วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

Anime No.41 : Astra Lost In Space 彼方のアストラ

 สวัสดีครับ สัปดาห์ก่อนเขียนถึงเรื่องการไปทัศนศึกษาของเด็กญี่ปุ่น ก็เลยลองนึกถึงเรื่องที่มีการเดินทางไปเข้าแคมป์แบบแปลกๆหน่อย สุดท้ายก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือเรื่อง Astra Lost In Space 彼方のアストラ (ชื่อภาษาไทยคือ อัสตร้าหลงจักรวาล) เพราะก็เล่นไปเข้าค่ายกันในต่างดาวไปเลย เรื่องราวจะเป็นยังไงมาลองดูกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2063 เมื่อกลุ่มเด็กนักเรียน9คนของโรงเรียนแคร์ดกำลังจะไปตั้งแคมป์บนดวงดาวแม็คปา หนึ่งในนั้นมี คานาตะ โฮชิจิมะ ผู้มีความสามารถด้านกีฬาและมีความเป็นผู้นำ แอรีส สปริงค์ สาวน้อยสดใสที่เป็นนักเรียนใหม่ที่พึ่งย้ายเข้ามา เมื่อทั้ง9คนเดินทางไปถึงดาวแม็คปา ระหว่างที่กำลังจะตั้งแคมป์อยู่นั้นเองทั้งหมดก็โดนลูกกลมสีดำประหลาดจู่โจมทำให้วาร์ปไปยังกลางอวกาศเหนือดวงดาวปริศนา ตอนนั้นเองที่ได้พบยาวอวกาศที่ถูกทิ้งไว้ลำหนึ่ง เมื่อทั้งหมดขึ้นไปบนยานจึงพบว่ายานลำนี้ยังใช้งานได้และรู้ว่าตัวเองอยู่ห่างจากดาวบ้านเกิดถึง 5012 ปีแสง ทั้งเก้าคนจึงต้องพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนำพาตัวเองกลับไปยังบ้านเกิดให้จนได้



ความคิดเห็น :

    ดูตอนแรกดูเหมือนจะเป็นอนิเมะแนวผจญภัยในอวกาศคล้ายๆกับเรื่อง 21เอมอน(ของอ.ฟูจิโกะเอฟฟูจิโอผู้เขียนเรื่องโดราเอมอน) แต่จริงๆแล้วเป็นแนวสืบสวนสอบสวนหาผู้ร้ายที่แฝงอยู่ในกลุ่มเด็ก 9 คนนี่แหละ เนื้อเรื่องก็จะนำเสนอความผูกพันมิตรภาพของตัวละคร ความสำคัญของความสามัคคี และการยอมรับความแตกต่างของเพื่อนๆ โดยรวมต้องถือว่านำเสนอออกมาได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว ดูแล้วก็ได้ข้อคิดหลายๆอย่างเลยครับ

ข้อด้อย :

    ถ้าจะมีข้อด้อยก็อาจจะเป็นตอนที่เฉลยเรื่องราวตอนท้ายๆเรื่องนะแหละ ที่ดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าเหตุผลดูจะไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่  แถมดูเฉลยแล้วเรื่องมันก็จะออกทะเลสเกลใหญ่กว่าเรื่องของเด็กหลงในอวกาศไปเยอะเลยทีเดียว แต่ก็คงพอหยวนๆกล้อมแกล้มไปได้ละมังครับ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ดูได้สนุกมีข้อคิดหลายๆอย่าง ผมว่าน่าจะดูได้ทุกเพศทุกวัย เด็กๆก็ดูได้ไม่ได้มีฉากหวาดเสียวฉากเซอร์วิสอะไรมากมายนัก จริงๆก็อยากจะให้มีอนิเมะแนวไซไฟตลุยอวกาศออกมาให้มากกว่านี้หน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะว่าเด็กสมัยนี้คงไม่อินกับแนววิทยาศาสตร์เหมือนกับสมัยก่อนเท่าไรแล้ว สมัยนี้ก็เลยมีแต่แนวแฟนตาซีไปต่างโลกออกมาเยอะจนขี้เกียจจะดูแล้วละนะ เฮอๆ 

       สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2567

Anime Special 10 : มุกที่ชอบมีในอนิเมะアニメによくあるあるギャグ

 สวัสดีครับ วันนี้ฝนตกอากาศค่อนข้างจะดี พอมีเวลาว่างๆก็เลยมาลองนึกๆดูว่าในอนิเมะที่ดูๆมานี่มักจะมีแพทเทิร์นหรือมุกอะไรบางอย่างที่ชอบใส่มาให้คนดู ว่าแล้วก็ลองรวบรวมมาเขียนไว้ดังนี้ครับ

credit : Neon Genesis Evangelion

 

1. มุกสาวน้อยคาบขนมปังรีบวิ่งไปโรงเรียน (遅刻する食パン少女)

