วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568

Anime No. 66 : Boku wa Tomodachi ga Sukunai 僕は友達が少ない

 สวัสดีครับ สัปดาห์ก่อนนำเสนอเรื่องฮารุฮิไปแล้ว วันนี้ก็จะขอนำเสนออนิเมะที่คล้ายๆกันไปเลยดีกว่า นั่นก็คือเรื่อง Boku wa Tomodachi ga Sukunai 僕は友達が少ない (ชื่อภาษาไทย ชมรมคนไร้เพื่อน) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ



Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โคดากะ ฮาเซกาว่า เด็กหนุ่มที่ย้ายมาเข้าโรงเรียนเซ็นต์โคนิก้า เนื่องจากเขามีผมทองแซมดำและตาขวางๆทำให้ดูเหมือนพวกนักเลงจึงทำให้หาเข้าหาคนได้ยากเลยส่งผลให้ไม่มีเพื่อนเลยสักคน  วันนึงเขาได้พบกับ โยโซระ มิคาซากิ เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องที่ชอบอยู่คนเดียวกำลังคุยกับเพื่อนในจินตนาการอยู่ เมื่อทั้งคู่ได้พูดคุยกันก็รู้ว่าเป็นมนุษย์ประเภทเดียวกันคือขาดทักษะในการเข้าสังคมกันทั่งคู่ โยโซระจึงออกไอเดียจะตั้งชมรมเพื่อนบ้านขึ้นมาเพื่อให้ฝึกทักษะการเข้าสังคมและหาเพื่อนให้ได้เยอะๆ โคดากะเลยต้องตกกระไดพลอยโจรเข้าร่วมชมรมนี่ไปด้วยโดยปริยาย


ความคิดเห็น:

    ตอนดูเรื่องนี้ช่วงแรกๆแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ได้อิทธิผลจากเรื่องฮารุฮิมาอยู่พอสมควร ทั้งการตั้งชมรมเอย การที่มีนางเอกประเภทซึนเดเระเอย เซ็ทติ้งตัวละครต่างๆก็คล้ายๆกันอยู่ อย่างไรก็ดี ถ้าไม่คิดมากดูๆไปก็สนุกดีนะ ตัวเนื้อเรื่องเองก็ออกแนวฮาเร็มเสียมากกว่า มีความทะลึ่งตึงตังตามภาษาแนวๆนี้แหละ มุกตลกที่เล่นก็ลื่นไหลดี เรียกได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่ดูได้สนุกสนานอีกเรื่องนึงน่ะแหละ

ข้อด้อย:

     สำหรับข้อด้อยก็อาจจะเหมือนเรื่องฮารุฮินะแหละ คือการมีนางเองซึนเดเระที่ชอบบงการนู้นนั่นนี่ ถ้าคนไม่ชอบนางเอกประเภทนี้ก็อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน อีกเรื่องก็คือ ณ.ตอนที่เขียนบล็อกตอนนี้เรื่องนี้ก็ออกมาแค่สองซีซันแล้วก็ยังไม่ทราบว่าจะมีภาคสามต่อหรือเปล่า ซึ่งก็บอกไว้ได้เลย(แบบไม่สปอยล์)ว่าตอนจบซีซันสองมันจะค้างๆคาๆอยู่อย่างงั้นแหละ ถ้าไม่มีภาคสามต่อคนที่คาใจอยู่ก็อาจจะต้องไปหาหนังสือไลท์โนเวลหรือมังงะอ่านต่อกันเองละนะ 

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งเรื่องที่ได้รับอิทธิผลความดังจากสาวน้อยซึนเดเระฮารุฮิ เนื้อเรื่องก็สนุกสนานดี ตัวละครออกแบบมาได้น่ารักโมเอะมากๆ ใครชอบแนวๆฮาเร็มสาวน้อยก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ 

 

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->


วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568

Anime No. 65 : The Melancholy of Haruhi Suzumiya 涼宮ハルヒの憂鬱

 สวัสดีครับ ช่วงสัปดาห์ก่อนก็มีข่าวการกลั่งแกล้งต่างๆนาๆจนลามไปถึงให้ดื่มเหล้ารวดเดียวจนเสียชีิวิต พอพูดถึงการบูลลี่หรือ Power Harassment แล้วมันก็พาลไปนึกถึงอนิเมะเรื่องหนึ่งขึ้นมาทันที นั่นก็คือเรื่อง The Melancholy of Haruhi Suzumiya 涼宮ハルヒの憂鬱 เรื่องราวจะเป็นเช่นไรไปลองดูกันครับ



