วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2567

Anime Special 13 : อนิเมะรีเมคกำลังจะมา アニメのリメイクについて

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ในแวดวงการอนิเมะดูเหมือนจะมีข่าวการประกาศ"รีเมค"การสร้างอนิเมะในช่วงยุค 80-90 กลับมาทำใหม่กันเรื่อยๆ มันก็เป็นเรื่องน่าแปลกว่าทำไมเขาเอาเรื่องเก่าๆที่คงจะไม่ได้เข้ายุคเข้าสมัยแล้วกลับมาทำให้ดูกันอีก ผมลองนึกๆเหตุผลดูก็เลยของมาเขียนเอาไว้ณ.ที่นี้ก็แล้วกันครับ (ปล.เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ อาจจะไม่ถูกใจไม่ถูกต้องก็ต้องขออภัยมาณ.ที่นี้ด้วยจ้า)

credit : spice & wolf

 

1. ความซ้ำซากของอนิเมะยุคนี้

    ก็คงทราบกันดีว่าอนิเมะยุคนี้ถ้าให้พูดตรงๆก็ว่าเนื้อหาค่อนข้างจะซ้ำซาก โดยเฉพาะเรื่องแนวไปต่างโลก(異世界) ถึงอนิเมะมันจะเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยก็ตามทีแต่การที่สมัยนี้สตูดิโอต่างๆเล่นเอาแต่ทำเรื่องแนวไปต่างโลกกันจนเรียกว่าซ้ำกันไปหมด มันก็คงสร้างความน่าเบื่อให้กับคนดูอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ก็คงมีใครที่แอบถึงถึงความหลากหลายของอนิเมะในสมัยยุครุ่งเรืองตอนปี 80-90 อยู่บ้างก็ได้

 

Credit : Rebuild of Evangelion

2. ฐานแฟนคลับเดิมที่ยังมีอยู่

    การที่เขาเสี่ยงเอาอนิเมะเก่าๆมารีเมคโดยที่คนรุ่นนี้ก็คงไม่ได้อินหรืออาจจะไม่ดูเลยก็ได้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะอนิเมะเก่าๆยังไงก็ยังมีฐานแฟนคลับที่เคยดู ซึ่งทางสตูดิโอผู้สร้างก็คงจะอยากขายอนิเมะรีเมคให้กับคนกลุ่มนี้เสียมากกว่า ถ้าเปรียบเทียบไปก็คงเหมือนคอนเสิร์ตของศิลปินยุค 90 ในบ้านเราที่ยังขายได้อยู่นะแหละ อีกส่วนนึงก็คงเพราะว่าเด็กๆในยุค90ตอนนั้นก็โตมาเป็นลุงเป็นป้าในยุคนี้กันแล้ว แถมก็มีกำลังซื้อกำลังจับจ่ายมากกว่าเด็กเจนวายเจนแซดที่ตอนนี้พูดได้ว่ามีหนี้ซะมากกว่ามีทรัพย์สินละนะ เฮอๆ (อีกเหตุผลหนึ่งที่คิดออกก็อาจจะเป็นเพราะยุคนั้นมันต้องดูอนิเมะผ่านทางทีวีอย่างเดียว ถ้ามีธุระพลาดไปสักตอนสองตอนมันก็ปะติดปะต่อเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว ถ้าเอามาทำใหม่ยุคนี้ดูผ่านสตรีมมิ่งจะดูที่ไหนเมื่อไรก็ได้ ลุงๆป้าๆตอนนี้ที่พลาดบางตอนไปในตอนนั้นก็คงยอมควักตังค์จ่ายค่าสมาชิกหามาดูก็เป็นได้กระมัง)

Credit : Lamù (Urusei Yatsura)

3.เทคโนโลยีการสร้างที่ดีขึ้น

    ถ้าจะเอาอนิเมะมารีเมคแล้วแน่นอนว่าทั้งภาพทั้งเสียงมันก็คงดีกว่าอนิเมะต้นฉบับในยุค 80-90 มาก พอเป็นดิจิตอลภาพเสียงคมชัดลึกมันก็คงสร้างความประทับใจให้ผู้ชมยุคเก่าๆได้ไม่ยากและก็คงทำให้อยากกลับมาดูอีกครั้งนึง(แม้ว่าจะรู้พล๊อตหมดแล้วก็เหอะ) มันก็คงเหมือนกับละครน้ำเน่าบ้านเราที่รีเมคกันมาไม่รู้กี่สิบรอบ ถึงจะรู้ตอนจบว่าสุดท้ายพระเอกก.มันก็ต้องถูกระเบิดตายในอ้อมแขนนางเอกอ.อยู่ดีแต่คนก็ยังอยากดูอยู่นั่นแหละ อาจเป็นเพราะคนคงอยากเห็นพระเอกหล่อๆนางเอกสวยๆตามยุคสมัยใหม่โปรดักชันที่อลังการขึ้นในสมัยใหม่อยู่ดีนะแหละ ซึ่งก็คงเป็นเหตุผลเดียวกับอนิเมะรีเมคละนะ

Credit : Ranma 1/2 remake


4.หรืออาจจะเกี่ยวกับลิขสิทธิ์?

    อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์งานศิลปะงานสร้างสรรค์วรรณกรรมต่างๆในญี่ปุ่นเป็นยังไง แต่ผมเคยอ่านเจอว่าฝั่งอเมริกาเนี่ยถ้าผ่านในรอบสิบปีไม่ทำอะไรสร้างสรรค์ต่อยอดใหม่ๆลิขสิทธิ์ผลงานอาจจะหลุดจากผู้จดลิขสิทธิ์ได้ นั่นเลยเป็นสาเหตุให้ภาพยนต์ฮอลิวูดต้องเอาหนังกลับมาทำใหม่ทุกๆสิบปี ยกตัวอย่างเช่น StarWars พอออกฉายเสร็จครบสิบปีก็มีการออกแผ่นดีวีดี เนื้อหาเหมือนเดิมแต่เพิ่มฉากCGที่เมื่อก่อนไม่มีเข้าไป ส่วนหนึ่งก็คงอยากจะต่อลิขสิทธิ์นี่แหละนะ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอนิเมะญี่ปุ่นเองก็อาจจะอยู่ในกฎหมายลักษณะเดียวกันก็ได้ ก็เลยต้องมีการรีเมคหรือออกภาคใหม่ๆทุกๆสิบปีนี่แหละ 

Credit : One Piece Remake

     โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเป็นอนิเมะสักยุค80ถึง90ต้นๆที่ภาพยังมีคุณภาพไม่ค่อยดีเท่าไร ยังเป็นอนิเมะที่ฉายบนทีวีแบบจอสี่เหลี่ยมจตุรัสอยู่ หากจะนำมารีเมคทำใหม่ให้คมชัดขึ้นสำหรับฉายบนจอแบบ Wide screen สี่เหลี่ยมผืนผ้ามันก็คงจะสมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นอนิเมะที่สร้างหลังปี 2000 ไปแล้ว ผมว่าต้นฉบับมันก็ได้คุณภาพระดับนึงอยู่นะ การจะเอามาทำรีเมคอีกรอบสำหรับผมแล้วคิดว่าตอนนี้มันยังเร็วไปหน่อยน่ะ อนึ่งด้วยงบประมาณที่จำกัดในสมัยนี้ ผมไม่ก็ไม่คิดว่าเขาจะรีเมคได้แบบทุกตอน (ยิ่งอนิเมะสมัยก่อนนี่จำนวนตอนฉายเยอะมาก เรื่องนึ่ง 40-70 ตอนก็ยังมี) อย่างเก่งเขาคงย่อเวอร์ชันรีเมคให้เหลือสัก 24 -30 ตอนละกระมั้ง ซึ่งมันก็คงจะเสียอรรถรสลงไปอีกนะแหละ อีกทั้งสมัยนี้นี่มีการเซ็นเซอร์วิพากษ์วิจารณ์หนักกว่าสมัยก่อนมาก (ยกตัวอย่าง ชินจังสมัยฉายใหม่ๆนี่แกลามกทะลึ่งกว่าชินจังยุคปัจจุบันมาก ชนิดที่ถ้าเทียบกันแล้วเรียกได้ว่าเป็นชินจังสมัยใหม่นี่เป็นเด็กดีไปเลย) ฉนั้นแล้วก็มีความกังวัลกันว่าถ้าเอาอนิเมะสมัยเก่าๆมารีเมคกันจริงๆ บางบทบางตัวละครก็อาจจะโดนเซ็นเซอร์โดนลดบทบาทลงไปแน่นอน (เช่น ตัวละครตาลุงลามกที่ชอบขโมยชุดชั้นในสาวๆ ฮัปโปไซ ในเรื่องรันม่า ถ้าโดนรีเมคคงกลายเป็นเด็กดีเหมือนชินจังละกระมัง) 

    กล่าวโดยสรุป ส่วนตัวอนิเมะที่โดนรีเมคแล้วผมไม่เคยดูมาก่อนหรือตอนนั้นดูบ้างไม่ได้ดูบ้างจำตอนจบไม่ได้ ผมก็อาจจะสนใจที่จะหาเวอร์ชันรีเมคมาดูก็เป็นได้ แต่ถ้าตอนเด็กๆดูตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็คงไม่ดูเวอร์ชันรีเมคหรอกครับ ขอเก็บความประทับใจไว้ในความทรงจำดีกว่าละนะครับ 