เป็นมุกที่ชอบให้ตัวเอกที่เป็นผู้หญิงตื่นสาย เลยรีบออกจากบ้านไปโรงเรียนโดยคาบขนมปังไปด้วย บางเรื่องก็จะให้ไปชนกับตัวเอกชายตามมุมตึกมุมโรงเรียน เป็นมุกที่ชอบใช้บ่อยในอนิเมะแนวโรงเรียนหรือรอมคอม ซึ่งในความเป็นจริงคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเพราะคนญี่ปุ่นค่อนข้างจะมองว่าการเดินไปกินไปเป็นเรื่องเสียมารยาท (แต่กินบนรถไฟได้นี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน) ดังนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสาวน้อยคาบขนมปังวิ่งไปโรงเรียนได้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าผู้ชายญี่ปุ่นคงมองว่าถ้ามีสาวน้อยที่ทำแบบนั้นจริงๆก็คงจะน่ารักน่าเอ็นดูละกระมัง ก็เลยชอบใส่มุกนี้ไว้ในมังงะหรืออนิเมะละนะ

 

Credit : 僕の友達が少ない

2.มุกเฉลยว่าเราเคยเป็นเพื่อนวัยเด็กกันมาก่อน (幼馴染カップル)

เป็นมุกที่มักจะเฉลยตอนใกล้ๆจะจบว่าจริงๆแล้วตัวเอกชายกับตัวเอกหญิงเคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กๆมาก่อนหรือไม่ก็เคยเจอกันก่อนหน้านี้แล้วตอนเด็กๆ (แต่อาจจะจำกันไม่ได้) ประมาณว่าคงจะอยากบอกคนดูว่าสองคนนี้มีพรหมลิขิตให้ได้เจอกันตั้งแต่เด็กแล้วก็ได้เป็นคู่รักกันละกระมัง ถ้าว่าเป็นละครน้ำเน่าบ้านเราก็คงประมาณมุกที่ว่าชาติที่แล้วเป็นคู่กันมาก่อนนะแหละนะ เฮอๆ มุกเพื่อนสมัยเด็กนี่ก็พบเห็นได้ทั่วไปในแนวรักๆใคร่ๆแนวฮาเรมแนวรักสามเศร้าและแนวรอมคอมนั่นละครับ

credit : この素晴らしい世界に祝福を
 

3.ตัวเอกที่เป็นพวกโอตาคุหรือพวกนีท (主人公はオタクでニート)

ช่วงหลังๆมานี่โดยเฉพาะพวกอนิเมะแนวไปต่างโลก(異世界)นี่ชอบจะเซ็ตติ้งให้ตัวเอกเป็นพวกโอตาคุหรือไม่ก็เป็นพวกนีท(NEET = Not in Education, Employment, or Training) หรือพวกฮิคิโคโมริ(พวกหมกตัวอยู่แต่ในบ้านงานการไม่ทำ)ไปเลยก็มี คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนดูอนิเมะแนวๆนี้ก็คงจะออกแนวโอคาคุนี่แหละ การให้ตัวเอกเป็นพวกโอตาคุพวกนีทก็เลยคงสร้างอารมณ์ร่วมได้ง่ายกว่าจะให้ตัวเอกเป็นคนธรรมดาทั่วๆไป หรือคิดแบบลึกๆก็เป็นไปได้ว่าทางผู้สร้างอยากจะสะท้อนสังคมว่าอย่าเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องออกไปสู้โลกทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมกันดีกว่าก็เป็นได้อะนะ

credit : けいおん!

 


4. ชมรมที่กำลังจะโดนยุบ (廃部)

อันนี้จะเป็นแพทเทิร์นที่พบเจอบ่อยในอนิเมะประเภทกีฬาดนตรีกิจกรรมต่างๆซึ่งจะมีชมรมอยู่ในโรงเรียนแล้วจะเป็นแนวแบบว่าสมาชิกชมรมรุ่นก่อนหน้าจบการศึกษาไปหมดแล้วไม่มีสมาชิกมาเพิ่มก็เลยกำลังจะโดนยุบชมรม อันเป็นเหตุให้เหล่าตัวเอกต้องมากอบกู้สถานการณ์ด้วยการหาสมาชิกมาครบสี่คนห้าคนก็ว่ากันไป บางทีสาเหตุที่มุกนี้ถูกใช้งานบ่อยๆก็อาจจะเป็นการสะท้อนปัญหาเด็กเกิดใหม่ในญี่ปุ่นมีน้อยลงมากจนโรงเรียนในญี่ปุ่นต้องยุบตัวลงไปเป็นจำนวนมากเพราะเด็กที่จะมาเข้าเรียนไม่พอ แน่นอนว่าก่อนที่โรงเรียนจะโดนยุบก็ต้องมีเหตุที่ชมรมจะโดนยุบมาก่อนเพราะสมาชิกไม่พอนี่แหละ คิดๆไปก็น่าเศร้าละนะ

credit : Detective Conan

5.ไปทัศนศึกษากัน (進学旅行)

