: The Witch from Mercury 機動戦士ガンダム 水星の魔女

 สวัสดีครับ หลังจากที่รีวิวมาครอสไปสองภาคแล้วก็เลยคิดว่าจะรีวิวกันดัมดูบ้าง บอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นแฟนมาครอสมากกว่าก็เลยอาจจะไม่ได้อินกับกันดัมสักเท่าไร เรื่องกันดัมที่เคยดูแรกสุดเลยก็คงเป็นภาคแรกอามุโร่ตอนที่เขามาฉายช่องเจ็ด สมัยนั้นเด็กมากเลยดูไม่รู้เรื่องเท่าไร เลยวัยนั้นมาหน่อยก็เป็นกันดัมวิงที่มาฉายทางช่องเก้า ก็สนุกดีนะรู้สึกเหมือนดูสามก๊กเวอร์ชันโมบิลสูท(ผมว่ามันเป็นกันดัมเวอร์ชันบอยแบนด์ละนะ) หลังจากนั้นมากันดัมเรื่องล่าสุดที่ได้ดูก็คือภาค Mobile Suit Gundam: The Witch from Mercury 機動戦士ガンダム 水星の魔女 แม่มดจากดาวพุธนี่แหละครับ เรื่องราวจะเป็นยังไงมาดูกัน

source : https://gundam.fandom.com/wiki/Mobile_Suit_Gundam_the_Witch_from_Mercury

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

     ในปีอวกาศที่ AS101 มีการคิดค้นระบบGUNDซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อระหว่างสมองมนุษย์กับเครื่องจักรทำให้สามารถควบคุมโมบิลสุทได้มีประสิทธิภาพราวกับว่าเป็นอวัยวะของตัวเอง แต่ระบบนี้ทำให้ร่างกายนักบินได้รับภาระหนักส่งผลให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เลยมีการแบนและล่าสังหารกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองนี้อย่างโหดเหี้ยม

    ต่อมาในปีอวกาศที่ AS122 นักเรียนใหม่ ซูเล็ทต้า เมอร์คิวรี่ ก็ได้เดินทางมาจากดาวพุธพร้อมกันกันดัม Aerial(ซึ่งเธอก็บอกว่าไม่ใช่กันดัมนะจ๊ะ)เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเทคนิคอวกาศแอสติคาสเซีย ที่นั้นเองเธอได้พบกับ มิโอริเน่ เรมบราน ลูกสาวประธานเบเนริทกรุ๊ป กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี่อวกาศที่ผูกขาดการค้าแบบเบ็ดเสร็จ มิโอริเน่พยายามจะหนีจากกฎที่พ่อของเธอให้มีการดวลโมบิลสูทกัน ผู้ชนะคนสุดท้ายจะได้เป็นเจ้าบ่าวของมิโอริเน่ จับพลัดจับผลูซูเล็ตต้าก็สามารถชนะ กูเอล เจ๊ตเติร์ก แชมป์คนก่อนไปได้เลยทำให้ซูเล็ตต้าได้ตำแหน่งว่าที่เจ้าบ่าวของมิโอริเนไปครอง ซูเล็ตต้าจึงต้องพยายามรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้  

 



ความคิดเห็น:  

    ต้องบอกว่าตอนดูซีซันแรก ผมว่าเนื้อเรื่องสนุกมาก มีการใส่ความเป็นยูริ(จนได้รับฉายาว่า Space Yuriด้วยซ้ำไป) ภาพสวยเนื้อเรื่องก็เดินได้ไหลลื่นดี เพลงประกอบก็อลังการ แม้ตอนท้ายซีซันจะมีดราม่าตบมะเขือเทศแตกแดงฉานอยู่บ้างผมก็ไม่ว่าอะไรเพราะผมรู้อยู่แล้วว่ากันดัมมันไม่ใช่การ์ตูนสำหรับเด็ก แต่พอดูซีซันสอง ผมรู้สึกว่ามันเหมือนหนังคนละม้วน เหมือนเปลี่ยนเป็นแนวดาร์กไปเลย แถมดูแล้วก็ยังงงๆกับเหตุผลของตัวละครว่าจะทำยังงั้นไปทำไมหว่า(หรือต้องทำขนาดนั้นเลยรึ) โดยเฉพาะ"คุณแม่(ลากเสียงยาว)"ที่ไม่รู้จะวางแผนให้มันซับซ้อนไปอะไรกันนักหนา ตกลงจะเป็นศัตรูกับใครกันแน่ละหว่า ? (ถ้าให้ดาวเฉพาะซีซันแรกผมคงให้สักสี่ห้าดาวแหละครับ แต่พอรวมกับซีซันสองที่มันมีจุดที่รู้สึก"อีหยังหว่า"เยอะไปหน่อยก็เลยขอลดดาวลงมาเหลือสามดวงละกันครับ)