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->



 

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567

Anime No.51 : Yuri !!! On Ice ユーリ!!! on ICE

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ได้ดูคลิปที่บอกว่ามีอนิเมะใดบ้างที่มีตัวละครที่เป็นคนไทยอยู่ในเนื้อเรื่อง หนึ่งในนั้นมีอยู่เรื่องนึงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นประเด็นอยู่มากอยู่เหมือนกันนั่นคือเรื่องนี้เลยครับ Yuri !!! On Ice ユーリ!!! on ICE ผมก็เลยไปลองหามาดู เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ ยูริ คัสซึกิ นักกีฬาฟิเกียร์สเก็ตน้ำแข็งผู้ผ่ายแพ้อย่างหมดท่าในการแข่งขันกรังปรีไฟนอล เมื่อกลับมาบ้านที่ฮาเซ็ทซึที่ภูมิภาคคิวชูปรากฎว่า วิคเตอร์ นิคิฟอรอฟ แชมป์เหรียญทองห้าสมัยได้เห็นคลิปวิดีโอที่ยูริซ้อมตามโปรแกรมของเขา จึงตัดสินใจหยุดเข้าแข่งขันและเปลี่ยนมาเป็นโค้ชให้กับยูริแทน นั่นทำให้ ยูริ พริเซทสกี แชมป์ระดับจูเนียร์ผู้ที่จะเดบิวในการแข่งระดับเวิร์ดกรังปรีรู้สึกไม่พอใจเพราะหวังไว้ว่าจะได้วิคเตอร์มาช่วงออกแบบโปรแกรมให้ เขาก็เลยตามมาท้าสู้กับยูริญี่ปุ่น ทั้งยูริญี่ปุ่นและยูริรัสเซียเลยกลายเป็นคู่แข่งที่ต้องต่อสู้กันในการแข่งขันระดับเวิร์ดกรังปรีนั่นเอง

 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้เป็นแนวกีฬาผสมกับเรื่องราวดราม่าของเหล่านักกีฬาฟิเกียร์สเก็ตน้ำแข็งลีลา ตัวเนื้อเรื่องค่อนข้างจะเน้นไปที่การพัฒนาตัวเอง การต่อสู้กับความคิดของตัวเอง การไม่ยอมแพ้และการเดินตามความฝันอย่างไม่ย่อท้อ ทุกตัวละครมีแบ็คกราวด์สตอรี่ของตัวเอง ภาพลีลาการสเก็ตก็งดงามลื่นไหลเข้ากับเสียงเพลง มุกตลกที่ใส่เข้ามาก็พอขำๆยิ้มๆแหละ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูได้สนุกสนานเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว


ข้อด้อย:

    เนื่องจากกีฬาฟิเกียร์สเก็ตน้ำแข็งลีลานี่ไม่ได้เป็นที่นิยมในเมืองไทยเท่าไร คนที่ไม่รู้จักระบบการแข่งขันการให้คะแนนก็อาจจะดูแล้วไม่อินขนาดนั้น(แต่ที่ญี่ปุ่นนี้กีฬาชนิดนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก มีการถ่ายทอดสดให้ดูทุกปี เพราะว่าเขาเองก็มีนักกีฬาติดระดับท๊อปของโลกด้วยละนะ) อีกอย่างก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นแนววาย สาววายก็น่าจะชอบกันแต่สำหรับผู้ชายธรรมดาอย่างอย่างผมดูแล้วก็รู้สึกจักจี้หน่อยๆละนะ 


 

    ว่าแล้วก็ต้องเขียนถึงตัวละครคนไทยอย่าง พิชิต จุฬานนท์ ตัวบทเขาให้เป็นเพื่อนกับพระเอกยูริญี่ปุ่น(ที่เป็นคนค่อนข้างเก็บตัวไม่ค่อยจะมีเพื่อนแต่ดันมีเพื่อนเป็นคนไทยนิสัยร่าเริงสุดๆซะงั้น) ซึ่งถ้าไม่นับไอ้สามตัวหลักแล้วนี้ พิชิตค่อนข้างจะโดนเด่นเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเขาใส่นิสัยคนไทยเข้ามาเต็มๆ ทั่งเรื่องที่ชอบเล่นโซเชียล แชร์อะไรๆแบบไม่ค่อยคิด เป็นคนรักสัตว์ ยิ้มง่ายเป็นมิตร มีความมั่นใจในตัวเอก(แถมยังดังขนาดได้ถ่ายรูปกับนายกคนนั้นด้วยอะนะ เฮอๆ) เรียกได้ว่าถ้ามันไม่ใช่อนิเมะญี่ปุ่นที่ต้องให้ตัวเอกเป็นคนญี่ปุ่นแล้วละก็ผมว่าพิชิตนี่มันพระเอกตัวจริงกระทิงแดงชัดๆ ซึ่งมันก็สร้างความแปลกใจให้กับผมเหมือนกันเพราะสมัยก่อนอนิเมะญี่ปุ่นค่อนข้างจะเขียนบทให้คนไทยเป็นตัวร้ายบ้างเป็นตัวประกอบที่ไม่ค่อยสำคัญบ้าง จะมีเรื่องนี้แหละที่ดูเหมือนว่าคนไทยกลายเป็นเหมือนได้บทพระรองกลายๆอยู่อะนะ 