การไปทัศนศึกษาเป็นอีเว้นท์หนึ่งที่ต้องมีในอนิเมะแนวโรงเรียน เท่าที่ทราบถ้าเป็นโรงเรียนคุณหนูรวยๆหน่อยก็จะไปทัศนศึกษากันแถวๆต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนบ้านนอกธรรมดาๆหน่อยก็จะไปทัศนศึกษากันภายในประเทศญี่ปุ่นนี่แหละ ส่วนใหญ่ก็จะจัดขึ้นตอนปีสุดท้าย(ม.6)ส่วนสถานยอดนิยมที่ชอบไปกันเท่าที่เคยนับๆดูเล่นๆก็น่าจะเป็นเกียวโตละนะ คงเพราะเป็นเมืองเก่าเป็นแหล่งวัฒนธรรมมีที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งด้วย การที่เขาใส่อีเว้นท์ทัศนศึกษาเข้ามาก็คงจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้กับอนิเมะ ร่วมถึงจะได้ใส่ฉากเซอร์วิสอย่างการไปแช่ออนเซ็นอะไรแบบนั้นเข้ามาได้ละนะ

คราวๆก็คงประมาณนี้ละนะครับ จริงๆก็ยังมีมุกแก๊กหรือแพทเทิร์ทที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในอนิเมะอยู่อีกเยอะแยะ เอาไว้มีโอกาสจะมาเขียนรวมรวมไว้ให้อ่านอีกแล้วกันนะครับ

ส่งท้ายขายของ มังงะของกระผมขอรับ  ->


 


วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime No. 40 : Heaven's Design Team 天地創造デザイン部

 สวัสดีครับ สัปดาห์ก่อนๆมีข่าวว่ามีลูกเสือโคร่งหลุดแล้วเจ้าของบอกว่ามันเป็นไลเกอร์(Lion + Tiger = Liger)เอามาเพ้นท์สี แต่สุดท้ายก็ความแตกว่ามันเป็นลูกเสือโคร่งจริงๆนะแหละ ไหนจะข่าวจับลิงลพบุรีอีก มันก็ทำให้นึกถึงเรื่องเกียวกับสัตว์ป่าว่าทำไมสัตว์ต่างๆถึงได้มีรูปร่างหน้าตาแบบทุกวันนี้ หรือว่าพระเจ้าจะออกแบบเอาไอ้นั่นผสมกับไอ้นี่ให้กลายเป็นเช่นนั้นเหมือนในเรื่อง Heaven's Design Team 天地創造デザイン部 (ชื่อภาษาไทย"แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก") ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาลองดูกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเริ่มเมื่อพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมาแล้วตอนจะสร้างสิ่งมีชีวิตก็เกิดขี้เกียจขึ้นมาซะงั้น ก็เลยโยนงานให้กับแผนกออกแบบสร้างสรรค์สัตว์เป็นผู้ออกแบบสัตว์ต่างๆแทน โดยให้ ชิโมดะ ทูตสวรรค์หน้าใหม่เป็นผู้คอยประสานงาน โดยพระเจ้าจะมีรีเควสต์ให้สร้างสัตว์ที่มีคุณสมบัติแบบนั้นแบบนี้แล้วให้คนในแผนกที่มีไอเดียและนิสัยหลากหลายช่วยกันออกแบบ ถ้าดูชิ้นงานแล้วก็จะมีวิวรณ์ผ่านชิโมดะให้อนุมัติหรือจะปัดตก ถ้าผ่านสัตว์เหล่านั้นก็จะได้ไปอยู่บนโลกนั่นเอง 



ความคิดเห็น :

    อนิเมะเรื่องนี้ให้ความรู้ว่าทำไมสัตว์ต่างๆถึงมีรูปร่างหน้าตามีอวัยวะแปลกๆแบบนั้นแบบนี้ ทำไมสัตว์บางอย่างอย่างม้าบินถึงเป็นไปไม่ได้ โดยอาศัยให้เป็นการออกแบบผ่านแผนกออกแบบสร้างสรรค์สัตว์เป็นคนอธิบายนะแหละ เรียกได้ว่าคนดูจะได้ความรู้ทางชีววิทยาพร้อมกับความสนุกสนานของคนทำงานด้านดีไซน์(ก็แอบบ่นๆ ถึงลูกค้าจะเรื่องมากอย่างไร แต่ยังไงลูกค้าก็คือ"พระเจ้า"น่ะแหละ อืม ก็เป็นพระเจ้าจริงๆน่ะแหละนะ เฮอๆ) เนื้อเรื่องโดยรวมก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆสนุกสนานเฮฮาดี สำหรับเรื่องนี้ให้เด็กๆดูได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ

ข้อด้อย :

    ข้อด้อยก็อาจจะเป็นเรื่องที่การอธิบายบางอย่างก็ละเอียดไปหน่อยจนอาจจะตามไม่ทัน ยิ่งถ้าอ่านซับไทยด้วยอาจจะต้องหยุดภาพหรือย้อนไปเพื่ออ่านอีกรอบในบางครั้ง อีกเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงพระเจ้าซึ่งถ้าเป็นกลุ่มคนผู้ศรัทธาศาสนาที่มีพระเจ้าก็อาจจะไม่ค่อยพอใจก็ได้(เอาเป็นว่าคิดเสียว่าเป็นพระเจ้าในอนิเมะแทนก็แล้วกันจะได้ไม่เครียดละนะ) 