ข้อด้อย : 

    ก็อย่างที่บอกว่าผมเป็นแฟนมาครอสมากกว่า ที่ผมไม่ค่อยชอบกันดัมเพราะเนื่อเรื่องมันไม่ค่อยมีอะไร ส่วนใหญ่พล็อตก็จะเป็นสงคราม การแก้แค้น คอรัปชัน ความเลื่อมล้ำ การหักหลัง(วัยรุ่นบ้าการเมืองสมัยนี้น่าจะชอบกันก็ได้นะ)แล้วก็เน้นที่ตัวกันดัมหรือโมบิลสูทมากกว่าเนื้อเรื่องด้วยซ้ำไป (ผมว่าเขาคงอยากจะขาย Gunpla ซะมากกว่าละนะ เลยออกภาคใหม่มาบ่อยเหลือเกิน) ภาคนี้ก็เหมือนกัน แม้จะใส่ความเป็นยูริ(หญิงรักหญิง)เข้ามาแต่ก็ไปไม่สุด เหมือนจะทำเป็นรักสามเศร้า(แบบมาครอส)ระหว่างมิโอริเน่ ซูเล็ตต้า แล้วก็กูเอล แต่ดูแล้วก็เดาออกแหละว่าเจ้าสาวจะเลือกใคร แถมโมบิลสูทที่ประทับใจก็มีแค่แอเรียลของซูเลทต้าตัวเดียวด้วย(ตัวอื่นๆเหมือนมาให้แอเรียลเชือดทิ้งเท่านั้นแหละ)จะให้นึกชื่อตัวอื่นๆให้ออกตอนนี้ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ(พลาโมเดลของตัวอื่นนี่จะขายได้หรือเปล่าหว่า?) ตอนท้ายๆก็ดันให้มีกัมดัมโพล่มาจากไหนไม่รู้อีกสองตัว ประมาณว่าบังเอิญบริษัททำเอาไว้ประดับสวนน่ะ เฮอๆ

    แน่นอนว่าสำหรับแฟนๆกันดัมยังไงก็คงจะชอบเรื่องนี้ละครับ เอาเป็นว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวของผมแล้วกัน อย่าโกรธอย่าดราม่ากันนะครับ สำหรับตัวละครที่ผมชอบกลับเป็นว่าผมชอบ กูเอล เจ๊ตเติร์ก มากกว่าครับ เพราะเรื่องที่เขาเจอนี่ก็โหดๆทั้งนั้น แต่เขากับลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้งด้วยตัวของเขาเอง แถมยังเป็นคนที่เสียสละตอนท้ายๆเรื่องด้วย ผมว่าเขาเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่น่านับถือเลยทีเดียว (เทียบกับเรื่องที่สองสาวยูริเจอมันก็เลยเบเบ้ไปเลย ถ้าจะชอบอีกอย่างก็คงจะเป็นปรัชญานับนิ้ว"ถ้าหนีก็จะได้อย่างเดียว แต่ถ้าเดินหน้าก็จะได้สองอย่าง"ของคุณแม่ละนะ คงคิดได้ตอนที่ไปของเซลล์แหงๆ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ซื้อสองได้สี่ อะไรประมาณนั้น เฮอๆ )  

 

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์คำพูดของเฟย์ครับ ->


      

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Anime No.8 : How Heavy Are the Dumbbells You Lift? ダンベル何キロ持てる?