 

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ เคียว หนุ่มม.ปลายผู้แสนจะธรรมดาและอยากจะใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่เขาก็ได้พบกับ ฮารุฮิ ชุซึมิยา สาวน้อยเพื่อนร่วมห้องเรียนแสนสวยแต่กลับชอบทำตัวประหลาดๆ เธอปราถนาจะได้เจอกับเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว นักเดินทางข้ามกาลเวลา หรือผู้มีพลังจิต เมื่อตกเป็นเป้าหมายของฮารุฮิแล้วเคียวจึงตกกระไดพลอยโจรต้องไปก่อตั้งชมรม SOS เพื่อวิจัยเรื่องลึกลับที่ฮารุฮิต้องการนั่นเอง 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็ออกฉายประมาณปี 2006 เรียกได้ว่าสร้างปรากฎการณ์ฮารุฮิฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ตัวนางเอกอย่างฮารุฮิเองก็ขึ้นชื่อเป็นนางเอกประเภทซึนเดเระแบบเต็มตัว(ก่อนหน้านี้ก็มีนางเอกซึนเดเระแหละแต่ประเภทซึนหนักๆฮาร์ดคอร์อย่างฮารุฮินี่น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อนิเมะก็ว่าได้) ตัวเนื้อเรื่องก็ว่าแปลกใหม่สำหรับยุคสมัยนั้นละนะ ภาพสวยตามสไตล์สตูดิโอ Kyoto Animation เพลงเปิดเพลงปิดก็ดังมากด้วย 

ข้อด้อย:

    อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่านางเอกประเภทซึนเดเระ(ツンデレ นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ชอบบงการ ปากไม่ตรงกับใจ)นี่ดูในอนิเมะก็อาจจะสนุกดีที่ได้เห็นพระเอกโดยทรมานทรกรรมต่างๆนาๆจากนางเอก แต่ในชีวิตจริงใครได้เจอคนประเภทนี้คงจะจิตตกเป็นแน่ บางคนที่ไม่ชอบนางเอกประเภทนี้ก็อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้เท่าไรก็ได้(ผมเองกลับชอบนางรองอย่างมิคุรุจังหรือยูกิมากกว่าละนะ) ภาคแรกนี่ตอนก็ไม่ได้เรียงตามไทม์ไลน์สลับไปสลับมา คนดูก็ต้องทำความเข้าใจกันเอง อีกอย่างภาคต่อลูปนรกนี้ก็คงไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปแน่นอน (ยกเว้นแฟนพันธ์แท้เท่านั้นละ)

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในอนิเมะที่มีอิทธิพลต่อวงการ หลังจากเรื่องนี้ออกฉายก็เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มเข้าสู่ยุคทองของนางเอกซึนเดเระก็ว่าได้ ภาคแรกผมว่าสนุกสุดหลังจากนั้นก็มีภาคต่อภาคแยกออกมาเยอะแยะดีบ้างไม่ดีบ้างก็แล้วแต่คนชอบ ใครยังไม่ได้ดูถ้าสนใจยังไงก็ลองหามาดูกันนะครับ 

 

Thumbnail Seller Link
4 Ears 5 Eyes Monster Tale ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย
Ataya P
www.mebmarket.com
จากตำนานเล่าขานแมงสี่หูห้าตาของชาวล้านนา สู่เรื่องราวในฉบับนวนิยายที่เรียบเรียงใหม่ให้มีความสมจริง สนุกสนาน อ่านได้สนุกทุกเพศทุกวัย เชิญลองมาอ่านกันเน...
Get it now

ซื้อที่กูเกิลบุ๊ค -> ตรงนี้ <-


วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568

Anime Special 16 : ท๊อปเทนโพสท์ปี 2024 「2024年のトップテン投稿」

 สวัสดีปีใหม่ครับ ปีนี้ก็ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆท่านนะครับ สำหรับบล็อกนี้ก็เขียนมาได้ปีกว่าๆแล้ววันนี้ก็เลยมาเขียนถึงท๊อปเทนโพสท์ที่เป็นที่นิยมในปีที่แล้วกันดีกว่า(จริงๆก็ขี้เกียจเขียนรีวิวอะไรใหม่ๆช่วงปีใหม่นี่ละนะครับ เฮอๆ) มีโพสท์อะไรบ้างไปดูกันครับ 