    กล่าวโดยสรุป อนิเมะเรื่องนี้เป็นแนวให้ความรู้ด้านชีววิทยาบวกกับความสนุกสนานดูได้ทุกเพศทุกวัยครับ ถ้ามีพากย์ไทยแนะนำให้ดูแบบนั้นคงจะดีกว่าเพราะน่าจะเก็บรายละเอียดความรู้ได้ดีกว่า ถ้าคิดลึกๆจริงๆผู้แต่งก็อาจจะเหมือนเปรียบเทียบแนวประชดประชันแนวคิดวิวัฒนาการของชาลส์ดาร์วินกับคนที่คิดว่าพระเจ้าสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตทุกอย่างขึ้นมาเอง ผู้ชมดูแล้วก็คงจะคิดเองได้แหละว่าแบบไหนมันเป็นไปได้มากกว่ากันละนะ

Official Anime Website -> https://tendebu.jp/


ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime No.39 : And You Thought There Is Never a Girl Online? ネトゲの嫁は女の子じゃないと思った?

 สวัสดีครับ ช่วงนี้ได้มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับวัยรุ่นอยู่หลายข่าว ทั้งเรื่องแค่มองหน้าก็ทำร้ายร่างกายกัน  มีอะไรกันก็ถ่ายคลิปจนหลุดกันว่อนเน็ต คลอดลูกแล้วก็เอามาโพสท์ขายกัน ติดยาติดกัญชายาบ้าน้ำกระท่อมกันหล่อนจนไปทำเรื่องไม่ดี จนมันก็อดคิดไม่ได้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้แยกแยะความเป็นจริงกับโลกเสมือนในเกมกันไม่ออกหรืออย่างไร เหมือนกับนางเอกในเรื่องนี้ And You Thought There Is Never a Girl Online? ネトゲの嫁は女の子じゃないと思った? (ชื่อภาษาไทย "ถามหน่อยครับ คิดว่าเจ้าสาวผมในเกมออนไลน์เป็นผู้หญิงจริงหรือเปล่า") ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้น มาลองดูไปด้วยกันครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ ฮิเดกิ นิชิมุระ เด็กหนุ่มม.ปลายผู้เล่นเกมออนไลน์สายแทงค์โดยใช้ชื่อว่าลูเซียน เขาได้แต่งงานกับอาโกะ สาวน้อยนักเวทย์สายซับในเกม โดยที่ฮิเดกิไม่มั่นใจเลยว่าอาโกะนั่นเป็นผู้หญิงจริงๆหรือเปล่า เพราะเมื่อก่อนเขาเคยขอตัวละครหญิงคนหนึ่งแต่งงานในเกมแต่กลับโดนปฎิเสธแล้วบอกว่าจริงๆแล้วเธอเป็นตาลุงที่ใช้ตัวละครหญิงมาเล่นเกมก็เท่านั้นเอง จนกระทั่งวันหนึ่งปาตี้ในเกมของลูเซียนจัดสินใจจะจัดงานเลี้ยงพบกันแบบออฟไลน์(คือไปเจอหน้ากันจริงๆในโลกของความเป็นจริง) ฮิเดกิจึงพบความจริงว่าอาโกะเป็นเด็กผู้หญิงจริงๆชื่อ อาโกะ ทามาคิ และเพื่อนๆในปาตี้ก็เป็นนักเรียนร่วมโรงเรียนเดียวกันเช่นกัน แต่ที่น่าปวดหัวก็คืออาโกะนั่นแยกแยะเรื่องในเกมกับเรื่องในความเป็นจริงไม่ออก และคิดว่าลูเซียน(ฮิเดกิ)คือสามีของเธอจริงๆ เพื่อนๆจึงต้องพยายามบำบัดให้อาโกะกลับมาใช้ชีวิตนักเรียนปรกติให้จงได้

 


ความคิดเห็น:

   เรื่องนี้เป็นแนวเลิฟคอมมาดี้อิงกับการเล่นเกมออนไลน์ ถึงแม้จะเป็นแนวตลกขบขันตัวละครออกจะน่ารักน่าเอ็นดูแต่จริงๆแล้วเนื้อเรื่องแอบใส่ปัญหาของวัยรุ่นสมัยนี้ลงไปด้วยนั่นคือการที่เล่นเกมมากเกินไปจนแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือความเป็นจริงอันไหนคือโลกของเกม ผมจำได้ว่าเคยมีคดีที่ญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อน มีเด็กประถมคนหนึ่งก่อเหตุฆาตกรรมเพื่อนๆ(ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะว่าค่อนข้างจะโหดเหี้ยมเลยทีเดียว) แต่พอโดนจับได้เด็กคนนั้นกลับไม่รู้สึกผิดอะไรเพราะเขาแยกแยะไม่ออกว่าการฆ่าคนในเกมกับการฆ่าคนในโลกความเป็นจริงมันแตกต่างกันตรงไหน ซึ่งนางเอกในเรื่องอย่างอาโกะเองก็มีอาการแบบนี้อยู่หลายๆครั้งอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนผู้แต่งจะพยายามใส่เนื้อหาให้เพื่อนๆของอาโกะคอยช่วยเหลือให้อาโกะกลับมาอยู่ในโลกของความจริงให้จงได้นั่นเอง ซึ่งวิธีการในเรื่องก็อาจจะถือว่าใช้บำบัดเด็กติดเกมได้ในระดับหนึ่งละนะครับ

