แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ psychology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ psychology แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568

Anime No.83 : Bakemonogatari 化物語

 สวัสดีครับ ช่วงนี้เข้าหน้าฝนเต็มตัวแล้ว แถวบ้านผมนอกจากยุงจะเยอะแล้ว หอยทากก็เริ่มอาละวาดกันแล้ว พูดถึงหอยทากแล้วก็นึกถึงตัวละครตัวหนึ่งในอนิเมะที่เคยดู นั่นก็คือ ฮาจุคุจิ มาโยอิ หอยทากโลลิจอมหลงทางจากเรื่อง Bakemonogatari 化物語 (ชื่อภาษาไทย ปกรณัมของเหล่าภูต)ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่จะรีวิวกันในวันนี้ครับ


Ataya's Star :    ★★★★☆

เรื่องย่อ :

    เรื่องราวของ โคโยมิ อารารากิ เด็กหนุ่มม.ปลายที่บังเอิญไปรับตัวของสาวน้อย ฮิตากิ เซ็นโจวกาฮาระ ที่ลื่นตกบันไดเวียนลงมา ที่แปลกคือโคโยมิไม่รูัสึกถึงน้ำหนักตัวของเธอเลย เมื่อถูกฮิตากิข่มขู่ไม่ให้มายุ่งกับเรื่องของเธออีก โคโยมิก็บอกกับเธอว่าจริงๆแล้วเขาเคยเป็นแวมไพร์มาก่อนเลยและเข้าใจถึงเรื่องราวแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับเธอ เขาจึงพาเธอไปหา โอชิโนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบไคอิ( 怪異 สิ่งแปลกประหลาด)เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาเหนือธรรมชาติของเธอให้นั่นเอง


ความคิดเห็น:

    เรื่องนี้ก็เป็นแนวเรื่องเหนือธรรมชาติที่พระเอกโคโยมิของเราต้องมาเจอกับปัญหาต่างๆนาๆที่เกิดจากไคอิ ตัวเซ็ทติ้งบรรยากาศของเรื่องดูจะแปลกๆเหมือนโลกที่ดูบิดเบี้ยวไม่ได้อยู่ในโลกความเป็นจริง เนื้อหาเหมือนจะว่าเป็นแนวจิตวิทยาจริงจังก็ได้ จะว่าเป็นข้อความไร้สาระก็ไม่เชิง ว่าจริงๆเป็นอนิเมะที่ดูยากอีกเรื่องหนึ่งละนะ (อารมณ์เหมือนอีวานแกเลียนฉบับทีวีซีรี่ย์ดังเดิมตอนสุดท้ายที่ดูไม่รู้เรื่องนะแหละ แต่เรื่องนี้มันเป็นแบบนั้นแทบจะทุกตอนก็ว่าได้)  ผมว่าคนดูแล้วชอบก็มี ดูแล้วเกลียดไปเลยก็คงจะมีแหละ

ข้อด้อย:

     นอกจากเนื้อหาที่ลึกซึ้งจนเข้าใจยากแล้ว ตัวอนิเมะที่ทำออกมาหลายภาคก็ยังไม่ได้เรียงไทม์ไลน์ กระโดดไปเล่นตรงนู้นกลับไปพูดถึงตอนนี้บ้าง ถ้าคนดูไม่เรียงลำดับให้ดีก็คงจะสับสนไปกันใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาล่อแหลมลามกอยู่หลายตอนก็เลยไม่เหมาะสำหรับเด็กด้วยประการทั้งปวงละนะครับ 

    กล่าวโดยสรุป เรื่องนี้ก็เป็นแนวเหนือธรรมชาติอิงจิตวิทยา ด้านงานภาพก็สวยเป็นเอกลักษณ์ดี เพลงเปิดเพลงปิดเยอะมากแทบจะเปลี่ยนไปตามตัวละครหญิงที่โพล่มาในเรื่องก็ว่าได้ เนื้อเรื่องเข้าใจยากไปนิด ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนากันซะมากกว่าแอ็คชันมีอยู่นิดหน่อยละนะ ยังไงลองหามาดูกันสักตอนสองตอนแล้วกันครับ ถ้าชอบก็คงดูกันยาวเลย (ผมเองดูได้ไม่หมดทุกภาคละนะครับ หมดแรงซะก่อน เฮอๆ)

ส่งท้ายขายของครับ สติกเกอร์ไลน์บัวคำแม่หญิงล้านนา(จากเรื่อง ตำนานแมงสี่หูห้าตาฉบับนวนิยาย) ->

วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

Anime No.5 : Girls' Last Tour 少女終末旅行

 สวัสดีครับ ณ.ขณะนี้ถ้าพูดถึงสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่รู้ว่าจะไปจบลงตรงไหน มันก็ทำให้นึกถึงอนิเมะที่ว่าด้วยพิษภัยของสงคราม ให้คิดเร็วๆเลยตอนนี้ก็นึกออกสองเรื่อง เรื่องแรกก็หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ 北斗の拳 ว่าด้วยโลกหลังจากสงครามนิวเครียร์ที่คนเราต้องใช้หมัดเท้าเข่าศอกกับกำลังภายในต่อสู้กันถึงจะเอาตัวรอดได้ แต่เรื่องนี้มันก็เก่ามากแล้ว เด็กรุ่นใหม่คงเกิดไม่ทันเคนชิโร่แน่แท้ ก็เลยนึกถึงอีกเรื่องนึงที่พึ่งดูไปไม่นานนี้นั้นก็คือ Girls' last tour  少女終末旅行 เรื่องราวจะเป็นยังไงมาลองดูกันครับ ...

source : https://www.primevideo.com/detail/0IIF7GQDM1HC30FTC5POJF3MUH/ref=atv_dp_season_select_s1?language=th_TH

Ataya's Star :    ★

เรื่องย่อ :

    ในโลกหลังสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ผู้คนล้มหายตายจากไปมีแต่ซากปรักหักพังและวัฒนธรรมมนุษยชาติที่สูญสลายไปแล้ว สองสาวชิโตะและยูริยังคงเดินทางด้วยแครดเทนคราด(รถมอเตอร์ไซต์บวกกับรถตีนตะขาบ)ไปเรื่อยๆ หาเสบียงและเชื้อเพลิงเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ไปวันๆ ระหว่างนั้นพวกเธอก็จะได้ประสบเรื่องราวต่างๆมากมายในโลกหลังสงครามอันน่าหดหู่นี่เอง



ความคิดเห็น :

    เรื่องนี้บอกได้เลยว่าให้บรรยากาศของความเหงามากๆ เพราะโลกทั้งใบเหลือคนอยู่ไม่กี่คน สองสาวต้องเดินทางไปเรื่อยๆโดยที่ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดสงครามอะไรขึ้นกันแน่เพราะตอนออกเดินทางหนีสงครามมาพวกเธอก็เหมือนจะยังเด็กมาก รู้เพียงว่าต้องเดินทางไปเรื่อยๆและเอาชีวิตรอดให้ได้ ตัวเนื้อเรื่องเองก็มีปรัชญาความคิดและคำถามที่ลึกซึ้งมาก ถ้าคนดูเพียงแค่คิดตามสักหน่อยก็จะได้อะไรจากเรื่องนี้มากอยู่เหมือนกันครับ


ข้อด้อย :

    ด้วยความที่มันเป็นอนิเมะแนวปรัชญาสักหน่อยแล้วก็ไม่มีแอ็คชันอะไรมากมาย ถ้าเด็กๆดูก็อาจจะเบื่อได้ละมั้งครับ แต่แน่นอนสำหรับผู้ใหญ่แล้วต้องถือว่าเป็นอนิเมะชั้นดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยความลึกของเนื้อหาและก็บทสนทนาของสองสาวที่ดำเนินเรื่องไปอย่างแนบเนียนและลึกซึ้ง เพียงแต่บรรยากาศเอยเนื่้อเรื่องเอยมันจะเหงาๆเศร้าๆบ้าง คนเป็นซึมเศร้าดูแล้วก็อาจจะอาการกำเริบก็เป็นได้นะ

    สำหรับตัวอาวุธยุทโธปกรณ์เสื้อผ้าและพาหนะต่างๆในเรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะได้ต้นแบบมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่2ละนะครับ ผมเองก็ประทับใจกับแครดเทนคราดที่สองสาวขี่มากถึงขนาดลองเอากระดาษกล่องมาทำโมเดลดู ภาพการทำก็ตามลิงก์เลยครับผม 

    

https://lemongrass-figure.blogspot.com/2021/11/girls-last-tour-homemade-cardboard.html

สุดท้ายก็ขอขายของหน่อย เป็นนิยายแนววิทยาศาตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับAIและสิ่งแวดล้อมที่พังทลายที่ผมเขียนขึ้นมา ใครสนใจก็ลองซื้อหามาอ่านได้นะครับ 

 

Google Book -> https://play.google.com/store/books/details?id=GmG6EAAAQBAJ