 

อันดับที่ 10 ->  Anime No.61 : Blue Archive The Animation ブルーアーカイブ

อันดับที่  9  ->  Anime No.50 : Kaina of the Great Snow Sea 大雪海のカイナ

อันดับที่  8  ->  Anime Special 13 : อนิเมะรีเมคกำลังจะมา アニメのリメイクについて  

อันดับที่  7  -> Anime Special 12 : เรื่องน่าสงสัยในอนิเมะ アニメに対する疑問 

อันดับที่  6  -> Anime No.60 : A Certain Scientific Railgun とある科学の超電磁砲

อันดับที่  5  -> Anime No.52 : Knights of Sidonia シドニアの騎士

อันดับที่  4  -> Anime No. 53 : Level 1 Demon Lord and One Room Hero Lv1魔王とワンルーム勇者

อันดับที่ 3 ->  Anime No.54 : Miss Kobayashi's Dragon Maid 小林さんちのメイドラゴン

อันดับที่ 2 -> Anime Special 14 : มาครอสกับประวัติศาสตร์ในชีวิตจริง 現実の歴史とマクロス

อันดับที่ 1 -> Anime No. 56 : TenPuru: No One Can Live on Loneliness てんぷる


ใครยังไม่ได้อ่านก็ลองไปอ่านดูนะครับ สำหรับรางวัลอนิเมะยอดเยียมแห่งปี 2024 ได้แก่... Frieren: Beyond Journey's End คำอธิฐานในวันที่จากลา โดยการจัดอันดับของ IGN ซึ่งผมก็เห็นด้วยทุกประการ (เคยเขียนรีวิวเรื่องนี้ไปแล้วให้ 5 ดาวบวกๆ อ่านได้ที่นี่ครับ

ว่าถึงที่มาการเขียนบล็อกรีวิวอนิเมะนี่ก็จริงๆมาจากการที่ผมต้องการทบทวนการฟังภาษาญี่ปุ่นก็เลยลองหาอนิเมะแบบซาว์ดแทร็คมารับชม พอดูไปเยอะๆก็เลยคิดได้ว่าดูไปเฉยๆมันก็ไม่ได้อะไร ไหนๆก็ไหนๆมาเขียนรีวิวไปด้วยดีกว่าอะนะ เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ

สำหรับแนวทางที่จะเขียนบล็อกนี้ต่อไปในปีนี้ ก็ตั้งใจจะเขียนรีวิวอนิเมะให้ได้ถึงสักร้อยเรื่อง(Anime No. 100) อนึ่งเรื่องที่ออกใหม่ๆผมอาจจะไม่ได้ตามดูทันทีเพราะผมไม่ชอบดูแบบต้องรอดูตอนใหม่ทุกอาทิตย์ ก็เลยจะดองไว้จนออกมาครบซีซันก่อนแล้วค่อยดูรวดเดียววันละตอนจนจบ ฉนั้นแล้วเรื่องที่รีวิวก็อาจไม่ได้ทันสมัยเหมือนคนอื่นๆละนะครับ (คนแก่ก็งี้แหละ ไม่รีบอะไรเท่าไร) 

 ยังไงก็ขอให้ติตตามอ่านกันได้นะครับ หวังว่าบล็อกของผมคงจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย 


ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567

Anime No.64 : The Helpful Fox Senko-san 世話やきキツネの仙狐さん

 สวัสดีครับ สัปดาห์นี้ก็ใกล้จะปีใหม่กันแล้ว หลังจากสัปดาห์ก่อนๆได้นำเสนอเรื่องนางฟ้าข้างห้องกับ นางฟ้าในห้องไปแล้ว ไหนๆจะมาแนวสาวน้อยเข้าห้องแล้วก็ต้องไปต่อแหละ วันนี้จึงขอนำเสนอเรื่อง The Helpful Fox Senko-san 世話やきキツネの仙狐さん (ชื่อภาษาไทย คุณเซ็นโกะเทพจิ้งจอกคอยช่วยเหลือ) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรไปลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ คุโรโตะ นากาโนะ หนุ่มวัยทำงานที่ทำงานหนักแทบทุกวันจนสภาพจิตใจย่ำแย่เลยโดนความหม่นหมองมืดมิดค่อยๆกลืนกิน ร้อนไปถึง เซ็นโกะ จิ้งจอกสาวผู้รับใช้เทพเจ้าผู้มีอายุยาวนานถึง800ปีต้องอาสามาคอยดูแลและขจัดความเหนื่อยล้าของคุโรโตะให้จางหายไปให้จงได้ เธอจึงถือวิสาสะเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกับคุโรโตะในห้องเช่าด้วยนั่นเอง 