ข้อด้อย :

    สำหรับข้อด้อยก็คงเป็นเรื่องที่มันอิงการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่เล่นเกมแนวนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจว่ากำลังพูดถึงอะไรกันอยู่ บางทีก็ใช้ศัพท์เฉพาะหรืออีเวนท์ในเกมนะแหละนะ นอกนั้นก็คงเป็นเรื่องที่ใส่ฉากเซอร์วิสที่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่มาก็ได้อะนะ จะแนะนำให้เด็กๆเล็็กๆดูมันก็กระไรอยู่

    สำหรับข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องที่การมีเพื่อนที่ดีจะช่วยดึงเราออกจากหลุมมืดของการใช้ชีวิตได้ คนเราก็ควรจะแยกแยะว่าการกระทำใดๆในชีวิตจริงย่อมมีผลที่จะตามมา เราอาจจะฆ่าสัตว์ประหลาดหรือคนในเกมได้โดยไม่ผิดอะไร แต่ในชีวิตจริงไม่โดนโทษประหารก็โดนขังลืมแน่นอน ในโลกของเกมจะโกงจะพูดจาว่าร้ายอะไรก็ได้ แต่ชีวิตจริงไม่โดนฟ้องร้องก็คงโดนปรับหมดตูดนะแหละ ก็ฝากให้น้องๆหนูๆคิดให้เยอะๆก่อนจะทำอะไรอะนะ เพราะชีวิตคนเรามันไม่สามารถชุบชีวิตไม่มีจุดเซฟให้ย้อนไปเล่นใหม่ได้หรอกนะครับ

Official Anime Website -> https://netogenoyome.com/

 

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime No. 38 : Long Riders ! ろんぐらいだぁす!

 สวัสดีครับ หลังจากความร้อนระอุอันแสนยาวนานในที่สุดฝนก็ตกลงมาสักทีนะครับ คุณภาพอากาศก็ดีขึ้นบรรยากาศก็ดีเหมาะกับการไปปั่นจักรยานเล่นเสียเหลือเกิน ว่าแล้วก็นึกถึงอนิเมะแนวสาวๆปั่นจักรยานขึ้นมานั่นก็คือเรื่อง Long Riders ! ろんぐらいだぁす! มาลองดูกันครับว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร



Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของสาวน้อย อามิ คุราตะ นักศึกษามหาลัยปี1 จอมซุ่มซ่ามผู้ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะทำอะไร ด้วยความประทับใจในจักรยานซึ่ง อาโออิ นิกาคิ เพื่อนสนิทของเธอขี่มามหาลัยบ่อยๆ เธอจึงตัดสินใจจะลองซื้อจักรยานพับได้ราคาถูกมาลองขี่ดู ทั้งคู่ได้ลองไปปั่นในที่ปั่นจักรยานรอบๆแม่น้ำแต่ด้วยการที่อามิไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอประกอบกับไม่ได้กินข้าวเช้ามาก็เลยเกิดอาการชนกำแพง(น้ำตาลตก) จนหมดเรี่ยวหมดแรง โชคดีที่มีสองสาวนักปั่นผ่านมาพอดีเลยได้ให้เจลลี่พลังงานมาให้อามิกินก็เลยรอดไปได้ ทั้งสี่คนจึงพากันไปที่ร้านอาหารใกล้ๆและกินไอติมด้วยกัน อามิิได้รับรู้ถึงความสนุกในการปั่นจักรยานเป็นครั้งแรกจึงอยากจะปั่นจักรยานต่อไปนั่นเอง 

 



ความคิดเห็น :

     เรื่องนี้มีตัวเอกเป็นสาวๆนักปั่นซึ่งก็ไม่ใช่อนิเมะแนวกีฬาจ๋าขนาดนั้น ออกจะเป็นแนวปั่นชมวิวแวะกินอาหารขนมระหว่างทางเสียมากกว่า มันก็เลยไม่มีคู่แข่งหรือการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนอนิเมะแนวกีฬาเรื่องอื่นๆ ก็พูดได้ว่าเป็นแนวกีฬาบวกการท่องเที่ยวและแนะนำของกินแบบที่ดูได้เรื่อยๆเอื่อยๆไม่เครียดเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะว่าแปลกก็แปลกดีละครับ

ข้อด้อย :