    กล่าวโดยสรุป สำหรับคนที่สนใจอนิเมะแนวกีฬาแนววายแล้วละก็เรื่องนี้ก็พลาดไม่ได้ ยังไงก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime No.50 : Kaina of the Great Snow Sea 大雪海のカイナ

สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็เข้าสู่หน้าฝนเต็มๆแล้ว ดูข่าวก็จะมีแต่ข่าวน้ำท่วมราวกับว่าน้ำจะท่วมโลกกันแล้วรึ ก็เลยพาลทำให้นึกไปถึงอนิเมะเรื่องหนึ่งที่เคยดูมา นั่นคือเรื่อง Kaina of the Great Snow Sea 大雪海のカイナ (ชื่อภาษาไทย ไคนะแห่งทะเลหิมะอันยิ่งใหญ่) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราว ไคนะ เด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่บนรากต้นไม้วงโคจรบนชั้นบรรยากาศ(ต้นไม้ยักษ์ที่มีรากกลับหัวไปอยู่บนท้องฟ้า) ที่ซึ่งกลุ่มมนุษย์ค่อยๆลดจำนวนลงและเหลือเพียงแต่หมู่บ้านที่ไคน่าอยู่เท่านั้น วันหนึ่งไคน่าได้ช่วยเหลือสาวน้อยคนหนึ่งจากแพลงตอนบอลลูนที่กำลังจะลอยหลุดไป ปรากฎว่าสาวน้อยคนนั้นคือเจ้าหญิง ริริฮะ แห่งอาณาจักรแอทแลนด์ เธอบอกว่าเธอมาตามหานักปราชญ์ในตำนานเพื่อให้มาช่วยเหลือจากการรุกรานของพวกวาลเกียร์ผู้ป่าเถื่อน แม้รู้ว่าอาจจะทำอะไรไม่ได้มากนักไคนะก็ตัดสินใจตามริริฮะลงไปช่วยเหลือเธอ การพจญภัยของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง


 

 

ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้เป็นแนวไซไฟแฟนตาซี ดูแล้วโดยรวมให้อารมณ์คล้ายๆอนิเมะ Nausicaä of the Valley of the Wind ของสตูดิโอจิบุลิบวกกับหนังเรื่อง Water World ละนะ (ไม่แน่ใจว่าโลกที่จมน้ำอยู่นี่คือโลกของเราหรือดาวดวงอื่น) เนื้อเรื่องเป็นแนวพจญภัย เรื่องก็ลื่นไหลดูได้สนุกสนานดี ก็น่าจะดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่มีปัญหาอะไรละครับ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากเป็นอนิเมะแบบโมเดล 3D ดููแรกๆก็จะดูขัดๆตาหน่อย (เพราะส่วนตัวผมไม่ค่อยชินกับอนิเมะญี่ปุ่นที่เป็น 3D อยู่ดี ยังไงก็ว่าอนิเมะวาดมือ 2D มันดูสะบายตากว่าละนะ)แต่ดูไปเรื่อยๆก็จะชินเองละครับ เนื้อเรื่องจบเร็วไปนิด แถมยังมีประเด็นที่ค้างคาอยู่ ไม่แน่ใจว่าจะมีภาคต่อออกมาหรือเปล่าด้วยละนะ

    กล่าวโดยสรุป ถ้าคุณเป็นคนชอบอนิเมะแนวไซไฟแฟนตาซีในโลกแบบดิสโทเปียหน่อยๆ ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ละครับ หลังๆมานี้ก็ไม่ค่อยมีคนทำอนิเมะแนวนี้ออกมาสักเท่าไรแล้วด้วย ดูแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็ลองมาพูดคุยกันได้นะครับ 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime No.49 : The Masterful Cat Is Depressed Again Today デキる猫は今日も憂鬱