 สวัสดีครับ วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาออกกำลังกายกับสาวๆดูบ้างดีกว่า สำหรับเรืื่องที่จะรีวิวในวันนี้ก็คือเรื่อง  How Heavy Are the Dumbbells You Lift? ダンベル何キロ持てる? แปลเป็นไทยได้ว่าคุณยกดับเบลหนักเท่าไร(อนิเมะสมัยนี้ก็นิยมตั้งชื่อยาวๆกันละนะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน) มาลองดูกันครับ

source : https://dumbbell-nan-kilo-moteru.fandom.com/wiki/Danberu_Nan-Kiro_Moteru%3F

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของสาวน้อยมัธยม ฮิบิคิ ซากุระ ผู้ที่โดนเพื่อนทักว่าหมู่นี้ชักจะพองๆขึ้นนะ เธอจึงตัดสินใจจะไดเอ็ทแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดเพราะนิสัยกินแหลกนี่แหละ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจไปเข้ายิม Silverman Gym ดูเผื่อว่าจะสามารถลดน้ำหนักได้ ซึ่งที่นั่นเธอก็ได้พบกับ อาเคมิ โซริวอิน ประธานนักเรียนและนักเรียนดีเด่นที่แสนจะเลิศเลอเพอเฟคค์(แต่ดันเป็นสาวคลั่งนักกล้าม)ที่ก็มาลองออกกำลังกายด้วย ซึ่งทั้งคู่ก็โดนหนุ่มนักกล้ามสุดหล่อเทรนเนอร์ประจำยิม มาจิโอะ นารุโซะ ตกไปเป็นสมาชิกของยิมจนได้ พวกเธอจึงได้เริ่มออกกำลังกายกันแบบจริงๆจังๆกันซะที

 



ความคิดเห็น:  

    เรื่องนี้จะพาคุณเขาสู่โลกแห่งการออกกำลังกาย ทั้งในยิมและอะไรที่ทำเองได้ที่บ้านด้วย เรียกได้ว่าดูแล้วคุณจะอยากออกกำลังกายเพาะกล้ามกันขึ้นมาเลยทีเดียว ในเรื่องมีการให้ความรู้เกี่ยวกับท่าต่างๆที่จะเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายส่วนนั้นส่วนนี้ ซึ่งก็เป็นความรู้ที่ค่อนข้างจะทันสมัยเลยทีเดียว เช่น เรื่องการที่ไม่ควรจะยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นการวอร์มอัพร่างกายก่อนการออกกำลังกาย เรื่องนี้เองก็พึ่งมีผลวิจัยออกมาเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ถือได้ว่าดูไว้ก็ได้ความรู้ดีทีเดียวครับ

ข้อด้อย : 

    เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีสาวๆเป็นตัวเอก เวลาออกกำลังกายกันมันก็จะมีเสียงหายใจกันหนักหน่วงชวนสยิวไปหน่อย ฟังแล้วชวนจะให้เข้าใจผิดอยู่เหมือนกัน(เวลาดูถ้าเปิดเสียงดังระวังคนข้างห้องจะเข้าใจว่าเราดูอย่างอื่นอยู่อะนะ) มีการอธิบายการใช้งานเครื่องออกกำลังกายซึ่งก็เหมือนจะเป็นการขายของชวนให้เข้ายิมอยู่เหมือนกัน(จนๆอย่างผมชกลมอยู่บ้านนิแหละ เฮอๆ) 

     นอกจากนี้โดยรวมก็ต้องถือว่าเรื่องนี้เป็นอนิเมะที่ดูสนุกดีมีความรู้แถมให้ด้วย มุกตลกก็ฮาดีมีการล้อเลียนหนังอนิเมะเก่าๆในตำนานอยู่บ้าง คิดว่าคนที่อยากจะหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายน่าจะลองดูเรื่องนี้ดูนะครับ คุณอาจจะลุกขึ้นเปลี่ยนตัวเองเหมือนกับฮิบิคิจังบ้างก็ได้