     ตัวละครดูเป็นสไตล์การ์ตูนยุคเก่าๆหน่อยเพราะวาดตาโตกว่าอนิเมะยุคหลังๆนี่แหละ ตัวเนื้อเรื่องเองจริงๆมีการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับจักรยานเข้ามาด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่ละเอียดเท่าไร ยกตัวอย่างเช่นมีฉากที่ยางแตกแล้วต้องเปลี่ยนยาง ก็จะตัดฉากเป็นเปลี่ยนเสร็จแล้วซะงั้น ทั้งๆที่น่าจะนำเสนอวิธีการเปลี่ยนยางที่ถูกต้องให้ชมดูไว้เป็นความรู้ซะหน่อยก็คงจะดีกว่านี้นะแหละครับ

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้เป็นอนิเมะแนวกีฬาปั่นจักรยานท่องเที่ยวที่ดูได้เรื่อยๆ ไม่ได้เน้นการแข่งขันเหมือนเรื่องอื่นๆ ใครที่ดูแล้วก็อาจจะอยากลุกขึ้นมาซื้อจักรยานมาตั้งก๊วนปั่นเที่ยวเหมือนกับอามิจังก็เป็นได้ (แต่เมืองไทยนอกจากจะร้อนแล้วก็ยังต้องคอยหลบสิบล้อ มอไซค์ที่ขี่สวนเลน คนเมาแล้วขับ คนเมากัญชา แถมต้องระวังวัยรุ่นหัวร้อนด้วย ผมคนหนึ่งแหละคงขอบายดีกว่านะขอรับ เฮอๆ ) 

Official Anime Website -> https://anime-longriders.com



ปิดท้ายขายของ สติกเกอร์ไลน์ลูกเจี๊ยบจ้า ->



 

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime No.37 : Frieren: Beyond Journey's End 葬送のフリーレン

 สวัสดีครับ ช่วงนี้อนิเมะที่มีเอฟล์เป็นตัวเอกดูเหมือนกำลังจะมา หนึ่งในเรื่องที่หลายๆคนยกย่องให้เป็นอนิเมะแห่งปีเลยที่เดียวก็คือเรื่อง  Frieren: Beyond Journey's End  葬送のフリーレン (ชื่อภาษาไทย ฟรีเรนคำอธิษฐานในวันที่จากลา) ซึ่งผมเองก็พึ่งไล่ดูจนจบก็เลยมาเขียนรีวิวไล่ตามหลังชาวบ้านทีหลัง เรื่องราวจะเป็นเช่นไร ดีอย่างที่เขาว่ากันจริงหรือไม่ มาลองดูกันครับ

Ataya's Star :    ★★★★★

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวเริ่มจากการที่กลุ่มผู้กล้าอิมเมลได้ปราบจอมมารได้สำเร็จ หลังการเฉลิมฉองเสร็จสิ้นทุกคนกล่าวคำลากันโดยสัญญาว่าจะมาดูดาวตกกันอีกรอบในอีก 50 ปีให้หลัง ฟรีเรน เอลฟ์จอมเวทในปาตี้ผู้กล้าก็ออกไปหมกตัวอยู่จนถึงเวลาที่นัดหมายกันจึงกลับมารวมตัวกลุ่มผู้กล้าอีกครั้งแต่คนอื่นๆที่เป็นคนธรรมดาทั้งตัวผู้กล้าอิมเมล นักบวชไฮเตอร์ ต่างก็แก่ตัวกันหมดแล้ว แม้แต่นักรบคนแคระไอเซนเองก็แก่ขึ้นมาก(เทียบกับอายุขัยของคนแคระในเรื่อง) จะมีก็แต่ตัวฟรีเรนเองที่ไม่แก่ไม่ตาย หลังจากที่ได้ดูดาวตกได้ไม่นานผู้กล้าอิมเมลก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ฟรีเรนเองกลับรู้สึกเศร้าโศกที่ไม่ได้ทำความรู้จักไม่ได้ทำความเข้าใจอิมเมลให้มากกว่านี้ตอนที่ยังมีโอกาส การเดินทางในการตามหาความทรงจำและทำความเข้าใจมนุษย์ให้มากขึ้นจึงเริ่มต้นขึ้นเช่นนี้นี่เอง



ความคิดเห็น:

    หลังจากดูจนจบแล้วต้องบอกเลยว่า นี่น่าจะเป็นอนิเมะที่เขียนบทได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่ผมเคยดูมาเลยก็ว่าได้ บทพูดของตัวละครไม่ได้มีมากมายอะไรเลยพูดน้อยแต่คำพูดกลับกินใจลึกซึ้งมากจนบางทีผมก็เผลอน้ำตาไหลร้องไห้ตามอยู่หลายครั้งอยู่เหมือนกัน บทบาทตัวละครมีทั้่งข้อดีข้อด้อยไม่ได้มีใครเฟอร์เฟคไปทุกอย่าง มุกตลกที่ใส่เข้ามาก็ขำได้แบบอมยิ้มได้แหละ แล้วก็ไม่ได้ขายฉากเซอร์วิสเหมือนเรื่องอื่นๆด้วย คิดๆแล้วน่าจะนับให้เรื่องนี้เป็นแนวปรัชญาชีวิตมากกว่าแนวแฟนตาซีทั่วไปด้วยซ้ำไป โดยรวมแล้วถ้าจะให้5ดาวเต็มๆก็คงไม่เกินไปสำหรับเรื่องนี้ครับ