 สวัสดีครับ ผมพึ่งจะรู้ว่าวันที่ 17 สิงหาคม เป็นวันแมวดำโลก ถ้าพูดถึงแมวดำก็นึกถึงเจ้าเหมียวพูดได้"จิจิ"จากแม่มดกิกิดีลิเวอรี่เซอร์วิสละนะ แต่วันนี้ขอพูดถึงแมวดำอีกตัวหนึ่งจากเรื่อง The Masterful Cat Is Depressed Again Today デキる猫は今日も憂鬱 (ชื่อภาษาไทย เรื่องน่ากลุ้มของเจ้าเหมียวผู้สามารถ)ซึ่งถ้ามีอยู่จริงผมคงอยากได้ไว้สักตัว ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้นมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ ซากุ ฟุคุซาว่า สาวออฟฟิคผู้ที่ได้เก็บลูกแมวดำมาเลี้ยงตัวหนึ่งและตั้งชื่อให้ว่า ยูคิจิ ตอนแรกก็เหมือนลูกแมวธรรมดาทั่วๆไปแต่พอเวลาผ่านไปปรากฎว่าเจ้ายูคิจิกลับเติบโตตัวใหญ่โตกว่าตัวซากุเองซะอีก แถมมันยังทำงานบ้านจ่ายกับข้าวทำอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่าซากุก็สบายๆเหมือนได้แม่บ้านบวกแมวมาอยู่ด้วยซะงั้น เรื่องราวการใช้ชีวิตกับเจ้าเหมียวผู้มากความสามารถจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง



ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวชีวิตประจำวันบวกกับความเป็นแฟนตาซีหน่อยๆ(ก็ตัวยูคิจิน่ะแหละนะ) เนื้อหาก็ไม่หนักหนาอะไรดูได้เรื่อยๆสบายๆไม่ต้องคิดอะไรมาก มุกที่ใส่มาก็ฮาๆยิ้มไปด้วยได้ละนะ มีความประทับใจระหว่างทาสแมวกับเจ้านายแมวใส่มาในเรื่องเรื่อยๆ มุมมองของยูคิจิที่เห็นว่าซากุเป็นทาสที่ต้องออกไปทำงานหาเงินมาซื้ออาหารแมวให้กิน ตัวเองเลยต้องคอยดูแลเจ้านี่ไว้ให้ดีไม่ให้เจ็บให้ป่วยก็ดูน่าจะเป็นมุมมองที่ถูกต้องตามความเป็นจริงที่แมวๆมองเหล่าทาสแมวนะแหละนะ

ข้อด้อย:

    ข้อด้อยก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร อาจจะมีที่เนื้อเรื่องมันก็เอื่อยๆไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นหวือหวาอะไรเท่าไร แล้วก็จบเร็วไปนิด แถมเพราะเนื้อเรื่องมันไม่ค่อยมีอะไรก็เลยไม่แน่ใจว่าเขาจะทำภาคต่อหรือเปล่าอะนะ แต่โดยรวมก็เป็นอนิเมะที่ดูได้สนุกดีดูได้ทุกเพศทุกวัยเด็กๆก็ดูได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ

    กล่าวโดยสรุป สำหรับคนเป็นทาสแมวก็น่าจะชอบเรื่องนี้ ส่วนตัวผมเป็นพวกชอบหมามากกว่าแต่ก็ยังอยากได้แมวอยู่สองตัวมาไว้ในครอบครอง ตัวหนึ่งก็ยูคิจินี่แหละเพราะถ้าได้มานี่ไม่มีเมียไม่มีแม่บ้านก็ได้(จ่ายด้วยอาหารแมวก็คงถูกกว่าค่าสินสอดละนะ เฮอๆ) อีกตัวก็โดราเอม่อนนี่แหละ ถ้ามีของวิเศษของโดราเอม่อน เอาเข้าจริงผมอาจจะขี้เกียจทำงานทำการยิ่งกว่าโนบิตะก็เป็นได้ละนะ

Official Anime Website -> https://dekineko-anime.com/

 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 12 : เรื่องน่าสงสัยในอนิเมะ アニメに対する疑問

 สวัสดีครับ พอดูอนิเมะญี่ปุ่นไปเยอะๆมันก็เกิดความสงสัยในพล็อตเรื่องหรือแก๊กที่เขาชอบใช้กัน วันนี้ก็ลองรวบรวมข้อสงสัยเหล่านี้มาลองเขียนดูกันครับ

1. เรื่องไซส์หน้าอกของผู้หญิง(おっぱいのサイズ)

ในอนิเมะแนวฮาเร็มหรือเรื่องที่มีฉากแช่น้ำร้อนไปเที่ยวชายหาด จะต้องมีแก๊กที่เหล่าสาวๆต้องมาพูดเปรียบเทียบขนาดไซส์หน้าอกกันเสมอๆ โดยส่วนใหญ่สาวน้อยที่นมน้อยก็มักจะออกอาการอิจฉาสาวๆที่หนองโพใหญ่มะลักกั๊ก มันก็นำมาถึงข้อสงสัยว่าจริงๆแล้วผู้หญิงเข้าขิงกันเรื่องขนาดหน้าอกหน้าใจกันด้วยหรือ ? ผมเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้เรื่องนี้เลยจริงๆ เพราะทางฝั่งผู้ชายถ้าจะขิงจะอิจฉากันจริงๆก็น่าจะเป็นเรื่องหน้าตา ส่วนสูงหรือขนาดกล้ามแขนกล้ามหน้าท้องกันเสียมากกว่า อีกอย่างถ้าผู้หญิงหน้าอกใหญ่เกินเบอร์ก็น่าจะเป็นฝ่ายโดนล้อโดนบูลลี่มากกว่าเสียละกระมัง 