 ปิดท้ายขอขายของละครับ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบขอรับ ->


 

วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Anime No.7 : Macross 7 マクロス7

 สวัสดีครับ พูดถึงเลข7ก็นึกถึงเรื่องนี้เลย Macross 7 ซึ่งเป็นอนิเมะที่ผมดูตอนเป็นวัยรุ่น(น่าจะสักม.4ม.5) พากษ์ไืทยฉายทางช่อง 7 สมัยนั้นก็เรียกได้ว่าดังในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากช่วงนั้นติดธุระบ้างติดสอบบ้างก็เลยดูไม่ค่อยจะได้ดูต่อเนื่องเท่าไร พอดีช่วงนี้ว่างๆหลังจากดู Macross Frontier เสร็จแล้วก็เกิดอยากย้อนไปดู Macross 7 ขึ้นมาก็เลยลองไปหามาดูจนจบครบทุกตอน มันทำให้ผมยิ่งประทับใจมากขึ้น เรื่องราวจะเป็นยังไงมาลองดูกันครับ

source : https://macross.jp/series-detail/macross7/

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

     เรื่องราวของกองยานสำรวจที่ 37 ชื่อกองยานมาครอสเซเว่น ในปีค.ศ 2045 กองยานก็ได้เผชิญหน้ากับศัตรูลึกลับโปรโตเดวิลที่มาดูดพลังชีวิตของประชาชนในกองยาน ในระหว่างการต่อสู้นั้นก็ได้มียานวัลคีรี่สีแดงมาก่อกวนด้วยการร้องเพลง ทำให้ร้อยโท แกมลิน คิซากิ ไม่พบใจอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต่อมาจึงรู้ว่าคนขับวัลคีรี่สีแดงนั้นก็คือ บาซ่าร่า เน็คคิ นักร้องนำเพลงร็อคแห่งวง Fire Bomber ซึ่งมีสมาชิกสี่คน ได้แก่ มิเลน แฟร์ จีเนียส มือเบส เรย์ เลิฟร็อค มือคีย์บอร์ด และ วีฮีด้า มือกลอง การใช้เสียงเพลงเพื่อสยบสงครามจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


 

ความคิดเห็น:  

    ตอนดูสมัยก่อนตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเป็นอนิเมะแนวสงครามไซไฟอวกาศหุ่นยนต์แปลงร่างทั่วๆไปแหละ พระเอกเท่ดีเพลงก็มันส์สะใจสไตล์ชาวร็อค แต่พอมาย้อนดูอีกทีตอนเป็นผู้ใหญ่ผมถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้เยอะ เพราะพระเอกบาซาร่าเนี่ยเป็นพระเอกในอนิเมะแนวสงครามที่ไม่ฆ่าใครเลยสักคนเลย !! ซึ่งหาไม่ได้แล้วสำหรับพระเอกในยุคนี้(พระเอกสมัยนี้ฟันคออสูรขาดแล้วค่อยมานั่งสงสารอะนะ) เรียกได้ว่าบาซ่าร่าเป็นพระเอกแห่งสันติภาพในอุดมคติเลยทีเดียว คำพูดของเขาที่ว่า 戦争なんてくだらねぇぜ!俺の歌をきけぇ = "สงครามอะไรนั่นมันไร้สาระ จงฟังเพลงของฉันซะ"มันยังคงก้องอยู่ในหัวใจของผมอยู่เลยบอกตง  

    นอกจากเพลงของวง Fire Bomber จะมันส์มากแล้ว ยังเป็นภาคที่มีเพลงของศิลปินคนอื่นๆอยู่ด้วยเช่นเพลง Galaxy ของอลิซฮอลิเดย์ เพลงจากมาครอสภาคแรกและ macross II ตัวละครต่างๆก็มีมิติมีเรื่องราวของตัวเอง มุกตลกดูอีกรอบก็ยังฮาอยู่ดี เรียกได้ว่าเขาอัพเกรดจากมาครอสภาคแรกขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว

ข้อด้อย : 

    สำหรับข้อด้อยก็แน่นอนว่ามันเป็นการ์ตูนเก่าสมัยก่อนปี2000 ภาพยังเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสสำหรับทีวีสมัยนั้น แถมยังใช้ภาพซ้ำๆอย่างฉากรบกันฉากแปลงร่างอะไรแบบนั้น ตัวเนื้อเรื่องมีการแบ่งตอนเยอะจนอาจจะเดินเรื่องช้าไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับอนิเมะสมัยนี้ แล้วก็คิดว่าเขาลดความเข้มข้นเนื้อหาลงเพื่อให้เด็กๆดูได้ด้วยละนะ แต่โดยรวมก็ยังถือว่าดูได้สนุกอยู่ดีละครับ (จริงๆอยากให้เขาใช้ AI มาลองวาดภาพใหม่ให้มันทันสมัยขึ้นก็น่าจะดีนะ)

*** Spoiler Alert *** ต่อไปผมจะเขียนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่ดูมา ถ้าใครยังไม่ได้ดูแล้วไม่อยากถูกสปอยล์ก่อนก็ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้นะครับ

    1. ส่วนตัวผมว่าบาซ่าร่านี่เหมือนกับเป็นพระหรือนักบวชเลยทีเดียว เพราะนอกจากเขาจะไม่ฆ่าใครแล้ว เขายังเกลียดความรุนแรงทุกรูปแบบ(มีหลุดๆบ้างสองสามครั้งก็เหอะ) เป็นคนรักเด็กเมตตาสัตว์แถมไม่สนใจผู้หญิง(ในเชิงชู้สาว)อีกต่างหาก การที่ตอนเด็กๆเขาร้องเพลงหน้าภูเขาท่ามกลางพายุ(หวังว่าซักวันเสียงเพลงของเขาจะขยับภูเขาได้)มันก็เหมือนกับการฝึกตนของพระเซนหรือเซียนอีกต่างหาก(นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่เขาเข้าถึงสภาวะ Anima Spiritia ได้ก็เป็นได้)

    2. ผมดูๆไปแล้วก็เกิดสงสัยว่าจริงๆแล้วบาซาร่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันแน่? มีอยู่ตอนนึงที่แกมลินบอกกับมิเลนว่าบาซาร่าเขาบังคับวัลคีรี่ไปร้องเพลงไปได้แถมหลบกระสูนได้คล่องแคล่วอีกต่างหาก ในฐานะนักบินคงต้องยอมรับว่าบาซาร่าเก่งกว่าเขามาก แถมอาจจะเก่งกว่าแม็กซ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักบินอัจฉริยะเสียอีก มันก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วใครเป็นคนฝึกให้บาซ่าร่า จะว่าเป็นเรย์ก็คงไม่ใช่เพราะเรย์ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น ในอีกตอนต่อมาที่มีข่าวลือว่าบาซ่าร่าเป็นลูกลับๆของฮิคารุ(พระเอกภาคแรก)กับลินมินเมย์ (ได้พ่อแม่มาเขาถึงร้องเพลงเก่งแถมขับวัลคีรี่ได้ดีอีกไง) ซึ่งบาซ่าร่าก็เหมือนจะบอกว่าไร้สาระ แต่ผมก็เอะใจเลยย้อนกลับไปดูตอนที่เขาถ่ายหนังเรื่องเกี่ยวกับลินมินเมย์ ในตอนนั้นมิเลนต้องเล่นเป็นมินเมย์ส่วนบาซ่าร่าต้องเล่นเป็นฮิคารุ ผมสังเกตุว่าบาซาร่าเหมือนจะอารมณ์เสียตั้งแต่ต้นเรื่อง(จริงๆแกก็อารมณ์เสียตลอดเรื่องแหละ)แต่ดูเหมือนจะมีเหตุผลอะไรบ้างอย่างลึกๆที่บอกไม่ได้เหมือนกัน แถมพอพูดถึงลินมินเมย์บาซ่าร่าก็เหมือนจะทำหน้าเหม่อๆเศร้าๆยังไงบอกไม่ถูก หรือไอ้ข่าวลือที่ว่ามันจะจริงซะละมั้ง ?? (ตอนแรกผู้สร้างอาจจะเขียนบทให้บาซ่าร่าเป็นลูกลับๆของลินมินเมย์กับฮิคารุก็เป็นได้แต่ตอนหลังคงเปลี่ยนใจให้แค่ว่าเป็นเด็กกำพร้าคนนึงมีที่มาที่ไปเป็นปริศนาแทนก็เป็นได้นะ ผมคิดเอาเองน่ะ)