ข้อด้อย:

    ถ้าจะมีข้อด้อยก็อาจจะที่เนื้อเรื่องที่อาจจะดูอืดๆไปนิด(แต่คงเพราะตัวเอกไม่แก่ไม่ตายก็ไม่รู้จะรีบไปไหนอะนะ) สำหรับคนที่ชอบดูฉากแอคชันต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากแต่ฉากแอคชันก็ไม่ได้มาบ่อยๆ จะมีมากหน่อยในช่วงท้ายๆเรื่องแหละ สำหรับคนดูที่ยังเป็นเด็กเป็นวัยรุ่นอยู่ก็อาจจะไม่อินกับความลึกซึ้งของคำพูดของตัวละครเพราะประสบการณ์อารมณ์ร่วมของหนูๆคงจะยังน้อยอยู่แหละ(แต่สำหรับลุงที่ผ่านชีวิตมาเยอะแถมเหลือเวลาอยู่น้อยนิดแล้วนี้อินกับบทจนแทบจะบ่อน้ำตาจะแตกตาย เฮอๆ)

     กล่าวโดยสรุป อนิเมะเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมแนะนำให้ทุกท่านได้ลองรับชมดู ท่านจะได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าคนที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า ในเวลาที่ฟรีเรนนึกถึงผู้กล้าอิมเมลที่จากไปแล้วมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาที่เรามีคนรักสักคนแล้วจู่ๆเขาก็หายไปจากชีวิตเรา พอเราไปเจอเหตุการณ์บางอย่างมันก็อดนึกถึงความดีงามของเขาขึ้นมาไม่ได้   นั่นแหละครับ คนเรากว่าจะรู้จักคุณค่าของอะไรสักอย่าง ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้วนี่เอง

     

    หลังจากดูเรื่องนี้จบแล้วก็นึกคึกลองเอาไม้ไอติมมาทำของชอบของฟรีเรนนั่นคือหีบสมบัติขึ้นมา ลองดูรายละเอียดได้ครับ -> https://lemongrass-figure.blogspot.com/2024/03/handmad-treasure-box.html

    


 

 

ส่งท้ายขายของหน่อยครับ ไลน์สติกเกอร์ของเฟย์จัง ->



วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

Anime Special 9 : เพลงเพราะๆที่ตัวเอกมาครอสไม่ได้ร้อง マクロス主人公の歌ではないいい曲

 สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาเขียนเกี่ยวกับอนิเมะเรื่องโปรดของผมอีกครั้ง นั่นก็คือซี่รี่ยมาครอสนั่นเอง ช่วงนี้ก็นั่งฟังเพลงจากมาครอสอยู่หลายๆเพลง มันก็เลยคิดสนุกลองคิดดูดีๆว่ามีเพลงที่ตัวเอกไม่ได้ร้องแต่เป็นเพลงที่ไพเราะบ้างหรือเปล่า ว่าแล้วก็ลองรวบรวมมาดูลองมาฟังกันดูนะครับ

*** Spoiler Alert : มีการสปอยล์เนื้อหาจากซี่รี่ย์มาครอสอยู่บ้างนะครับ ใครยังไม่ได้ดูไปดูมาก่อนก็ได้นะครับ


1. Macross ภาคแรก : Runner

มาครอสภาคแรกนี่มีนักร้องอยู่คนเดียวก็คือลินน์มินเมย์ ก็น่าจะมีเพลงของเธอคนเดียวแต่จริงๆแล้วเพลงเปิดและเพลงปิดของมาครอสร้องโดยนักร้องชาย เพลงเปิด "超時空要塞マクロス" มีคุณมาโกโตะ ฟุจิฮาระ เป็นคนร้อง อารมณ์เพลงเหมือนเพลงปลุกใจทหารหน่อยๆแหละ ก็ว่าเป็นแนวที่ชอบแต่งให้อนิเมะหุ่นรบยักษ์สมัยยุค 70-80 สำหรับเพลงปิดเป็นเพลงบัลลาดเศร้าๆ ランナー Runner ขับร้องโดยคุณมาโกโตะ ฟุจิฮาระเช่นกัน เนื้อหาเป็นการบอกว่าขอยอมแพ้ไม่วิ่งตามเงาของเธอผู้ห่างไกลไปเสียแล้ว ซึ่งก็เข้ากับความรู้สึกของฮิคารุที่คิดว่ามินเมย์กลายเป็นไอดอลที่เขาไม่อาจจะเอื้อมมือไปถึงแล้ว เพลงไพเราะเนื้อหากินใจมาก สำหรับภาพประกอบก็เป็นมือของคนจริงๆคนหนึ่งกำลังเปิดอัลบัมรูป(ซึ่งจริงๆเป็นอัลบัมรูปของฮิคารุที่เก็บรูปของลินล์มินเมย์ในเนื้อเรื่องน่ะแหละ) เรียกได้ว่ามันกลายเป็นแนวเพลงปิดสำหรับซี่รี่ย์มาครอสไปเลย คือจะต้องเอาภาพจริงๆเข้ามาประกอบ อาจจะเป็นฉากหลังในชีวิตจริง สิ่งของจริงๆหรือภาพนักร้องตัวจริงมาใส่ มาครอสภาคหลังๆก็จะทำเพลงปิดตามแนวนี่ละนะ