Credit : The Melancholy of Haruhi Suzumiya


2.จากศัตรูกลายเป็นมิตร(敵から友人になること)

ในอนิเมะแนวต่อสู้โชวเน็งเนี่ย ส่วนใหญ่ศัตรูที่ตัวเอกเคยต่อสู้จะเป็นจะตายสุดท้ายกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมรบในภายหลัง เช่น ในเรื่องดรากอนบอลที่พวกปิกโกโร่เอยเบจิต้าเอยตอนแรกมาทรงอย่างแบดแต่สุดท้ายก็มาเป็นเพื่อนกับพวกโกคู มันก็น่าสงสัยว่าในชีวิตจริงจะมีสักกี่คนที่ศัตรูมากลายเป็นมิตรในภายหลังได้ (ถ้าไม่นับประเภทคู่แข่งด้านกีฬาหรือธุรกิจที่คู่แข่งเราก็ไม่ถึงขั้นมาฆ่าแกงกันจะมาเป็นพันธมิตรเป็นเพื่อนกันทีหลังมันก็ได้อยู่หรอก) ให้นึกๆตอนนี้ก็อาจจะเป็นกรณีที่ญี่ปุ่นสู้กับอเมริกาในช่วงสงครามโลก หลังพอสงครามจบก็มาเป็นพันธมิตรกัน (แต่จริงๆมันก็เป็นเหตุผลแบบสมยอมกันละนะ) ซึ่งก็คงพอคิดได้ว่าคนเขียนคนแต่งเรื่องเขาก็คงอยากจะสอนเด็กๆให้รู้จักให้อภัยรู้จักปล่อยวางนะแหละ  (แต่เอาเข้าจริงถ้ามีคนเอามีดจะมาแทงคุณแต่คุณหลบได้ คุณจะพูดกับเขาหรือว่า"ใจเย็นๆ มาเป็นเพื่อนกันมัย ?" ถ้าคุณทำได้คุณก็บรรลุธรรมแล้วละ เฮอๆ)

 

Credit : Dragon Ball


3.คุณพ่อที่หายไป(消えた父の姿)

ถ้าใครชอบดูอนิเมะแนวรอมคอมหรือชีวิตประจำวัน จะสังเกตุว่าเกือบๆ 80~90% จะไม่มีคาแร็คเตอร์"คุณพ่อ"อยู่กับครอบครัวของตัวเอกหรือนางเอกเลย ก็น่าสงสัยเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ให้เดาๆเหตุที่เป็นเช่นนี้คงเพราะคุณพ่อในครอบครัวญี่ปุ่นนี่จะเป็นคนที่ออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวจึงมักจะออกจากบ้านตอนเช้ากลับมาก็ดึกๆเรียกได้ว่าในชีวิตจริงก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกตอนกลางวันเลยด้วยซ้ำ(ดีไม่ดีตอนกลับมาตอนดึกๆแล้วลูกตื่นมาเจออาจจะร้อง"แม่ๆโจรขึ้นบ้าน!!"ก็ได้กระมัง เฮอๆ) ในอนิเมะส่วนใหญ่เขาก็เลยตัดบทของคุณพ่อออกไปเลย(จะได้ประหยัดค่าจ้างนักพากษ์ไปได้คนนึงด้วยละมั้ง) สำหรับคนเป็นพ่อก็อาจจะเป็นเรื่องน่าเศร้าอยู่เหมือนกัน แต่ความจริงก็คือความจริงละนะ

 

credit: Spy x Family

 4.นางเอกซึนเดเระ(ツンデレちゃん)