 

    3. เท่าที่ดูซีรีย์มาครอสมาผมว่าสาวๆสะพานเดินเรือของเรื่องมาครอสเซเว่นนี่แหละแจ่มที่สุดแล้ว แม้แต่ภาคหลังๆทำมาก็ยังออกแบบมาสวยสู้ไม่ได้อยู่ดี ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (เฮียแม็กซ์แกน่าจะคัดแต่คนสวยๆระดับมิสมาครอสมาแหละ เฮอๆ)  

       


source : https://macross.fandom.com/wiki/Macross_Operators

    4. ถ้าถามว่าชอบตัวละครหญิงคนไหนมากที่สุด ถ้าเป็นตอนที่ดูครั้งแรกก็ต้องบอกว่าชอบมิเลนมากที่สุดละครับ เพราะเธอเป็นนางเอกประเภทแก่นแก้วแสนซนเอาแต่ใจตัวเอง(แนวลูกสาวกำนันว่างั้น)ซึ่งก็ว่าน่ารักดีแหละ แต่พอดูอีกรอบ ผมว่าแก่ๆไปแนวโน้มมิเลนน่าจะขี้บ่นขี้ยัวะเหมือนแม่เขาก็ได้นะ(นิสัยตอนโกรธก็เหมือนกันเปี๊ยบด้วย) ผมก็เลยสนใจตัวละครอีกคนที่ไม่มีบทพูดอะไรเท่าไร ไม่ ไม่ใช่วีฮีด้าหรอกครับ แต่เป็นสาวน้อยช่อดอกไม้(花束少女)ต่างหากละ ผมว่าเธอเป็นสาวน้อยที่มีความอดทนและมีรักแท้ชื่นชมในตัวบาซ่าร่ามากๆ ไม่ว่าบาซ่าร่าจะไปไหนเธอก็จะตามไปให้กำลังใจเสมอ(สมัยนี้อาจจะเรียกได้ว่าอีกนิดนึงก็เข้าขั้นเป็นสโตรกเกอร์แล้วก็เฮอะ) จริงๆผมก็อยากให้เขาสร้างตอนพิเศษให้สาวน้อยช่อดอกไม้สักหน่อยก็ยังดีนะ ความพยายามเยอะซะขนาดนั้น (เฉลยปริศนา เสียงพากษ์ของสาวน้อยช่อดอกไม้กับซิวิลเนี่ย... เป็นคนเดียวกันครับ)



 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Anime No.6 : Taisho Otome Fairy Tale 大正処女御伽話

 สวัสดีครับ สัปดาห์ที่แล้วแนะนำเรื่องสำหรับสายดาร์คไปแล้ววันนี้ก็ขอแนะนำเรื่องสำหรับสายหวานหน่อยละกัน คิดว่าคุณผู้หญิงคงจะชอบกัน สำหรับเรื่องที่จะแนะนำในวันนี้นั้นก็คือ Taisho Otome Fairy Tale 大正処女御伽話 (รู้สึกชื่อไทยจะชื่อเรื่องเล่าของสาวน้อยยุคไทโช) เรื่องราวจะเป็นอย่างไรลองมาดูกันครับ

Source : https://taisho-otome-fairy-tale.fandom.com/wiki/Taisho_Otome_Fairy_Tale_(Anime)