 


 

2. Macross 7 : Galaxy

    มาครอสเซเว่นเป็นภาคที่มีเพลงประกอบหลากหลายมากที่สุด ไม่เฉพาะเพลงของวง Fire Bomber  แต่มีเพลงของนักร้องอื่นๆที่อาจจะไม่ได้มีบทอะไรเท่าไรก็มี สำหรับเพลงที่ผมประทับใจก็คือเพลง Galaxy ของ Alice Holiday (ผมไม่ทราบว่านักร้องตัวจริงชื่ออะไรอะนะ) ซึ่งในเนื้อหาของมาครอสเซเว่นอลิสจะเป็นนักร้องที่มิเลนชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากจะเป็นนักร้องนักดนตรีด้วย ในอนิเมะจะเห็นอลิสร้องอยุ่แค่ประโยคท้ายๆ "Hmm~ Again~" น่ะแหละนะ แต่พอไปหาฟังทั้งเพลงดูปรากฎว่าเป็นเพลงที่ไพเราะมาก เนื้อหาประมาณว่าคิดถึงคนรักที่ห่างไกลจากกันและหวังว่าเราจะได้มาเจอกันอีกครั้ง มาลองฟังกันดูนะครับ


 3. Macross Frontier : Ninjin Love You Yeah !

        มาครอสฟรอนเทียร์นี่มีไอดอลอยู่สองคนคือเชอริลกับรันกะ เรียกได้ว่าสองคนนี้ก็เหมาร้องเพลงประกอบหมดทั้งเรื่องแหละ ไม่มีนักร้องคนอื่นโพล่มาในเรื่องเลย (จะมีเพลงของบาซาร่ามาเปิดประกอบบ้างนิดหน่อย เพราะฮอสม่าชอบวง Fire Bomber อะนะ)  ผมเลยเลือกเพลงที่ไม่ใช่เพลงหลักมาให้เพลงหนึ่งนั่นก็คือเพลง Ninjin Love You Yeah ! (人参 Ninjin = แครอท ร้องโดยคุณเมกุมิ นากาจิมะ คนพากษ์คนร้องเป็นรันกะนะแหละครับ) เป็นเพลงที่รันกะร้องตอนเป็นไอดอลฝึกหัดแล้วต้องมาขายแครอทเจ็ดสีแต่ก็ไม่มีใครอยากจะกินแครอทเลยสักคน เนื้อหาเป็นเหมือนเพลงเด็กว่าแครอทดียังงั้นยังงี้กินแล้วจะมีพลัง ผมก็ว่ามันก็น่ารักดีละนะ ว่าแล้วก็มาลองฟังกันดูนะครับ


4. Macross Delta : AXIA

    สำหรับมาครอสเดลต้าก็มีนักร้องอยู่แค่วงเดียวนั่นก็คือวงวัลคิวเร่(ถ้าไม่นับองค์ชายที่เป็นนักร้องแห่งสายลมอะนะ) ดังนั้นถ้าให้เฟรย่ากับมิกุโมะเป็นนักร้องหลักแล้วละก็ผมจะขอเลือกเพลงที่ไม่ใช่นักร้องหลักเป็นคนร้อง นั่นก็คือเพลง AXIA ของคานาเมะสมาชิกชุดสีเหลืองผู้อาวุโสสุดในวง(ขับร้องโดยคุณคิโยโนะ ยาสุโนะ) เนื้อหาเป็นการคิดถึงคนรักที่ทำให้ทั้งรักทั้งเกลียด เป็นเพลงโซโล่ของคานาเมะและเพลงโปรดของเมเซอร์ด้วย ยิ่งมาร้องประกอบตอนที่เมเซอร์ตายด้วยแล้วยิ่งมีความหมายกินใจเข้าไปใหญ่ ลองฟังกันดูนะครับ 


     หลักๆก็คงจะประมาณนี้ ผมไม่ได้รวมเพลงจากภาคพิเศษหรือภาคหนังใหญ่เพราะว่าพอเพลงมันฟังแค่รอบเดียวแล้วเวลาเปิดเพลงมันก็น้อยกว่าภาคซีรี่ย์ก็เลยทำให้ติดหูยากหน่อยละครับ (ถ้าฉากประกอบมันไม่อลังการแล้วเปิดเพลงนานๆเหมือนเพลง 愛おぼえていますか Do you remember love แล้วละก็) ไว้โอกาสหน้าผมจะมาเขียนเกี่ยวกับมาครอสอีกนะครับ หวังว่าจะยังไม่เบื่อกัน

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อยครับ มังงะ Remember 1999 ประธานใจร้ายกับยัยจอมตื้อ ->