ความคิดเห็น:

    อย่างที่บอกเรื่องนี้ก็เป็นแนวสาวน้อยเข้าห้องทั่วๆไปนะแหละครับ แต่ที่ผมให้ห้าดาวก็เพราะอินกับการทำงานหนักแทบไม่ได้พักได้ผ่อนของคุโรโตะเป็นพิเศษ การที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวในห้องแบบพนักงานเงินเดือนญี่ปุ่นมันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายจริงๆ บางคนที่จิตใจไม่เข้มแข็งก็อาจจะป่วยทั้งทางกายและทางจิตได้จนอาจเลยเถิดไปถึงการตายเพราะทำงานหนักเกินไป (過労死 Karoshi) ผมที่ผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาเลยเข้าอกเข้าใจคุโรโตะอยู่พอสมควรละครับ การที่ได้ใครสักคนมาคอยดูแลเอาใจใส่จึงเป็นอะไรที่ซาบซึ้งตรึงใจมากเป็นพิเศษโดยที่ไม่ต้องมีบทโรแมนติกอะไรหนักหนาก็ได้ ตัวเซ็นโกะเองก็เป็นคาแร็คเตอร์ที่ผสมระหว่างสาวน้อยโลลิ+เทพธิดามิโกะ+หูกับหางจิ้งจอกบวกกับนิสัยแบบคุณยายใจดี(อารมณ์เหมือนคุณยายฟรีเรนที่ทำกับข้าวกับปลาเอาอกเอาใจเก่งๆหน่อยอะนะ) เรียกได้ว่ารวมความน่ารักน่าเอ็นดูเอาไว้ให้หมดแล้ว ชายใดถ้าใครได้ศรีภรรยาแบบเซ็นโกะซังนี่ก็เรียกได้โชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซะอีกอะนะ เฮอๆ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากเป็นแนวชีวิตประจำวัน เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเซอร์วิสของเซ็นโกะที่มาคอยดูแลคูโรโตะ ดูแล้วก็อาจจะอิจฉาหน่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรหรือหว่าแบบอนิเมะแนวนี้ๆ จะว่าเป็นแนวรักโรแมนติกแบบหนุ่มสาวก็ไม่เชิง ออกจะเหมือนความรักแบบยายหลานเสียมากกว่าอะนะ อีกอย่างคนที่ยังไม่เคยทำงานหนักเป็นพนักงานเงินเดือนหรือยังอายุน้อยอยู่ ดูแล้วก็อาจจะไม่ได้อินกับเนื้อเรื่องเลยก็เป็นได้ 

     กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็คงเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้ว ดูแล้วคงอินเป็นพิเศษ ตัวเนื้อเรื่องก็เน้นย้ำเรื่องสมดุลการทำงานกับสุขภาพและการให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว ภาพสวยระดับนึง ดูได้เรื่อยๆสบายๆไม่มีดราม่าอะไรมากมาย เด็กๆ(โตหน่อย)ก็น่าจะพอดูได้ไม่มีปัญหาครับ สนใจยังไงก็ลองหามารับชมได้นะครับ


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->


วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567

Anime No. 63 : Studio Apartment, Good Lighting, Angel Included ワンルーム、日当たり普通、天使つき。