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคไทโช(เทียบกับบ้านเราก็ประมาณรัชกาลที่ 5-6 แหละ เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นรับวัฒธรรมตะวันตกเข้ามาแล้วมีไฟฟ้ามีรถไฟมีห้างสรรพสินค้า ก็เป็นยุคเดียวกับในเรื่องดาบพิฆาตอสูรละนะ) ทามาฮิโกะ ชิมะ ลูกชายคนเล็กของตระกูลชิมะอันร่ำรวยและทรงอิทธิพล วันหนึ่งเขาเจออุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้สูญเสียคุณแม่และก็บาดเจ็บหนักจนแขนขวาพิการจนถึงขั้นขยับไม่ได้ ทางครอบครัวจึงตัดหางปล่อยวัดให้เขาไปอยู่ในบ้านพักต่างจังหวัด(แถวๆชิบะห่างจากกรุงโตเกียวไปหน่อย) ด้วยความสิ้นหวังทามาฮิโกะจึงใช้ชีวิตอยู่แบบซักกะตายไปวันๆ กลายเป็นคนซึมเศร้าและมองโลกในแง่ร้าย  จนวันหนึ่งทางครอบครัวส่ง ยูซึกิ ทาจิบานะ สาวน้อยซึ่งทางตระกูลชิมะใช้เงินซื้อมาให้เป็นเจ้าสาวของทามะฮิโกะได้เข้ามาดูแลเขา ด้วยความสดใสร่าเริงของเธอจึงทำให้ทามะฮิโกะค่อยๆเปิดใจและกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง ซึ่งทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆนาๆในเวลาต่อมา


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็จะออกแนวย้อนยุคแนวละครพีเรียด ถ้าสมัยก่อนใครชอบนางเอกประเภทโอชินหรือแม่พลอยก็น่าจะพอเข้าใจ เรื่องนี้ก็ประมาณนั้นแหละครับ มันก็แสดงให้เห็นค่านิยมอะไรหลายๆอย่างของคนญี่ปุ่นสมัยก่อนด้วย เช่น เรื่องการใส่กิโมโนที่ถ้าหน้าอกใหญ่ไปจะใส่ได้ไม่สวยต้องเอาผ้ารัดหน้าอกไว้(ใส่แล้วต้องเห็นเป็นทรงกระบอกถึงจะสวย) การที่เด็กๆต้องออกไปทำงานเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่เลย การที่ภรรยาต้องเชื่อฟังดูแลสามีอย่างดี หรือเรื่องการซื้อตัวเจ้าสาวมาให้แต่งงานโดยไม่ต้องมีความรักกันก็ตามที ว่าที่จริงตัวยูซึกิเองก็เป็นนางเอกประเภทที่สดใสร่าเริงทั้งๆที่เจอเรื่องเลวร้ายอะไรหลายอย่างเหมือนกัน ก็แสดงให้เห็นถึงผู้หญิงในอุดมคติของคนญี่ปุ่นว่าควรจะเข้มแข็งและอ่อนโยนไปด้วยในตัวละนะ (ซึ่งก็หาได้ยากแล้วละในชีวิตจริง)

ข้อด้อย : 

    พูดถึงข้อด้อยก็คงเป็นเรื่องที่พล็อตเรื่องมันเดาได้ง่ายไปสักหน่อย เพราะมันเป็นอนิเมะเด็กผู้หญิงก็เลยเหมือนละครหลังข่าวบ้านเราจะไม่มีการหักมุมอะไรเท่าไร แต่ถ้าให้ดูเพลินๆสำหรับผู้ชายก็คงดูได้แหละครับ (แค่ระวังน้ำตาลจะขึ้นเอาก็แล้วกัน เฮอะๆ) 

    ว่าที่จริงสมัยนี้อนิเมะแนวย้อนยุคนี่ก็หาดูได้ยากแล้ว (ถ้าไม่นับแนวปราบอสูรหรือซามูไรตีกันละก็นะ)ถ้าอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาดูอะไรเบาๆหวานๆย้อนไปคิดถึงญี่ปุ่นสมัยโบราณบ้าง ลองมาดูเรื่องนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ เพลงประกอบก็เพราะดีด้วย

 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->