อนิเมะสมัยนี้เรียกได้ว่าก็เกินครึ่งแหละที่มีนางเอกประเภทซึนเดเระ(ผมแปลไทยง่ายๆว่าพวกปากจัดปากไม่ตรงกับใจละกัน) หลังๆซึนเดเระหนักๆเข้าก็กลายสภาพเป็นยันเดเระไปเลยก็มี(ยันเดเระจะแปลเป็นไทยก็ประมาณพวกคลั่งรักแบบโหดๆผัวข้าใครอย่าแตะละมั้ง) เอาเป็นว่ายุคสมัยนี้เนี่ยนางเอกเป็นซึนเดเระกันซะเยอะแหละ มันก็ชวนให้สงสัยว่าจริงๆแล้วสาวๆที่มีนิสัยซึนเดเระนี่จะเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชายในชีวิตจริงเหรอ ? คือเราดูอนิเมะมันก็สนุกดีแหละที่จะเห็นสาวๆซึนเดเระตบหัวแล้วลูบหลังพระเอกแต่ถ้าเป็นชีิวิตจริงผมว่าการต้องอยู่กับผู้หญิงแบบนี้มันคงเป็นอะไรที่เหนื่อยน่าดู ต้องกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ตลอดเวลา จนดีไม่ดีฝ่ายชายอาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลยก็ได้ ผมเองคงขอคบกับผู้หญิงนิสัยธรรมดาๆใจดีๆคงจะดีกว่าละมังครับ

Credit : The Melancholy of Haruhi Suzumiya

เท่าที่นึกออกก็คงจะประมาณนี้ละครับ ไว้วันหลังถ้าคิดอะไรออกเพิ่มเติมจะลองมาเขียนใหม่ละกัน ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ

 

ส่งท้ายขายของ มังงะของกระผมขอรับ  ->


 


วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime No.48 : The God Of High School 갓 오브 하이스쿨

 สวัสดีครับ หลังจากที่ลุ้นมานานว่าเมื่อไหร่ไทยเราจะได้เหรียญทองปารีสโอลิมปิกซะที ในที่สุดน้องเทนนิสก็สามารถคว้าเหรียญทองเทควันโดสองสมัยมาจนได้ ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ วันนี้เราก็เลยจะมาฉลองด้วยการรีวิวอนิเมะที่เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีชนิดนี้กันนั่นก็คือเรื่อง The God Of High School 갓 오브 하이스쿨 (ชื่อภาษาไทย เทพเกรียน โรงเรียนมัธยม) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★☆☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โมริ จิน หนุ่มมัธยมอายุ 17 ผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้สไตล์เทควอนโดสมัยใหม่ เขาได้รับเชิญให้เข้าแข่งขันในรายการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ God Of High School ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศก็จะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างที่บริษัทลึกลับที่สนับสนุนการแข่งสามารถจะทำให้ได้ ในการแข่งขันเขาได้พบกับ เด ฮาน หนุ่มผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้แบบคาราเต้ฟูลคอนแทค และ มิร่า ยู สาวน้อยผู้ใช้ศิลปะดาบแบบเกาหลี ทั้งสามคนต้องฝ่าฝันคู่ต่อสู้ต่างๆน่าๆ เพื่อก้าวไปสู้ตำแหน่งสูงสุดให้จงได้


 



ความคิดเห็น :

   ดูเหมือนว่าอนิเมะเรื่องนี้จะสร้างจากมังฮวาชื่อดังจากเว็ปตูนของทางเกาหลี แนวเรื่องก็จะเป็นแนวต่อสู้โดยจะมีการแนะนำศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีหลายๆอย่างเช่น เทควันโด ฮับคิโด(คล้ายๆไอคิโดของญี่ปุ่น) แทกกย็อน (คล้ายๆกังฟู) ดาบเกาหลี รวมถึงศิลปะการต่อสู้ต่างๆที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี(แต่เหมือนจะไม่มีมวยไทยอะนะ) ดูๆไปกว่าสนุกดี ถ้าชอบแนวต่อสู้กันแบบเวอร์วังอลังการก็คงจะชอบอนิเมะเรื่องนี้ละนะ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมีการปูเรื่องให้มีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติเข้ามาตั้งแต่แรกมันก็พอจะเดาๆได้ว่าไปๆมาๆเรื่องมันคงออกแนวเกินมนุษย์ธรรมดาสู้กันไปแหงๆ ซึ่งตอนท้ายเรื่องก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ซึ่งพอมันเกินขอบเขตของความเป็นมนุษย์ธรรมดามากเกินไปก็เลยว่ามันเสียอรรถรสไปหน่อยละนะ (ก็คล้ายๆกับดรากอนบอลที่แรกๆก็ต่อสู้กันในขอบเขตของมนุษย์ธรรมดาในศึกชิงเจ้ายุทธภพ แต่พอเริ่มมีมนุษย์ต่างดาว มีพระเจ้า มีแอนดรอย์เข้ามามันก็หลุดๆแนวเดิมไปเลยน่ะแหละ) แต่ก็พอเข้าใจคนแต่งเรื่องเพราะไม่งั้นเนื้อเรื่องมันก็จะสู้กันไปมาซ้ำๆซากๆละนะ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวต่อสู้ฝ่าฝันอุปสรรค ได้ข้อคิดบ้างทั้งเหตุผลในการต่อสู้ของแต่ละคน มิตรภาพของเพื่อนๆ เนื่องจากเป็นเนื้อเรื่องจากทางเกาหลีจะว่าแปลกกว่าอนิเมะจากทางญี่ปุ่นหรือเปล่าก็ไม่เชิงซะขนาดนั้น(แต่ก็มีกลิ่นของซีรี่ย์เกาหลีอยู่หน่อยๆละมั้ง) ใครสนใจก็ลองหามาดูได้นะครับ

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2567

Anime No. 47 : Ippon Again! もういっぽん!