 สวัสดีครับ สัปดาห์ก่อนๆ เสนอเรื่องนางฟ้าข้างห้องไป วันนี้เลยขอนำเสนอนางฟ้าในห้องไปเลยดีกว่า !! นั่นก็คือเรื่อง Studio Apartment, Good Lighting, Angel Included ワンルーム、日当たり普通、天使つき。 (ชื่อภาษาไทย หนึ่งห้อง สองหัวใจ อุ่นไอรัก) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาลองดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ ชินทาโร่ โทคุมิซึ หนุ่มน้อยม.4 ผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียวในห้องเช่าอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง วันนึงจู่ๆก็มีสาวน้อยน่ารักนางหนึ่งมานอนอยู่ตรงระเบียงห้องของชินทาโร่ ปรากฎว่าเธอคนนั่นชื่อว่า โทวะ  เธอบอกว่าเป็นนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์เพื่อเรียนรู้ชีวิตของมนุษย์ ชินทาโร่รู้สึกว่าโทวะเป็นเด็กผู้หญิงเพี้ยนๆหรือเปล่าจึงบอกให้เธอออกจากห้องไป แต่ด้วยความเป็นห่วงและดูเหมือนว่าโทวะจะไม่รู้ประสีประสาเรื่องราวบนโลกมนุษย์จริงๆ สุดท้ายก็ยอมให้โทวะมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งโทวะที่เป็นนางฟ้าจริงๆก็ทำหน้าที่ดูแลชินทาโร่เป็นอย่างดี เรื่องราวของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง

 


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวรักโรแมนติกผสมแฟนตาซี รู้สึกหลังๆอนิเมะแนวๆนี้จะเล่นมุกให้ตัวเอกอยู่ห้องคนเดียวแล้วต้องมาเจอใครมาขออยู่ด้วยเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็อาจจะเป็นการสะท้อนสภาพสังคมญี่ปุ่นที่คนสมัยใหม่นี่ก็อยู่ห้องเช่าคนเดียว ด้วยความเหงาก็เลยอาจจะชอบเรื่องที่เป็นแนวๆอยากมีใครมาคอยดูแลน่ะแหละนะ ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไร จะมีตัวละครประหลาดๆค่อยๆโพล่มา การออกแบบตัวละครก็น่ารักดีตามแนวหวานแหววโมเอะละนะ ภาพสวยระดับนึง ก็เรียกได้ว่าดูได้เรื่อยๆไม่ต้องคิดมาก มีความสนุกสนานระดับหนึ่งแหละ

ข้อด้อย:

    ข้อด้อยก็อาจจะเป็นเรื่องที่มันเป็นพล๊อตเรื่องที่เจอกันบ่อยๆในอนิเมะเรื่องอื่นอยู่แล้ว อย่างผมดูแล้วก็แอบๆนึกถึงเรื่อง Oh My Goddess !  อยู่เหมือนกัน โดยโทวะนี่ก็ให้อารมณ์เหมือนเบลดันดี้อยู่อะนะ แต่โดยตัวเนื้อเรื่องเองก็แตกต่างกันอยู่พอสมควรละ นอกนั้นก็คงเรื่องที่จบเร็วไปนิด ยังไม่ทราบว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า

     กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวโรแมนติกแฟนตาซี มุกก็พอขำๆมีความเป็นฮาเร็มหน่อยๆแต่ก็ไม่ได้มีฉากล่อแหลมอะไรมากมาย ผมว่าเด็กๆก็คงพอดูได้แหละ ใครที่อยู่คนเดียวเหงาๆโสดๆก็ลองหามาดูกันได้ครับ(อาจจะเหงากว่าเดิมก็ได้นะไม่รู้เหมือนกัน เฮอๆ) 

 ส่งท้ายขายของครับ ตำนานแมงสี่หูห้าตาฉบับนวนิยาย ->

 

Thumbnail Seller Link
4 Ears 5 Eyes Monster Tale ตำนานแมงสี่หูห้าตา ฉบับนวนิยาย
Ataya P
www.mebmarket.com
จากตำนานเล่าขานแมงสี่หูห้าตาของชาวล้านนา สู่เรื่องราวในฉบับนวนิยายที่เรียบเรียงใหม่ให้มีความสมจริง สนุกสนาน อ่านได้สนุกทุกเพศทุกวัย เชิญลองมาอ่านกันเน...
Get it now

ซื้อที่กูเกิลบุ๊ค -> ตรงนี้ <-


 

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 15 : จัดอันดับอนิเมะในดวงใจ 個人的のアニメランキング

 สวัสดีครับ ว่างๆก็มานั่งคิดว่าเราเองก็ดูอนิเมะญี่ปุ่นมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆจนเดี๋ยวนี้โตจนเป็นตาลุงแล้วก็ยังดูอยู่และดูต่อไป ก็เลยจะลองจัดอันดับอนิเมะที่อยู่ในดวงใจดู ว่าแล้วมาลองดูกันครับ


1. Macross 

เป็นอนิเมะแนวไซไฟหุ่นยนต์รบที่เคยดูภาคแรกที่เป็นเวอร์ชันอเมริกัน Robotech เมื่อตอนที่เป็นเด็กมากๆก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรแต่ก็พอจะจำพล๊อตจำตัวละครหลักๆได้บ้าง จนกระทั่งทางช่องเจ็ดเอา Macross 7 มาฉาย ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เป็นวัยรุ่นพอดี พอดูไปแล้วก็คุ้นๆว่า เอ๊ะ มันเป็นภาคต่อของ Robotech นี่หว่า ประกอบกับช่วงนั้นก็อินกับกระแส J-Rock ของทางญี่ปุ่น ทั้งวง X-Japan , L'Arc-en-Ciel , LunaSea ก็เลยชอบในตัวของเน็คคิบาซาร่าตัวเอกของเรื่องด้วยโดยปริยาย เรียกได้ว่าเรื่องนี้่เหมือนเป็นความทรงจำในวัยเด็กบวกกับช่วงวัยรุ่น(ที่ทั้งหวานและขมขื่น) ตัวเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์มีทั้งความเป็นไซไฟความรักสามเศร้าและเสียงเพลง ผมเลยจัดให้เรื่องนี้เป็นอนิเมะในดวงใจอันดับหนึ่งและเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Macross มากเป็นพิเศษละครับ (อ่านได้ที่นี่เลยครับ

 

2. Dragon Ball

สำหรับเด็กผู้ชายที่เกิดในยุค 80-90 ก็คงต้องเคยดูดราก้อนบอลกันทั้งนั้น ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ทุกๆวันเสาร์อาทิตย์ต้องตื่นแต่เช้ามาเปิดช่องเก้ารอดูดราก้อนบอล เวลาไปโรงเรียนก็คุยกันเรื่องดราก้อนบอลกับเพื่อนๆนี่แหละ ไหนจะสะสมการ์ดดราก้อลบอลของขนมโอเดงย่า ฟิกเกียร์ ของเล่นของสะสม (แต่ก็หายๆไปไหนหมดก็ไม่รู้เหมือนกัน) ดราก้อนบอลก็เลยถือได้ว่าเป็นอนิเมะในดวงใจในวัยเด็กของผมได้เลยทีเดียว เพียงแต่ว่าพอโตขึ้นเป็นวัยรุ่นผมก็ไม่ได้ติดตามดูต่อแล้ว(น่าจะดูุถึงภาค Dragon Ball Z ตอนที่สู้กับเซลล์ละมั้ง) ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหลังๆมาเนื้อเรื่องมันดูอืดๆ สู้กันทีก็ว่ากันเกิน 5-6 ตอนแล้วกว่าจะรู้ผล ตอนเด็กมันคงไม่คิดอะไรหรอกแต่พอเป็นผู้ใหญ่มันก็ไม่มันส์ไม่สนุกเท่าไรแล้วละนะ (มันก็ส่งผลให้ผมไม่ค่อยชอบดูอนิเมะแนวโชเน็งซะเท่าไหร เพราะรู้สึกว่ามันจะเป็นเหมือนดราก้อนบอลนี่แหละ คือแรกๆสู้กันสนุกดีแต่พอดังๆเข้าจะเริ่มยืดเรื่องออกทะเลยาวจนเป็นสิบๆปีก็ไม่จบ อย่างวันพีชนารุโตะนี่ผมก็ไม่ดูเลยก็ว่าได้เพราะคิดว่าอาจจะตายก่อนที่จะได้รู้ตอนจบอะนะ เฮอๆ) 

 