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ก็รับชมการแข่งขันโอลิมปิกปารีส 2024 (ลืมๆเรื่องดราม่าไปกันซะบ้างก็ดีอะนะ) หนึ่งในชนิดกีฬาที่ได้ดูก็มี"ยูโด"เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ก็เลยขอนำเสนออนิเมะที่เป็นเรื่องราวของสาวน้อยนักยูโด Ippon Again ! もういっぽん!(ชื่อภาษาไทยคือ โมอิปปง! หนึ่งแต้มฝัน) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของสาวน้อย มิจิ โซโนดะ ที่ผ่ายแพ้อย่างน่าอับอายในการแข่งขันยูโดครั้งสุดท้ายในระดับม.ต้น พอเธอขึ้นม.ปลายก็เลยติดสินใจจะเลิกเล่นยูโดและใช้ชีวิตนักเรียนสาวม.ปลายธรรมดาๆ ก็พอ แต่พอเธอได้เข้าเรียนม.ปลายจริงๆ กลับกลายเป็นว่าคนที่ชนะเธอในการแข่งขันระดับม.ต้น โทวะ ฮิอุระ สาวน้อยขี้อายกลับกลายเป็นคนชักชวนเธอเปิดชมรมยูโดที่โดนยุบไปอีกครั้ง อีกทั้ง ซานาเอะ ทาคิกาวะ เพื่อนร่วมเล่นยูโดตั้งแต่สมัยม.ต้นก็อยากให้เธอกลับมาเล่นยูโดด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง การต่อสู้ในวิถีทางแห่งยูโดจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งนั้นเอง


ความคิดเห็น :

    เรื่องนี้ก็จัดอยุ่ในประเภทแนวกีฬาละนะครับ สำหรับคนที่สนใจในกีฬายูโดก็สามารถรับชมเรื่องนี้ได้ ในเรื่องจะมีการอธิบายกฎกติกาการแข่งขัน การฝึกฝน ชื่อท่าต่างๆที่ใช้ในการแข่ง เรียกได้ว่าดูแล้วก็รู้เรื่องยูโดขึ้นมาอีกมากโข พอไปดูการแข่งขันจริงๆก็จะสนุกมากขึ้นด้วยละครับ สำหรับเนื้อเรื่องก็จะเป็นแนวสาวม.ปลายที่มารวมตัวกันฝึกยูโดกัน ถ้าใครอายุใกล้ๆกับผมก็น่าจะคุ้นๆกับเรื่อง Yawara! ในยุค90 เรื่องนี้ก็ออกแนวคล้ายๆกับเรื่องนั้นละครับ(แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เรื่องนี้จะอัพเดทตัวเอกเป็นคนในยุคเจนวายเจนแซดกันเสียมากกว่า) 

ข้อด้อย :

    สำหรับข้อด้อยก็คงจะมีที่ว่าตัวละครดูจะคล้ายๆกันไปหน่อย ยิ่งใส่ชุดยูโดแล้วก็ดูจะกลืนๆกันหมด แล้วพอเป็นแนวกีฬามีตัวละครคู่ต่อสู้เยอะด้วยนี่บางทีก็งงๆว่าใครเป็นใครละนะ สำหรับฉากต่อสู้แอกชันในการแข่งขันก็ทำได้ดีระดับหนึ่งแต่พอตัดฉากไปมาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยต่อเนื่อง จากท่านี้ไหงกลายเป็นท่านู้น อีกเรื่องก็คงเป็นว่ามันจบเร็วไปนิด ไม่ทราบว่าจะมีซีซันสองต่อหรือเปล่าณ.ตอนที่เขียนรีวิวตอนนี้อะนะ

     กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นอนิเมะแนวกีฬา มีตัวเอกเป็นสาวน้อยม.ปลายธรรมดาๆที่มียูโดเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการดำเนินชีวิต ผมว่าเป็นอนิเมะที่เด็กก็ดูได้ผู้ใหญ่ก็ดูดีละนะ ไม่แน่ว่าคนที่ได้ดูเรื่องนี้อาจจะอยากเล่นกีฬาขึ้นมาแล้วก็ไปถึงโอลิมปิกก็ได้นะใครจะรู้

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->