3. Ranma 1/2

ช่วงนี้ก็มีการรีเมคเรื่องรันม่าฮาร์ฟใหม่ด้วยละนะ จริงๆผมก็ดูเรื่องนี้ตอนช่วงม.ต้นละมั้ง รู้สึกจะฉายช่องเก้านะแหละ จำได้ว่าตอนนั้นติดหนักมากจนไม่ค่อยยอมไปไหนเลยในวันเสาร์อาทิตย์(เด็กสมัยนี้คงไม่เข้าใจ สมัยก่อนนี้การ์ตูนจะฉายทางทีวี ฉายแล้วฉายเลยไม่มีรีรัน ไม่สามารถหาดูซ้ำได้ง่ายๆเหมือนสมัยนี้ที่อยากดูเมื่อไหร่ก็กดดูสตรีมมิ่งได้เลย สมัยนั้นถ้าอยากดูซ้ำจริงๆก็อาจจะต้องไปหาเช่าวีดีโอเทปมาดูซึ่งก็เสียตังค์อีกนะแหละแถมอาจจะไม่มีหรือมีไม่ครบด้วย) เนื่องด้วยเรื่องนี้ฮามาก เป็นแนวพ่อแงแม่งอนก็จริงแต่มุกต่างๆก็ดูสนุก แถมได้ทีมพากย์น้าต๋อยเซมเบ้ทีมช่องเก้าการ์ตูนสมัยนั้นพากย์ด้วยยิ่งตลกเข้าไปใหญ่ เวลาเรียนเครียดๆมาพอดูแล้วก็เลยรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ ซึ่งอนิเมะสมัยนี้อาจจะหาเรื่องแนวๆนี้ได้ยากแล้ว (คือมันก็มีแนวโมเอะแนวรอมคอมนะแหละนะ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรที่ลงตัวเหมือนเรื่องรันม่าอยู่ดีนะแหละนะ) 

 


4. Sailor Moon

ใช่ครับ ผมเองก็ดูเซลเลอร์มูนเหมือนกัน สมัยนั้นเด็กผู้ชายก็ต้องชอบดราก้อนบอล ส่วนเด็กผู้หญิงก็ต้องชอบเซลเลอร์มูน แต่ผมเองก็ดูเซลเลอร์มูนด้วย เหตุหนึ่งก็เพราะต้องดูเป็นเพื่อนน้องสาวด้วยละนะ อีกอย่างพอเริ่มโตขึ้นมาหน่อยมันก็เริ่มเบื่อๆอนิเมะแนวโชเน็งที่มีแต่ผู้ชายกล้ามใหญ่ๆมาต่อสู้กันแหละ ก็คงจะเริ่มหันไปสนใจแนวสาวๆสวยๆน่ารักๆบ้างก็คงไม่แปลกอะไรละมั้ง อย่างไรก็ดีผมเองก็ดูเซลเลอร์มูนแค่ภาคสองภาคเท่านั้นเอง ภาคหลังๆก็ไม่ตามดูอะไรขนาดนั้น ผมคิดว่าตัวนางเอกอย่างอุซางิเองก็น่าจะเป็นต้นแบบนางเอกอนิเมะญี่ปุ่นในช่วงเวลาต่อมาด้วย คือพวกนางเอกที่นิสัยออกก๋งๆอ๊องๆหน่อยอะนะ (ถ้าถามว่าชอบเซลเลอร์อะไรมากที่สุด ผมชอบเซลเลอร์มาร์สกับเซลเลอร์วีนัสอะนะ น่าจะชอบผู้หญิงผมยาวตรงสะหลวยสวยเก๋แหละ เฮอๆ )

 


5. Ghibli Studio Anime

สมัยเด็กๆเรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยได้ดูอนิเมะจากสตูดิโอจิบลิเลย อาจจะเป็นของหายากในสมัยนั้นก็ได้ แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เหมือนจะเอามาฉายทางทีวีให้ดู ซึ่งก็คือเรื่อง Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อยนั่นเอง ซึ่งคอหนังจิบลิคงจะรู้ดี ใครได้ดูเรื่องนี้รับรองได้ว่าน้ำตาแตกตอนจบแน่นอน ซึ่งผมตอนที่เป็นเด็กๆได้ดูแล้วก็ไม่รอดเหมือนกัน นั่งร้องให้อยู่เป็นวรรคเป็นเวรเป็นแผลในใจจนโตแหละ พอเวลาผ่านไปถึงได้มีโอกาศได้ดูหนังอนิเมะเรื่องอื่นๆจากสตูดิโอจิบลิ ก็มีชอบบ้างไม่ชอบบ้างละนะ แต่เอาเข้าจริงเรื่องที่อยู่ในใจคงจะเป็นเรื่อง Porco Rosso หมูแดง ซึ่งก็เป็นหนังอนิเมะที่อาจจะไม่ได้ดังเท่าเรื่องอื่นๆ อย่าง Spirited Away แต่คงเป็นเพราะผมมาดูเรื่องนี้ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เลยอินกับความรักที่ไม่สมหวังของเหล่าตัวเอก ความเหงาๆอะไรบางอย่างในเนื้อเรื่อง มันเป็นอนิเมะที่มีความเป็นเด็กผสมกับความเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างลงตัว ก็เลยชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษละครับ  (สำหรับเรื่องอื่นๆส่วนตัวผมคิดว่ามันไม่เด็กไปก็ดาร์กเกินไปละนะ)

เท่าที่คิดออกก็คงจะประมาณนี้ ไม่ทราบว่าจะตรงใจกับอนิเมะที่ท่านผู้อ่านชื่นชอบหรือไม่ ยังไงก็ลองมาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567

Anime No. 62 : The Angel Next Door Spoils Me Rotten お隣の天使様にいつの間にか駄目人間にされていた件

 สวัสดีครับ เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีพ.ศ 2567 กันแล้ว ช่วงนี้อากาศแถวๆนี้ก็เริ่มหนาวๆ มันก็พาลทำให้ถึงบรรยากาศของเหล่าคู่รักในช่วงคริสต์มาส ว่าแล้วเราก็มีรีวิวอนิเมะที่หวานน้ำตาลขึ้นเรื่องนี้กัน นั่นคือเรื่อง The Angel Next Door Spoils Me Rotten お隣の天使様にいつの間にか駄目人間にされていた件 (ในชื่อภาษาไทย ขาดคุณนางฟ้าข้างห้องไป ผมคงมีชีวิตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว) เรื่องราวจะเป็นเช่นไรมาดูกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ อามาเนะ ฟุจิมิยะ หนุ่มน้อยม.4 ที่ออกจากครอบครัวมาอยู่อาศัยคนเดียวในอพาร์เมนต์แห่งหนึ่ง โดยปรากฎว่าคนที่อยู่ห้องข้างๆของเขากลับเป็น มาฮิรุ ชิอินะ สาวสวยเพื่อนร่วมห้องเดียวกับอามาเนะซึ่งเธอทั้งสวยและเพรียบพร้อม ผลการเรียนดีกีฬาเก่งจนใครๆก็เรียกว่า"นางฟ้า" เรื่องที่อามาเนะกับมาฮิรุอยู่ห้องข้างๆกันก็ไม่มีใครรู้ จนมาวันหนึ่งเมื่ออามาเนะเห็นมาฮิรุนั่งหงอยๆเหงาๆตากฝนอยู่ที่ชิงช้า เลยยื่นร่มที่มีให้กับเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มขึ้นเช่นนี้นี่เอง



ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นแนวรักใสๆหัวใจแหววๆแบบชีวิตประจำวันวัยรุ่นนักเรียน คิดกลับกันก็จัดอยู่ในโหมดทรมานคนโสดได้ละนะ ตัวเนื้อเรื่องก็จะนำเสนอความสัมพันธ์ของอามาเนะกับมาฮิรุที่จะค่อยๆสานสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ จากคนรู้จักกลายเป็นเพื่อนและจากเพื่อนก็เริ่มจะเป็นอะไรบางอย่างที่มากกว่าเพื่อนไปแล้ว ผมว่าสาวๆคนที่ชอบแนวๆรักๆใคร่ๆการ์ตูนเด็กผู้หญิงก็น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ละนะครับ ส่วนตัวภาพก็วาดออกมาได้สวยดี ตัวละครก็เป็นแนวตาหวาน พระเอกหล่อนางเอกสวยทั่วไปเลยครับ

ข้อด้อย:

    เนื่องจากมันก็เป็นรักๆใคร่ๆก็เลยไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นพลิกพันหักมุมอะไรขนาดนั้น ดูๆไปก็พอจะเดาพล็อตเรื่องได้ละนะ คนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานดูแล้วก็จะเลี้ยนๆหน่อยละเพราะมันหวานจนน้ำตาลยังเรียกพี่(อารมณ์เหมือนต้องมาทนดูคนรักสวิทกันละนะ) ส่วนคนโสดก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่าไม่งั้นคงอิจฉาตาร้อนตัวเอกแงงๆ เฮอๆ 

    กล่าวโดยสรุป อนิเมะเรื่องนี้ก็เป็นแนวรักโรแมนติก เนื้อเรื่องอาจจะเดาง่ายไปนิดแต่ก็ดูได้เรื่อยๆถ้าไม่คิดอะไรมาก ใครที่ชอบแนวนี้ก็ลองหามารับชมกันได้นะครับ (ตอนนี้มีหนึ่งซีซันแต่คาดว่าจะมีซีซันสองมาฉายในเร็ววันครับ)

Official Anime Website -> https://otonarino-tenshisama.jp/

 

ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->